ลัดดาแลนด์ แดนผีสุดสะพรึง เรื่องจริงหรือแค่เล่าขาน

ลัดดาแลนด์ แดนผีสุดสะพรึง เรื่องจริงหรือแค่เล่าขาน


ปฏิเสธหรือไม่ว่า...คุณเป็นคนหนึ่งที่กลัว "ผี" ขึ้นสมอง แต่ก็อดอยากรู้ (แต่ไม่อยากเห็น) เรื่องผี ๆ ไม่ได้สิน่า  โดยเฉพาะตำนานภูตผีวิญญาณที่เล่าต่อ ๆ กันมา จริงบ้าง...ไม่จริงบ้าง หากได้นั่งล้อมวงพูดคุยในบรรยากาศสลัว ๆ หรือเปิดวิทยุฟังประสบการณ์ เรื่องผี ๆ ยามดึก ก็ชวนขนลุกเกรียวเสียทุกคราวไป  


แต่สำหรับใครก็ตามที่ชอบหลอนเล็ก ๆ ด้วยการเลือกตีตั๋วดูหนังผี มีข่าวแว่วมาว่า ในปี พ.ศ.2554 ค่ายหนังคุณภาพดี GTH เตรียมเอาใจคนชอบเรื่องผี ด้วยการส่งหนังผีเรื่อง "ลัดดาแลนด์" หรือ "The Lost Home" ตำนานดินแดนสุดสะพรึงแห่งเมืองเชียงใหม่ มาเขย่าขวัญสั่นประสาทผ่านสองนักแสดงนำ ป๊อก ปิยะธิดา วรมุสิก และก้อง สหรัฐ สังขปรีชา โดยฝีมือของผู้กำกับ
"โปรแกรมหน้า..วิญญาณอาฆาต"
 
    
     สำหรับ ลัดดาแลนด์ ถือเป็นเรื่องผีสุดคลาสสิคที่ถูกเล่าต่อ ๆ กันมา จนกลายเป็นตำนาน แม้ว่าหากพิจารณาจากข้อเท็จจริงแล้ว จะพบเค้าโครงความจริงได้น้อยมากก็ตาม เนื่องจาก ลัดดาแลนด์ ในยุค พ.ศ.2520 หรือราวสามสิบกว่าปีก่อน เป็นแหล่งท่องเที่ยวเมืองเหนือชื่อดังของเชียงใหม่ พอ ๆ กับดอยสุเทพ จนมีคำขวัญที่คนพูดกันเล่น ๆ ว่า กินข้าวซอย ขึ้นดอยสุเทพ แวะแอ่วลัดดาแลนด์

ลัดดาแลนด์ แดนผีสุดสะพรึง เรื่องจริงหรือแค่เล่าขาน


ในอดีต ลัดดาแลนด์ ถูกเนรมิตเป็นเหมือนเมืองท่องเที่ยวขนาดใหญ่แห่งเมืองเชียงใหม่ ประกอบไปด้วย หมู่บ้านหัตถกรรม จำหน่ายสินค้า ตระการตาสวนดอกไม้เมืองหนาวกว่าร้อยชนิด การแสดงฟ้อนรำ และมีบริการขี่ช้าง นั่งรถม้า และรถราง ทำให้ช่วงหน้าหนาว ลัดดาแลนด์ จะคราคร่ำไปด้วยนักท่องเที่ยว โดยมีบ้านหลังใหญ่ของคุณนายลัดดา นักธุรกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ภรรยาของนายทหารเจ้าของกิจการ "โรงหนังเวียงพิงค์" ผู้เป็นเจ้าของ ปลูกอยู่ใกล้ ๆ ประตูทางเข้า ลัดดาแลนด์
 
         ขณะที่ตำนาน ลัดดาแลนด์ ฉบับผี ๆ ถูกเล่าอ้างว่า เดิมเป็นหมู่บ้านจัดสรรของกลุ่มเศรษฐี และเป็นสถานที่ยอดฮิตของวัยรุ่นสมัยนั้นจะไปออกเดทกัน เพราะมีความเชื่อว่าคู่ไหนไปอธิฐานขอความรักกับต้นไทรหน้า ลัดดาแลนด์ คู่นั้นจะได้รักกันไปตลอดชีวิต แต่แล้ว ตำนานความน่าสะพรึงกลัวก็เริ่มต้นขึ้น เมื่อครอบครัวหนึ่งถูกโจรปล้นและฆ่ายกครัว ทำให้บ้านใกล้เรือนเคียงต้องพบกับเรื่องแปลก ๆ
 
