ในโลกนี้มีแค่ไทยที่อยู่ไฟ หมอสูติฯ เผยความเชื่อผิด ๆ ยิ่งอยู่หนังยิ่งเหี่ยว

ในโลกนี้มีแค่ไทยที่อยู่ไฟ หมอสูติฯ เผยความเชื่อผิด ๆ ยิ่งอยู่หนังยิ่งเหี่ยว


สูตินรีแพทย์ชื่อดัง โพสต์เกร็ดความรู้การอยู่ไฟ สืบเนื่องจาก ละคร บุพเพสันนิวาส ได้นำเสนอความเชื่อโบร่ำโบราณนี้ผ่านทางละคร ..

ระบุ ความเชื่อนี้ เป็น Thailand Only ทั้งโลกมีแค่ไทยเท่านั้น ที่เชื่อเรื่อง"อยู่ไฟ" บอกมันผิดเพราะยิ่งอยู่นานแทนที่จะดีหนังยิ่งเหี่ยวซะงั้น



ในโลกนี้มีแค่ไทยที่อยู่ไฟ หมอสูติฯ เผยความเชื่อผิด ๆ ยิ่งอยู่หนังยิ่งเหี่ยว

"อยู่ไฟ..Thailand Only

วิธีการอยู่ไฟที่ถูกต้อง 'ในอดีต' นั้น หญิงผู้อยู่ไฟ จะต้องนอนบนกระดานแผ่นเดียวในห้องมิดชิด ห้ามเปิดประตูและหน้าต่าง
ต้องนอนตะแคงเท่านั้น ทั้งนี้เพื่อช่วยให้แผลผสานได้เร็วขึ้น

ข้อห้ามที่สำคัญคือ ภายในห้องต้องไม่เปิดหน้าต่าง ประตู เพื่อกันไม่ให้ลมเข้า ส่วนไฟก็ต้องระวังไม่ให้ดับ ภายในห้องจึงร้อนและอบมาก

การแพทย์แผนไทยเชื่อว่าจะดีกับแม่ เพราะช่วยขับน้ำคาวปลาออกจนหมด ซึ่งทำให้มดลูกแห้ง เข้าอู่เร็วขึ้น เมื่อเลือดไม่ดีถูกขับออกไปหมดก็จะทำให้ไม่เกิดเลือดเป็นพิษ น้ำนมก็จะไม่เป็นอันตรายต่อลูก

การอยู่ไฟนี้กินเวลาประมาณ 15-30 วัน

หมอบรัดเลย์เดินทางมาถึงเมืองไทยใน พ.ศ. 2378 และเสียชีวิต พ.ศ. 2416 ตรงกับรัชสมัยรัชกาลที่ 3 และ 4

หมอบรัดเลย์ได้นำความรู้ทางการแพทย์ตะวันตกมาใช้จนเป็นที่ประจักษ์ เช่น การปลูกฝีป้องกันไข้ทรพิษ

และยังได้พิมพ์หนังสือ "ครรภ์รักษา" อันเป็นตำราแพทย์แบบตะวันตก ซึ่งกล่าวถึงการตั้งครรภ์และการคลอด ซึ่งมีหลักการที่ขัดกับ การอยู่ไฟ ชัด ๆ 


ในโลกนี้มีแค่ไทยที่อยู่ไฟ หมอสูติฯ เผยความเชื่อผิด ๆ ยิ่งอยู่หนังยิ่งเหี่ยว

อย่างที่ระบุในตำราว่า

"ต้องให้เขา (แม่หลังคลอด) นอนในห้องที่สงัดมีลมพัดเย็น ๆ 
อย่าให้อยู่ไฟเลย ความร้อนของไฟนั้น มักให้จับไข้ ให้ผิวหนังแห้งเหี่ยวไป ไม่เป็นปกติ ให้้เกิดโรคต่าง ๆ"

โดยต่อมา สมเด็จพระจอมเกล้าฯก็มีนโยบายชักชวนให้เลิกการอยู่ไฟ ด้วยทรงเห็นว่าเป็นวิธีทรมาน และทรงเรียกว่าเป็น "อาชญากรรมอันโหดร้ายทารุณ และโง่เขลาเบาปัญญาที่ผู้หญิง
ต้องทนอยู่ในสภาพแบบนี้"

ซึ่งแม้จะมีข้อคัดค้าน หรือ ความเห็นจากพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ แต่เหล่าผู้หญิงในราชสำนักก็ยังคงปฏิเสธไม่ยอมรับและยังคงอยู่ไฟกันต่อไป

