10 อันดับ สถานที่แปลกๆ

คุณเบื่อการเมืองในขณะนี้ไหม คุณอยากออกนอกประเทศหรือไม่ และวันนี้มี 10 อันดับ สถานที่แปลกๆ ที่น่าเหลือเชื่อว่ามันมีอยู่จริงบนโลกใบนี้(อาจมีไทยติดด้วยนะ)


อันดับ 10 Llanfairpwllgwyngyllgogerychwyrndrobwllllantysiliogogogoch

 

หรือ Llanfair Pwllgwyngyll หรือเป็นที่รู้จักง่ายๆในชื่อ Llanfair PG และ Llanfairpwll เป็นชื่อหมู่บ้านในแคว้นเวลส์ ประเทศอังกฤษ และเป็นสถานที่ที่มีชื่อยาวที่สุดในโลกถึง 58 ตัวอักษร(51 ตัวอักษรในภาษาเวลล์ที่ Ch และ LL นับเป็นตัวอักษรเดียว) ชื่อนั้นมีความหมายว่า St Mary's Church (Llanfair) in a hollow (pwll) of white hazel (gwyngyll) near (goger) the swirling whirlpool (y chwyrndrobwll) of the church of St Tysilio (llantysilio) with a red cave ([a]g ogo goch). เป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่บนเกาะแองเกิลซีของเวลส์ เป็นเกาะที่อยู่ทางตอนเหนือของแผ่นดินใหญ่ และสามารถเดินทางไปถึงได้โดยสะพานแขวนที่ข้ามช่องแคบเมนาย แม้จะเป้นหมู่บ้านที่มีประชากรเพียง 3040(สำมะโนประชากรเมื่อปี 2001) แต่กระนั้นมันก็เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมีร้านค้าและแหล่งช้อปปิ้งอยู่มากมายและมีจุดถ่ายภาพหลายจุด


 

อันดับ 9 
Baldwin street

 

ได้ชื่อว่าเป็นถนนที่มีความชันมากที่สุดในโลก ตั้งอยู่ที่ชานเมืองเมืองดูเนดิน (Dunedin) ประเทศนิวซีแลนด์ ยาวประมาณ 350 เมตร (แต่เป็นส่วนหนึ่งของถนนใหญ่ 3.5 กิโลเมตร(2.2 ไมล์)) สาเหตุที่ชันขนาดนี้ก็เนื่องมาจากการสร้างเมืองในพื้นที่ที่เป็นเนินเขา ถูกออกแบบโดย Charles Kettle นักวางผังเมืองชาวอังกฤษ ซึ่งไม่เคยเห็นลักษณะภูมิประเทศของประเทศนี้ พวกเขาเพียงแค่วางรูปแบบบนแผนที่เท่านั้นผลเลยได้ถนนสายแบบนี้แหละ ปัจจุบันความชันของถนนยังเป็นที่ถกเถียงอยู่ว่าสมควรจะที่สุดในโลกหรือไม่ เพราะมีถนนสายอื่นๆที่ชันไม่แพ้กันต่างอ้างว่าของตนสมควรได้ที่หนึ่ง โดยความลาดชันของถนนเส้นนี้วัดได้ถึง 35% หรือบางแห่ง 38 %  (อันดับรอง Chicoutimi, Canada มีความชัน  33%, Canton Avenue มีความชัน  37%)


 

อันดับ 8 
Colletto Fava

 

เป็นภูเขาที่มีความสูง 5000 ฟุต(1500 เมตร) ใกล้กับ 
Bar La Baita ทางเหนือของหมู่บ้าน Artesina เมือง Piemonte ประเทศอิตาลี ในปี 2005 กลุ่มศิลปะกลุ่มหนึ่งชื่อ Gelatin (และเพื่อนอีก 3 คน)ได้ทำการทักตุ๊กตากระต่ายบนยอดเขา ถึง 4 ปี จนสำเร็จ ในในชื่อ Hase ตุ๊กตากระต่ายนิตติ้งสีชมพูที่ใหญ่ที่สุดในโลก(อย่างไม่เป็นทางการ) ทีคุณสามารถปีนเล่นได้ ส่วน Huse เป็นภาษาอิตาลีที่แปลว่า กระต่าย เปิดแสดงครั้งแรกในวันที่ 18 กันยายน 2005 เวลา 11:50 am. โดยจัดแสดงอยู่ที่ ผลงานนี้จะจัดแสดงอยู่ที่นี้ 20 ปี ระหว่างปี 2005 ถึง 2025 ซึ่งเมื่อถึงเวลาคาดว่าตุ๊กตากระต่ายสีชมพู(ทำจากกระดาษและยัดด้วยผ้า)จะหายไปเองจากการเสื่อมสลายจากสภาพอากาศและธรรมชาติ 