 
         ....บ้างก็ได้ยินเสียงร้องไห้ บ้างก็ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ หรือบางครั้งก็ได้ยินเสียงหัวเราะ แต่ที่หนักสุดคือ เห็นคนในครอบครัวนั้นออกมายืนรดน้ำต้นไม้หน้าบ้าน ทำให้คนละแวกนั้น ไม่กล้าออกจากบ้านช่วงกลางคืน และเช้าตรู่ ยิ่งนานเข้าวิญญาณฆ่ายกครัว ลัดดาแลนด์ เริ่มเฮี้ยนหนัก ตามมาหลอกผู้คนถึงบ้าน จนท้ายที่สุดทุกคน         ต่างเก็บข้าวของย้ายออกกันไปเกือบหมด เหลือเพียง 3 หลัง โดย 1 ใน 3 หลัง เจ้าของเป็นชาวต่างชาติ ซึ่งจะบินมาเที่ยวเฉพาะหน้าหนาวเท่านั้น จึงจ้างเด็กสาวชาวพม่าคอยดูแลบ้าน
 
         แต่หลังจากผู้คนย้ายออกกันไปไม่นาน ก็มีโจรขึ้นบ้านและฆ่าเด็กสาวชาวพม่า แล้วหมกศพไว้ในห้องเก็บของใต้บันได ซึ่งกว่าเพื่อนบ้าน 2 หลังที่ยังเหลือจะรู้เรื่องก็ผ่านไปเกือบ 2 เดือน เนื่องจากยังเห็นว่า เด็กสาวคนนั้นออกมานั่งหน้าระเบียงบ้านทุกวัน แต่เพราะกลิ่นศพโชยหนักขึ้นทุกวัน จึงมีการเปิดเข้าไปเพื่อจะทำความสะอาด จึงพบเด็กสาวหันหน้ามาแบบเละ ๆ ...คราวนี้หายเกลี้ยงทั้งหมู่บ้าน!!!
 
ตำนาน เรื่องผี ลัดดาแลนด์  

          1. มีคู่รักคู่หนึ่งที่รักกันมากและมาอธิฐานขอให้ความรักสมหวังกับต้นไทรหน้า ลัดดาแลนด์ แต่แล้วพ่อแม่ฝ่ายหญิงไม่ยอมรับ ทั้งสองจึงชวนกันมาแควนคอตายใต้ต้นไทรนั้น...ว่ากันว่า เมื่อถึงวันครบรอบการผูกคอตายของคู่รักคู่นี้ คนแถวนั้นจะเห็นทั้งคู่ห้อยโตงเตงพร้อมกับส่งยิ้มให้ 
 
          2. ช่วงก่อนที่สวนสาธารณะในหมู่บ้าน ลัดดาแลนด์ จะสร้างเสร็จ ตอนที่ขุดหลุมเพื่อที่จะทำบ่อน้ำ มีการพบกับโครงกระดูกด้วย แต่ไม่ยอมเปิดเผยให้ทราบกัน
 
         3. ก่อนจะเป็น ลัดดาแลนด์ สถานที่แห่งนั้นเป็นที่เปลี่ยว จึงมีการนำศพคนตายที่ถูกปล้น หรือถูกข่มขืนมาทิ้งไว้หลายต่อหลายศพ
 
         4. มีหญิงสาวและหญิงขายบริการหลายรายที่ทำแท้งแล้วนำซากศพเด็กไปทิ้งไว้ในสระน้ำนั้น ว่ากันว่า มีมากกว่า 100 ศพเลยทีเดียว
 
         5. มีหนุ่มขี้ยาคนหนึ่งพี้ยาเกินขนาดแล้วเกิดช็อคตายคาศาลาริมสระน้ำ ลัดดาแลนด์ ซึ่งกว่าจะมีคนมาพบศพก็เน่าแล้ว แต่ก็ร่ำลือกันว่าสาเหตุที่ช็อคเพราะโดนเอาไปเป็นตัวตายตัวแทนมากกว่า เนื่องจากกัญชายังเหลืออยู่ข้าง ๆ ศพอีกเยอะเลย
 
