บันเทิงดารา คุยคุ้ยข่าวครบเครื่องเรื่องวัยรุ่นเรื่องผู้หญิง ที่นี่ที่เดียว
บันเทิงดาราวาไรตตี้ฟอร์เวิรดเมล์กีฬาคุยคุ้ยข่าวผู้หญิง



ชื่อผู้ใช้ : รหัสผ่าน : Remember สมัครสมาชิก   ลืมรหัสผ่าน
  เรื่องของ สะตอ
 

ชื่อวิทยาศาสตร์ Parkia speciosa Hassk.
ชื่อสามัญ  Stink bean  

                                                                      


สะตอ เป็นพืชผักยืนต้นที่มีถิ่นกำเนิดในภาคใต้ของประเทศไทย ปัจจุบันสะตอจัดเป็นพืชผักเศรษฐกิจชนิดหนึ่ง ที่มีความสำคัญ เพราะมีผู้นิยมบริโภคทั่วไป สะตอเป็นพืชผักที่มีรสชาติดี สามารถนำมารับประทานสด และปรุง อาหารได้หลายชนิด มีคุณค่าทางอาหารสูง และมีคุณค่าทางสมุนไพรด้วย คือช่วยลดความดันโลหิตและช่วยลดน้ำตาล ในเลือด


ผลผลิตของสะตอในอดีตได้จากการเก็บจากป่าและเกษตรกรปลูกแซมกับพืชหลักชนิดอื่น ๆ แต่ในปัจจุบันมีผู้นิยมรับประทานสะตอกันมากขึ้น จึงทำให้ความต้องการบริโภคสะตอมีแนวโน้มสูงขึ้น ส่งผลให้มีผู้สนใจปลูกสะตอกันอย่างแพร่หลายเกือบทุกภาคของประเทศ

สภาพดินฟ้าอากาศ

สะตอชอบที่ที่มีความชื้นสูง ดินควรเป็นดินร่วนมีความอุดมสมบูรณ์สูง ดินค่อนข้างเป็นกรด คือ pH 5.2-6.5 ระบายน้ำได้ดีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยประมาณ 1,500-2,000 มิลลิเมตรต่อปี สามารถขึ้นได้ดีในที่สูงถึง 2,000 ฟุตจากระดับน้ำทะเล อุณหภูมิ 20-30 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์ 75-80 เปอร์เซนต์


พันธุ์


พันธุ์ สะตอมี 2 ชนิด คือ


 
สะตอข้าว ลักษณะฝักเป็นเกลียว ยาวประมาณ 31 ซม. กว้างประมาณ 4 ซม. จำนวนเมล็ดต่อฝักประมาณ 10-20 เมล็ด จำนวนฝักต่อช่อประมาณ 8-20 ฝัก เมล็ดมีกลิ่นไม่ฉุนเนื้อเมล็ดไม่ค่อยแน่น อายุการให้ผลผลิต 3-5 ปี หลังปลูก


 
สะตอดาน ฝักมีลักษณะตรงแบนไม่บิดเบี้ยว ยาวประมาณ 32 ซม. ความกว้างกว้างกว่าสะตอข้าวเล็กน้อย มีเมล็ดต่อฝักประมาณ 10-20 เมล็ด จำนวนฝักต่อช่อประมาณ 8-15 ฝัก เมล็ดมีกลิ่นฉุนรสเผ็ด เนื้อเมล็ดแน่น อายุการเก็บเกี่ยว 5-7 ปี

การขยายพันธุ์



 
1. เพาะเมล็ด การขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด เป็นวิธีการที่ทำได้ง่าย และได้ต้นพันธุ์จำนวนมาก โดยการนำเมล็ดจากฝักที่แก่ขนาดที่ใช้รับประทาน แกะเมล็ดแล้วนำไปเพาะลงถุง ประมาณ 2-3 เดือน ก็นำไปปลูกได้ แต่ต้นที่ปลูกจะมีลำต้นสูงใหญ่ มีการกลายพันธุ์ได้และให้ผลผลิตช้า