 

 

อันดับ 7 Icelandic Phallological Museum

 

http://wowboom.blogspot.com/2009/10/icelandic-phallological-museum.html

Icelandic Phallological Museum เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ตั้งอยู่ที่ Hedinsbraut 3a, 640 Husavik ประเทศไอซ์แลนด์ พิพิธภัณฑ์มีวัตถุประสงค์เก็บสะสมอวัยวะเพศชาย ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ( Mammal ) ทั้งบนบก และในน้ำ ที่สามารถหาพบในประเทศไอซ์แลนด์ ซึ่งนับรวมถึง กันยายน 2009 ภายในพิพิธภัณฑ์มี อวัยวะเพศ จัดแสดงอยู่ 272 ชิ้น จาก 92 สายพันธุ์ โดยผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์แห่งนี้คือ Sigurdur Hjartarsonได้รับ จู๋ของวัว มาหนึ่งอันที่มีลักษณะคล้ายแส้ขี่ม้า ( Riding Crop ) ในปี 1974 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นการสะสมอวัยวะเพศของเขา สะสมจนกระทั้งเป็นอย่างที่เห็น บางส่วนก็ได้จากการบริจาค จากนายพราน ชาวประมง และนักสัตววิทยา มีเพียง 1 ชิ้นที่เป็นของช้าง ที่ทางพิพิธภัณฑ์ต้องซื้อ อวัยวะเพศที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในพิพิธภัณฑ์คืออวัยวะเพศของปลาวาฬสเพิร์ม ( Sperm Whale ) ที่มีน้ำหนักกว่า 70 กิโลกรัม และยาวกว่า 1.7 เมตร ส่วนอวัยวะเพศที่เล็กที่สุดคืออวัยวะเพศของหนูแฮมเตอร์ (Hamster) มีขนาดเพียง 2 มิลลิเมตร ที่มีลักษณะเป็นกระดูกแข็งอันเล็กๆ และถือเป็นอวัยวะเพศ เล็กที่สุด ที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ในพิพิธภัณฑ์มีอวัยวะเพศของสัตว์เลือดอุ่นเกือบหมด ยกเว้นอวัยวะเพศของมนุษย์ผู้ชาย แต่ในไม้ช้าคงมีมาจัดแสดงภายในพิพิธภัณฑ์ เนื่องจากมีผู้ยื่นความจำนงค์ มอบ สุดของรักของหวงของเขาให้แก่ทางพิพิธภัณฑ์ แล้ว 4 คน หลังจากพวกเขาเสียชีวิต เป็น ชาวเยอรมัน ชาวอเมริกัน ชาวไอซ์แลนด์ และอังกฤษ

 

อันดับ 6 Sedlec Ossuary

 

http://dvd2hand.tv/forum/showthread.php?t=13771&page=95

Sedlec Ossuaryโบสถ์หลังเล็กๆที่ตั้งอยู่ข้างล่างโบสถ์ป่าช้าของ All Saints ในหมู่บ้านเซดเลส (Sedlecแถบย่านชุมชนเมืองคุตนาโฮรา (Kutná Hora) เมืองเล็กๆ ทางฝั่งตะวันออก ประเทศเช็คโกสโลวาเกียเป็นโบสถ์ที่โรมันคาธอลิกได้รับนิยมจากนักท่องเที่ยวมาก ในความแปลกและความสยอง เนื่องจากภายในโบสถ์ประดับด้วยโครงกระดูกมนุษย์ราว 40,000-70,000 ชิ้น ซึ่งได้รับการจัดวางอย่างมีศิลปะ เป็นเครื่องเฟอร์นิเจอร์และประดับต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ป้าย เชิงเทียน ระย้า ฯ จากฝีมือของช่างแกะสลักไม้ที่ชื่อ Frantisek Rint โดยได้นำเอากระดูกมาขัดสีฉวีวรรณร้อยเป็นรูปต่างๆตามจินตนาการ 