ล่วงมาจนรัชสมัยราชการที่ 5 

เมื่อสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถประสูติพระราชโอรส
ใน พ.ศ. 2432 พระองค์ทรงมีไข้ จนพระองค์ตัดสินพระทัย
เลิกการอยู่ไฟและให้หมอรักษาตามวิธีตะวันตก ซึ่งปรากฏผลดี ตั้งแต่นั้นมา ก็ทรงสนับสนุนให้เลิกการอยู่ไฟทำให้ผู้หญิงในราชสำนักเริ่มทำตาม

โรงพยาบาลศิริราชตั้งขึ้นในปี 2431
ในระยะแรกผู้ที่คลอดใน รพ. มักขอให้ใช้วิธีดั้งเดิมในการคลอด 
คือ ให้วงสายสิญจ์และแขวนยันต์รอบห้อง พร้อมขอให้มีการอยู่ไฟหลังคลอด

แม้ว่าหมอและพยาบาลจะชักชวนให้ใช้วิธีแผนใหม่ แต่ก็ไม่มีใครยอม 
(.. จริง ๆ สมัยนั้นน่าจะมีการคลอดเองที่บ้านกันเป็นส่วนใหญ่ด้วยซ้ำ..)

เมื่อทราบถึง สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระองค์ได้ทรงประทานอนุญาตให้กรมพยาบาลอ่านกระแสรับสั่งแก่ผู้ที่มาคลอดว่า พระองค์ได้ทรงใช้วิธีอยู่ไฟมาก่อน ภายหลังได้เปลี่ยนมาใช้วิธีใหม่ พบว่าสบายกว่ามากจึงมีพระราชประสงค์จะให้ราษฎรได้รับความสุขด้วย จึงทรงแนะนำให้ทำตามพระองค์

ในโลกนี้มีแค่ไทยที่อยู่ไฟ หมอสูติฯ เผยความเชื่อผิด ๆ ยิ่งอยู่หนังยิ่งเหี่ยว

และถ้าใครทำตาม จะพระราชทานเงินทำขวัญลูกที่คลอดคนละ 4 บาท ยังผลให้เริ่มมีคนสมัครใจรับการรักษาพยาบาลตามมากขึ้นเรื่อยๆ 
.
และต่อมาจึงมีการจัดตั้งโรงเรียนพยาบาลและผดุงครรภ์ตามแบบตะวันตกขึ้นใน ศิริราช เปิดทำการในปี พ.ศ. 2439

ปัจจุบันก็ยังมีการอยู่ไฟอยู่ แต่ก็ไม่ได้งาม ไม่ได้ผ่องมีน้ำมีนวลผอมไว หุ่นดีอย่างแม่การะเกดนะครับ

ถ้าไฟแรงไป อยู่ในที่อบเกินไป คุณแม่หลังคลอดบางคนก็งอมมาเลย 
ปากแห้ง หน้าซีด ตาโบ๋ ผมกรอบฟู ประเมินด้วยตาความสากคงระดับไม้กวาด สภาพจะเป็น แม่ผักกระเฉดแห้งเหี่ยว มากกว่าจะเป็นแม่การะเกด นะครับ

คิดถึงยามอากาศร้อน ต้องไป ย่างไฟกันอีก (..แถวบ้านผมเรียก ย่าง คงเห็นภาพนะครับ....)
แค่คิดก็ปากแห้งเหนียวคอแล้วใช่ไหมครับ

ปัจจุบันก็เห็นว่า การแพทย์แผนไทยมีการปรับเปลี่ยน ประยุกต์
ให้เหมาะสม ปลอดภัยมากขึ้น ไฟเบาลง ทำไม่นานระยะเวลา
เป็นชั่วโมง ไม่ใช่เป็นวัน ๆ เหมือนเมื่อก่อน ... ก็เรียกว่าอยู่ไฟกันเล่นๆก็แล้วกันนะครับ

อยู่ไฟ....Thailand Only

ดูบุพเพฯก็เลยรู้ว่า อยู่ไฟมีกันมาตั้งแต่สมัยอยุธยาแล้ว แต่ใครเป็นคนคิดริเริ่มเป็นผู้แรก ก็ยังสืบสาวไปได้ไม่รู้ความ

แต่ที่แน่ๆ นางทองกีมาร์ มิได้อยู่ไฟ แสดงว่าคนกรีก คนฝรั่งเศสไม่ได้มีประเพณีอยู่ไฟ 
ถ้าคุณแม่ว่างๆ ลองไปเปิดกูเกิล ค้นดูสิว่า