2. การติดตา การขยายพันธุ์โดยวิธีการนี้ เป็นวิธีการที่นิยมกันในปัจจุบัน เพราะต้นสะตอ ที่นำไปปลูกมีลักษณะให้ผลผลิตเร็วตรงตามพันธุ์ ลำต้นไม่สูง สามารถปฏิบัติดูแลรักษาและเก็บเกี่ยวได้ง่าย


การปลูก

สะตอสามารถปลูกและเจริญเติบโตได้ดีในทุกสภาพพื้นที่ แต่ต้องไม่มีน้ำท่วม


 
การปลูกสามารถปลูกเป็นพืชเดี่ยวหรือปลูกร่วมกับพืชชนิดอื่น ๆ ได้ ควรปลูกในร่องต้นฤดูฝน ประมาณเดือนพฤษภาคม - มิถุนายนโดยใช้ระยะปลูกระหว่างแถว 9-10 เมตร ระยะห่างระหว่างต้น 9-10 เมตร ขุดหลุมขนาด 50x50 เซนติเมตร รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักก่อนปลูก เมื่อปลูกแล้ว ปักไม้แนบลำต้น ผูกเชือกรดน้ำให้ชุ่ม และทำร่มเงาทิ้งไว้ประมาณ 1 ปี

การดูแลรักษา

การปฏิบัติดูแลรักษา


การให้น้ำ ในระยะเริ่มปลูกรดน้ำ 2-3 ครั้ง/สัปดาห์


การใส่ปุ๋ย ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักร่วมกับปุ๋ยเคมี 2-3 เดือนต่อครั้ง ตั้งแต่เริ่มปลูก โดยใส่ปุ๋ยเคมี ดังนี้


ช่วงการเจริญเติบโต ก่อนการให้ผลผลิต หลังการเก็บเกี่ยวและตัดแต่งกิ่ง ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15


ช่วงก่อนการออกดอก ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 12-24-12 หรือ 9-24-24


ช่วงก่อนการเก็บเกี่ยว 1 เดือน ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 13-13-21 หรือ 0-0-50


การตัดแต่งกิ่ง


ตัดยอด เมื่ออายุ 1-2 ปี หรือสูง 2-3 เมตร เพื่อให้มีการแตกทรงพุ่มและลำต้นไม่สูง


ตัดแต่งกิ่ง หลังเก็บเกี่ยวผลผลิต เพื่อให้ทรงพุ่มโปร่งและไม่ให้สูงเกินไป


การป้องกันกำจัดวัชพืช


เมื่อสะตอยังเล็กอยู่จำเป็นต้องมีการกำจัดวัชพืช โดยใช้มีดหรือจอบถางหรือใช้สารเคมีกำจัดวัชพืช เมื่อสะตอโตแล้ว การกำจัดวัชพืชก็น้อยลง


การเก็บเกี่ยว

การให้ผลผลิตของสะตอจะมีมากในช่วงเดือนมิถุนายน -สิงหาคม อายุของฝักสะตอที่เหมาะสมในการเก็บเกี่ยวฝักเพื่อนำมา บริโภค คือ 48-54 วันหลังดอกบานโดยประมาณ โดยสังเกตจากมีลักษณะสีของฝักมีสีเขียวเข้ม มันแวว ตรงเมล็ดจะนูน เห็นเด่นชัดสะดุดตา เปลือกหุ้มเมล็ด เมื่อแกะดูด้านในที่บริเวณขั้วของเปลือกมีสีเหลืองเข้ม


 
ส่วนใหญ่จะใช้มีดผูกกับปลายไม้แล้วสอยลงมา

เกษตรกรจะมัดฝักสะตอเป็นช่อๆละ 100 ฝัก ขายส่งพ่อค้าคนกลาง ราคาประมาณ 80 - 1,000 บาท ขึ้นอยู่กับช่วงฤดูกาลของสะตอ ว่ามากหรือน้อย ราคาขายปลีกในฤดูกาล ราคาฝักละ 2-5 บาท นอกฤดูกาล ราคาฝักละ 8-10 บาท
 
สรรพคุณทางยา



 

