เวลาที่ผ่านไป ช้าหรือเร็ว?

เวลาที่ผ่านไป ช้าหรือเร็ว?


หลายคนมักจะบ่นถึงเรื่องเวลาที่ผ่านไป 
ว่าทำไมเวลาตอนที่ต้องทนทุกข์ เวลาช่างเดินผ่านไปแสนจะช้า 
แต่เวลาตอนที่มีความสุข เวลากลับเดินผ่านไปเร็วเสียเหลือเกิน 
จนบางคนแทบจะอยากหยุดเวลาไว้นาน ๆ แต่ทำไม่ได้ 

ชีวิตก็เสมือนการเดินทางบนเส้นทางของเวลา ที่ไม่อาจหยุดลง แต่มีวันจบสิ้น 
หมายความว่า เวลาเป็นถนนสายหนึ่ง ที่ทอดยาวไกลไปเรื่อย ๆ 
ถ้าเวลาคือถนน เวลาจึงไม่ได้เคลื่อนที่ผ่านชีวิตของเราเลย 
ชีวิตของเราต่างหากที่เคลื่อนที่ ผ่านเส้นทางของเวลา 

สมมุติว่ากำลังเดินทางอยู่บนผิวโลก ตรงเส้นศูนย์สูตร สวนทางกับทิศการหมุนของโลก 
โดยเดินทางด้วยความเร็ว เท่ากับความเร็วบนพื้นผิวโลกที่กำลังหมุนอยู่ 
จะพบว่า ตัวเรากำลังเดินทางอยู่กับที่ ณ องศาเดิมตลอดเวลาที่โลกหมุน 
คล้ายกับการเดินบนลู่วิ่งสายพาน ที่เราไม่ได้เคลื่อนองศาออกห่างไปไหนเลย 

บนเส้นทางของเวลา ก็คล้ายกับเวลาที่โลกหมุนรอบตัวเอง 1 วัน 
เป็นชีวิตที่กำลังเดินอยู่บนวงล้อแห่งเวลา ด้วยความเร็ว 24 ชั่วโมง/วัน 
ชีวิตกำลังเคลื่อนที่ไปบนพื้นผิววงล้อแห่งเวลา หมุนวนเรื่อยมาไม่รู้จบ 
แต่แท้ที่จริง ชีวิตยังอยู่ที่ตำแหน่งองศาเดิมโดยตลอด บนวงล้อแห่งเวลา
 

การเดินทางของชีวิต ก็เป็นเหมือน วงล้อที่กำลังหมุนกลิ้งไปเรื่อย ๆ 
ชีวิตกับเวลา จึงไม่ต่างอะไรกับล้อ ๆ หนึ่ง ที่กำลังหมุนอยู่บนล้ออีกล้อหนึ่ง 
โดยที่ชีวิตเป็นล้อหมุนตรงส่วนบน ที่กำลังหมุนบนวงล้อแห่งเวลาที่ส่วนด้านล่าง 
วงล้อแห่งชีวิตหมุนบนวงล้อแห่งเวลา ตรงตำแหน่งประกับกัน เรียกว่า จุดปัจจุบัน 

การที่ชีวิตได้หมุนไปพร้อมกับการหมุนของเวลา ก็คงไม่มีอะไรมากมาย 
แต่สิ่งที่กั้นระหว่างหน้าผิวสัมผัสของวงล้อทั้งสอง คือ เรื่องราวของความรู้สึกนึกคิด 
เรารับรู้การกระทำต่าง ๆ ณ ปัจจุบันขณะ ผ่านความรู้สึก รูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัส 
แล้วหมุนทับความรู้สึกนั้น ให้ผ่านออกไปกลายเป็นความทรงจำที่เรียกว่า เรื่องราวอดีต 

เราต่างรู้ว่าชีวิตแต่ละคนมี 24 ชั่วโมง/วัน เท่า ๆ กันทุกคน  อย่างยุติธรรมเสมอภาคที่สุด 

ดังนั้น วงล้อแห่งเวลาจึงมีขนาดเส้นรอบวงและความเร็วในการหมุน คงที่ตลอด 
แต่สิ่งที่มีผลต่อความรู้สึกที่จะแปรสัมผัสทั้ง 5 ให้กลายเป็นเรื่องราวอดีตที่ผ่านไป 
นั่นคือ ขนาดวงล้อแห่งชีวิต ที่จะเปลี่ยนไปตามขนาดของจิตใจ ในแต่ละช่วงของปัจจุบันขณะ
 

เมื่อจิตใจอยู่ในสภาวะที่ตึงเครียดมีแรงกดดันสูง ย่อมทำให้สภาพจิตมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นมาก 
เป็นผลเกิดการขยายตัวของเส้นรอบวงของวงล้อแห่งชีวิต จากแรงดันภายในที่เพิ่มมากมาย 

ในขณะที่ขนาดวงล้อแห่งเวลามีขนาดเท่าเดิม ความเร็วในการหมุนคงที่ตลอด 
เมื่อวงล้อแห่งชีวิตมีขนาดใหญ่ขึ้น วงล้อแห่งชีวิตจึงหมุนช้าลง ทำให้รู้สึกว่า เวลาเดินช้า 

และเมื่อจิตใจได้อยู่ในสภาวะที่ผ่อนคลายมีแรงกดดันต่ำ สภาพจิตย่อมมีน้ำหนักที่เบาลง 
เส้นรอบวงของวงล้อแห่งชีวิตก็จะหดตัวเล็กลง เนื่องจากแรงดันภายในบางเบาไม่ขยายตัว 
แต่ขนาดวงล้อแห่งเวลายังมีขนาดเท่าเดิม และมีความเร็วในการหมุนคงที่เช่นเดิม 
วงล้อแห่งชีวิตที่มีขนาดเล็กลง วงล้อแห่งชีวิตย่อมหมุนเร็วขึ้น จึงรู้สึกว่า เวลาผ่านไปเร็ว 

จะเห็นว่าปัจจัยในการหมุนของเวลานั้นคงที่ แต่สภาพจิตใจจะมีผลทางความรู้สึกต่อเวลา 
จิตใจที่เต็มไปด้วยแรงกดดันมากมาย ย่อมมีน้ำหนักและเส้นรอบวงของผิวสัมผัสที่มากกว่า 

ไม่ต่างอะไรกับการเข็นครกใบใหญ่ ๆ ขึ้นภูเขา เป็นความรู้สึกทุกข์ที่แสนจะยาวนาน 
และเมื่อรู้สึกว่ากำลังเป็นทุกข์ ก็ยิ่งไปเพิ่มแรงดันภายในจิตใจให้หนักอกหนักใจขึ้นเรื่อย ๆ 

เวลาจะเดินช้าหรือเร็ว จึงเป็นเพียงแค่ความรู้สึก จากจิตนึกคิดในใจของแต่ละช่วงขณะ 
ไม่ว่าจะรู้สึกทุกข์หรือสุข ในที่สุดแล้วก็จะต้องผ่านไป ไม่มีสิ่งใดดำรงอยู่ถาวร 
ทุกข์สุขสลับหมุนเวียนเปลี่ยนไป ทุกข์สุขใหม่อย่างไรก็จะดำเนินเคลื่อนเข้ามา 
อย่าเสียเวลาจดจ่อกับเวลาที่กำลังผ่านไป แต่ควรใส่ใจระลึกรู้ดูสิ่งที่กำลังกระทำจะดีกว่า 


เครดิต :
 

ข่าวดาราบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!



รวมเรื่องเด็ด ประเด็นดัง วันนี้