         6. มีการนำศาลพระภูมิ รวมถึงตุ๊กตาสะเดาะเคราะห์มาทิ้งไว้เป็นจำนวนมาก จนทางเทศบาลต้องนำไปทิ้งนอกเมือง แต่ก็ไม่เคยทำได้สำเร็จ เพราะถึงจะย้ายไปไกลแค่ไหน วันรุ่งขึ้นก็จะพบกลับมาที่เดิม เชื่อกันว่าวิญญาณทั้งหมดสิงอยู่ในตุ๊กตาสัตว์ที่วางไว้อยู่มากมายในพื้นที่นั้น
 
         7. มีหญิงสาวที่มาขอความรักกับต้นไทรหน้าหมู่บ้าน ลัดดาแลนด์ แล้วผิดหวังในความรัก จึงกินยาฆ่าแมลงตายใต้ต้นไทร โดยทิ้งจดหมายไว้สั้น ๆ ว่า "จะอยู่ข้าง ๆ เธอตลอดไป"
 
       
  อย่างไรก็ตาม ชาวเชียงใหม่จำนวนมาก ต่างระบุว่า เรื่องเล่า ลัดดาแลนด์ ในความเป็นจริงแล้ว เป็นเพียงอุทยานการท่องเที่ยว ที่ไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากสภาพยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป จึงปิดตัวลงไป ไม่ใช่เป็น "โครงการบ้านจัดสรรเฮี้ยน" ดังที่ผู้คนจำนวนมากเข้าใจ เพราะหากพิจารณาจากเอกสารหลักฐาน หรือหนังสือพิมพ์เก่า ๆ ในเมืองเชียงใหม่ กลับไม่ปรากฎเรื่องราวเหล่านี้เลย
 
         โดยเฉพาะคำร่ำลือที่กล่าวกันว่า หญิงดื่มยาพิษตายใต้ต้นไทรในอุทยานของ ลัดดาแลนด์ ก็แทบไม่มีความเป็นไปได้ เนื่องจากพื้นที่บริเวณนั้นอยู่ในการควบคุมดูแลพื้นที่ของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และเป็นพื้นที่ปิดมีรั้วรอบขอบชิด 
 
         ขณะเดียวกัน ประเด็นที่ว่าหลังจาก ลัดดาแลนด์ กลายเป็น สถานที่เปลี่ยวร้าง มีการนำศพคนตายที่ถูกปล้น หรือถูกฆาตกรรม รวมถึงซากศพเด็กจากการทำแท้ง มาทิ้งไว้ในบริเวณนั้น ก็มีความเป็นไปได้น้อยมาก เพราะแม้ในอดีตเชียงใหม่ ก็ยังเป็นเมืองที่มีความเจริญไม่ต่างจากกรุงเทพฯ อีกทั้ง ลัดดาแลนด์ อยู่ใกล้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หากเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น หน่วยงานราชการ รวมถึงเป็นเขตในท้องที่ของตำรวจภูพิงค์ คงไม่ปล่อยให้เรื่องเหล่านี้ผ่านไปง่าย ๆ แน่
 
         ...ไม่ว่าตำนาน ลัดดาแลนด์ จะเป็นเรื่องจริง  หรือเป็นเพียงเรื่องเล่าที่ถูกแต่งเติมขึ้น แต่ก็เป็นเรื่องราวชวนขนลุก เมื่อได้รับรู้ คราวนี้คงต้องมารอดูกันว่า ลัดดาแลนด์ ฉบับจีทีเอช จะถูกสร้างออกมาแนวทางใด และน่ากลัวขนาดไหน แต่แค่คิดก็สยองแล้ว....บรื๋ออออออ


ขอขอบคุณภาพประกอบจาก cm108.com โดย คุณ pilotnop
บทความจาก horoworl





เครดิต :
 

ข่าวดาราบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!



รวมเรื่องเด็ด ประเด็นดัง วันนี้