- ผลต่อความดันโลหิต
- ผลต่อการแบ่งตัวของเซลล์
- ผลยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย
- ผลยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อรา
- ผลของการเกาะกลุ่มของเม็ดเลือดแดง
- ฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือด
- ฤทธิ์กระตุ้นการบีบตัวของลำไส้

ของฝากเมนูอาหารจ้า


 

มีใครชอบทานสะตอกันบ้างมั้ยจ๊ะ ลองเอาสูตรนี้ไปทำตามกันได้นะจ๊ะ ง่ายๆ นิดเดียว อร่อยทีเดียว



 
   โดย :~~ LoVe vAlEnTiNe ( สมาชิกไอดีที่ 42549) โพสเมื่อ [ วันศุกร์ ที่ 29 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา 09:54 น.]

Vote เพิ่มคะแนนกระทู้นี้


คุณ : 6464
สถานะ : บุคคลทั่วไป

1198168, 202.143.143.33, , 202.143.143.33 ความคิดเห็นที่ 1 [อ้างอิง]

458368686



  [ วันพฤหัสบดี ที่ 23 ธันวาคม 2553 เวลา 13:47 น. ]


คุณ : mmm
สถานะ : บุคคลทั่วไป

1411181, 118.172.71.131, , node-e4j.pool-118-172.dynamic.totbb.net ความคิดเห็นที่ 7 [อ้างอิง]

น่ากินมากๆ



  [ วันพฤหัสบดี ที่ 17 พฤษภาคม 2555 เวลา 17:05 น. ]


คุณ : kun
สถานะ : บุคคลทั่วไป

1454750, 125.26.139.184, , node-rlk.pool-125-26.dynamic.totbb.net ความคิดเห็นที่ 8 [อ้างอิง]

สุดเทพ



  [ วันพุธ ที่ 3 ตุลาคม 2555 เวลา 21:06 น. ]


คุณ : วิญญู
สถานะ : บุคคลทั่วไป

1521131, 202.28.182.5, , 202.28.182.5 ความคิดเห็นที่ 9 [อ้างอิง]

ปลูกไว้ที่บ้าน 1 ต้นติดตา เขาบอกว่า 3 ปีได้กินฝัก



  [ วันพฤหัสบดี ที่ 8 สิงหาคม 2556 เวลา 09:45 น. ]

นโยบายของเว็บไซต์ กรุณาอ่านก่อนใช้งานระบบใด ๆ
" ประกาศ "
ร่วมรับผิดชอบต่อสังคม ไม่ใช้คำหยาบ เพราะอาจมีเด็กประถมอ่านอยู่ด้วย ร่วมเป็นตัวอย่างที่ดีกันนะครับ ส่วนคนที่ชอบสาปแช่งให้ส่งข้อความลูกโซ่ รู้ไว้เลยว่าคุณผิดศีลข้อ4อยู่ แต่ผิดยกกำลังเท่าไรขึ้นอยู่กับมีคนอ่านเท่าไร
ร่วมแสดงความคิดเห็น
 ร่วมตั้งกระทู้เว็บบอร์ด กับ TeeNee.com
ความเห็น :
เพศ : ชาย   หญิง   ไม่ระบุ
โดย :
กรอกเลขให้ตรงภาพก่อนกดปุ่มส่งข้อความ :

 

  
 
ทางทีมงานไม่ขอรับผิดชอบข้อความต่างๆ ขอให้ผู้โพสรับผิดชอบตัวเอง และรับผิดชอบต่อสังคม
ถ้าข้อความใดส่งผลต่อประเทศชาติ ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่ เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิด


ตั้งชื่อเกาหลีจากดวง ทำนายอดีตชาติ ทำนายคู่รัก ทำนายลีลาบนเตียง ดูดวงจากรังสีออร่า ดูดวงตามวันที่เกิด
ทายของลับหญิง ทายของลับชาย ทายบัตรประชาชน วันเกิดกับสีบอกนิสัย ดูดวงตามวันเกิด ปลายนิ้วบอกนิสัย teenee.com เวบยอดนิยม
Teenee.com ติดต่อโฆษณา คลิก