ส่วนสาเหตุที่ทำให้โบสถ์แห่งนี้มีกระดูกจำนวนมาก ก็เนื่องจากเหตุการณ์ Black Death (กาฬโรคระบาดในแถบยุโรป สมัยศตวรรษที่ 14) และ สงคราม Hussite (Hussite War สงครามของผู้ที่นับถือ John Huss)ตอนต้นศตวรรษที่ 15 ในราวปีค.ศ. 1870 ตระกูล Schwarzenberg ให้มาจัดการกับโครงกระดูกของผู้เสียชีวิตถึง 40,000 คน โดยว่าจ้าง Frantisek Rint มาช่วยจัดการ ด้วยความช่วยเหลือของภรรยาและลูกทั้ง 2 ของเขา ผลลัพธ์ที่ได้คือโบสถ์หลังเล็กที่สร้างมาจากโครงกระดูกมนุษย์ล้วนๆ โดยมีจุดเด่นอยู่ที่โคมแชนเดอร์เลียที่สร้างจากกระดูกมนุษย์ห้อยลงมาจากกลาง โบสถ์ ตกแต่งด้วยหัวกะโหลกมนุษย์รอบหลังคาโค้ง (ถึงขนาดที่ทางอเมริกาติดต่อทางรัฐบาลเช็คขอซื้อในราคาสูงถึง 1 แสนดอลลาร์ แต่ได้รับการปฏิเสธ)


 

อันดับ 5 Mojave Phone Booth

 

Mojave Phone Booth เป็นตู้โทรศัพท์สาธารณะที่ตั้งโดดเดี่ยวใน Mojave National ซึ่งเป็นบริเวณทะเลทรายขนาดเล็กในภาคใต้แคลิฟอร์เนีย ที่ได้รับความสนใจในปี 1997 สร้างขึ้นเมื่อปี 1960  ซึ่งอยู่ทางจากเมืองและทางหลวงอย่างมาก ถนนที่ใกล้ที่สุด ไกลถึง 15 ไมล์(24 กม.) หมายเลขโทรศัพท์เดิม(714)733-9969 ก่อนที่จะเปลี่ยนรหัสไปเป็น 619 จากนั้นก็ 760 โทรศัพท์สาธารณะนี้ได้เป็นแรงบันดาลใจในหนังสั้นเรื่อง Dead Line และภาพยนตร์เรื่องยาว Mojave Phone Booth


 

อันดับ 4 Mill Ends Park

 

Mill Ends Park เป็นสวนขนาดเล็กที่สุดในโลกอย่างเป็นทางการบันทึกโดยกินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด (The Guinness Book of Records)  แถว Naito Parkway SW และ SW Taylor ตั้งอยู่ในพอร์ทแลนด์ โอเรกอน ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นสวนสร้างขึ้นในปี 1948 ตอนแรกเป็นเสาไฟฟ้าแต่ปรากฏว่าเสาเต็มด้วยวัชพืชจนต้องล้มกลายเป็นหลุม ทำให้ Dick Fagan ปลูกดอกไม้จนกลายเป็นที่เด่นสะดุดตาต่อผู้พบเห็น จนกระทั้ง Fagan ตายเพราะโรคมะเร็วในปี 1969 แต่สวนยังคงอยู่ในการดูแลของทางการ สวนนี้มีลักษณะเป็นตารางวงกลมเส้นผ่าศูนย์กลาง 2 ft(0.61 m) มีพื้นที่ 4522(0.292 m2) อยู่กลางการจราจร สวนนี้จะตกแต่งตามฤดูกาล ประกอบด้วยสระว่ายน้ำสำหรับผีเสื้อและชิงช้าสวรรค์ขนาดเล็ก


 

อันดับ 3 Fucking

 

Fucking เป็นคำด่าในภาษาภาษาเยอรมัน แปลว่า “ระยำ” แต่สำหรับ ฟุกกิง กลับเป็นชื่อของหมู่บ้านในออสเตรีย ในเทศบาลเมืองทาร์สดอร์ฟ ในเขตอินน์ (Innviertel) ทางตะวันตกของรัฐอัปเปอร์ออสเตรีย หมู่บ้านนี้ตั้งอยู่ห่างจากทางตอนเหนือของ ซาลซ์บูร์ก 33 กม. และห่างจากชายแดนประเทศเยอรมนีทางตะวันตก 4 กม.


การตั้งถิ่นฐานของหมู่บ้าน Fucking มีมาอย่างน้อยตั้งแต่ปี 1070 โดยตั้งตามชื่อชายในศตวรรษที่ 6 ที่ชื่อ Focko ส่วน "-ing" เป็นคำเสริมท้ายในภาษาเก่าของภาษากลุ่มเจอร์เมนิก ที่แสดงที่มาของคน ที่มาของคำที่จะติดไปด้วย ดังนั้น Fucking มีความหมายว่า "สถานที่ของ ชายชื่อ Focko"  หมู่บ้านนี้มีประชากร 107 คน โดยจุดเด่นของหมู่บ้านแห่งนี้คือป้ายจราจร ที่นักท่องเที่ยวมักหยุดมาถ่ายรูปเสมอ อีกทั้งมันยังถูกขโมยเป็นประจำ จนต้องมีกองทุนส่วนกลางสำหรับจ่ายป้ายจราจรที่ถูกขโมยในปี 2004 เคยมีการลงคะแนนเสียงเปลี่ยนชื่อหมู่บ้าน แต่ก็มีการคัดค้านเกิดขึ้น จนกระทั้งในปี 2005 ป้ายถนนได้ถูกแทนที่โดยป้ายป้องกันขโมยโดยเชื่อมเหล็กและตรีงไว้ด้วยคอนกรีต เพื่อป้องกันการขโมย

 

อันดับ 2 Long Neck Karen

 

 
กะเหรี่ยงคอยาว หรือชนเผ่าปาดอง เป็นชาวเขาเผ่าหนึ่งอาศัยอยู่ลึกเข้าไป ในดินแดนพม่า
 (ติดต่อกับเขตบ้านน้ำเพียงดินของประเทศไทย) ชาวปาดองยังชีพด้วยการเกษตรกรรม ปลูกข้าว ใบชา ยาสูบส่วนใหญ่จะนับถือ ศาสนาพุทธกับภูตผี แต่สิ่งที่ทำให้สถานที่แห่งนี้โด่งดังไปทั่วโลกคือหญิงสาวชาวปาดอง ที่นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวต่างแปลกใจ เพราะพวกเธอคอยาวเหลือเกิน

หญิงชาวกะเหลี่ยงจะมีพิธีใส่ห่วงทองเหลืองเมื่ออายุได้  5-9  ปี  มีหมอผีประจำเผ่าเป็นผู้ใส่ให้  แต่เดิมนั้นผู้ที่จะใส่ห่วงทองเหลืองจะต้องเป็นหญิงที่เกิดวันพุธที่ตรงกับวันเพ็ญเท่านั้น  และจะต้องเป็นหญิงปาดองที่แท้จริง  ไม่มีเชื้อเผ่าอื่นผสม  ถ้าไม่ยอมใส่ห่วงจะถูกขับออกจากเผ่าทันที อายุเพิ่มขึ้นก็จะสวมห่วงทองเหลืองเพิ่มขึ้น จนดูทำให้ดูภายนอกเหมือนห่วงนี้จะทำให้สาวกะเหลี่ยงคอยาวผิดปกติ


แต่กระนั้นมีการพิสูจน์แล้วว่า า ความจริงแล้วคอปาดองจะไม่ยาวขึ้นกว่าคนธรรมดา กระดูกคอยังคงเท่าเดิม แต่ห่วงจะไปกดกระดูกช่วงไหล่ให้ลู่ต่ำลงไปจนดูว่าคอยาวกว่าปกติ

ปัจจุบัน กะเหลี่ยงคอยาวเริ่มสูญหายตามกาลเวลา เนื่องจาก ความเจริญก้าวหน้าของโลกปัจจุบันที่ทำให้ผู้หญิงปาดองถอดห่วงที่คอออก เพราะการไม่มีห่วงที่คอทำให้คล่องตัวในการทำมาหากินมากกว่า อีกทั้งการเข้ามาของศาสนาคริสต์ทำให้หญิงสาวปาดองไม่ใส่ห่วงที่คอเลย

 

อันดับ 1 Oregon Vortex

 

โอเรกอน วอร์เท็กซ์ เป็นสนามพลังแม่เหล็ก ตั้งอยู่ใน หุบเขาทองคำ(gold Hill) โอเรกอน ประเทศอเมริกา โดยสถานที่แห่งนี้มีปรากฏการณ์แปลกๆ ที่น่าสนใจ ไม่สว่าจะเป็นภาพลวงตาที่เกิดจากการหักเหของแสง หรือแรงโน้มถ่วง หรือแนวแม่เหล็กที่ไขว้กันอยู่ใต้พื้นดิน เมื่อคุณเข้าไปยืนในนั้นจะรู้สึกเหมือนเป็นตัวประหลาด รู้สึกได้ถึงความกดดัน มันผลักกันและกัน และหมุนรอบๆจนคุณทนไม่ไหว การยืด หรือหดตัวอย่างน่าใจหาย จุดเด่นของสถานที่แห่งนี้โรงนาปริศนาที่ช่างเอียงเหลือจะกล่าว ทุกอย่างกลับตาลปัตรไปหมด ตัวของคุณจะเอียง ลูกกอล์ฟกลิ้งขึ้นเนินเองได้ ไม้กวาดตั้งได้เอง ด้วยความแปลกและพิศวงทำให้ Oregon Vortex กลายเป็น 1 ใน 10 ปริศนาที่น่าค้นหาของโลก





ที่มาจาก : FW


เครดิต :
 

ข่าวดาราบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!



รวมเรื่องเด็ด ประเด็นดัง วันนี้