คนจีน วัฒนธรรม 4000 ปีมีอยู่ไฟมั๊ย........ไม่มี
ญี่ปุ่น มีอยู่ไฟมั๊ย....................................ไม่มี
ดูหนังเกาหลีมาหลายเรื่องแล้ว มีอยู่ไฟมั๊ย...ไม่มี
อเมริกา มีอยู่ไฟมั๊ย.................................ไม่มี
อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน ฮอลันลา....ล้วนไม่มีอยู่ไฟ
แล้วใยทำไมกรุงศรีอยุธยาดันมีอยู่ไฟ

นี่แหละยังหาต้นตอของ Thailand Only นี้ไม่ได้จนถึงปัจจุบันนี้

ข้อมูลบางส่วนจากหนังสือ คราสและควินิน โดย พิพัฒน์ พสุธารชาติ"

Cr::: FB นพ.อานนท์ เรืองอุตมานันท์

 

ข่าวดาราบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!

คุณ : ไม่เชื่ออย่าลบหลู่
สถานะ : บุคคลทั่วไป
IP : 184.22.212.124

184.22.212.124,,184-22-212-0.24.nat.sila1-cgn03.myaisfibre.com ความคิดเห็นที่ 1 [อ้างอิง]
หากการอยู่ไฟมิจำเป็นจริงอย่างที่ออเจ้าเขียนเล่า แล้วเยี่ยงใดทำไมที่โรงพยาบาลจึ่งเห็นถึงความสำคัญที่จักเปิดให้บริการอยู่ไฟหลังคลอดในโรงพยาบาลนักในเพลานี้ จริงไหมออเจ้า ถ้าออเจ้าที่คลอดลูกแล้ว แลไม่ได้อยู่ไฟจักสุขภาพไม่ดีไม่แข็งแรงหนา โปรดเชื่อพ่อเฒ่าแม่แก่ที่ท่านผ่านร้อนผ่านหนาวมาเทิดหนา ตรงกับคำที่ว่า "ไม่เชื่ออย่าลบหลู่" โปรดอย่าเพิกเฉยต่อการไม่อยู่ไฟเลย


[ วันเสาร์ ที่ 14 เมษายน 2561 เวลา 08:06 น. ]
คุณ : ถ้าสติไม่มา ปัญญาก็ไม่
สถานะ : บุคคลทั่วไป
IP : 171.97.19.123

171.97.19.123,,ppp-171-97-19-123.revip8.asianet.co.th ความคิดเห็นที่ 3 [อ้างอิง]
"ประเทศชาติต้องพัฒนา เดินไปข้างหน้า" ถ้าคุณไม่ลองก้าว จะไม่มีวันรู้เลยว่า ข้างหน้าเป็นอย่างไร


[ วันเสาร์ ที่ 14 เมษายน 2561 เวลา 10:12 น. ]
คุณ : วิถีชาติเรา
สถานะ : บุคคลทั่วไป
IP : 184.22.209.72

184.22.209.72,,184-22-209-0.24.nat.sila1-cgn03.myaisfibre.com ความคิดเห็นที่ 4 [อ้างอิง]
หากออเจ้าเห็นวีถีของพวกฝะรังคีดี หรือพวกต่างชาติดี ใยจึงเหยียดวิถีชาติเราเยี่ยงนี้เล่า เมืองเราก็มีวิถีเป็นของเรา "การอยู่ไฟมันคือวิธีฟื้นฟูสุขภาพหลังคลอดเพียงเท่านั้น" ทำได้ก็จักดีต่อสุขภาพ ถือเป็นภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมาในศาสตร์ของแพทย์แผนไทย มีระบุในตำราที่ยังมีการสอนให้กับแพทย์แผนไทยในปัจจุบัน เพื่อมิให้ละทิ้งความสำคัญในการดูแลสุขภาพ ทำแล้วได้ผลดีมากกว่าผลเสียจึงให้ลูกให้หลานทำสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน การอยู่ไฟก็ได้มีการประยุกต์และพัฒนาตามยุคตามสมัยเช่นกันมิได้ทรมานเหมือนในอดีตแล้วหนา


[ วันเสาร์ ที่ 14 เมษายน 2561 เวลา 15:53 น. ]
คุณ : สมุนไพรไทย
สถานะ : บุคคลทั่วไป
IP : 58.8.227.101

58.8.227.101,,ppp-58-8-227-101.revip2.asianet.co.th ความคิดเห็นที่ 5 [อ้างอิง]
การอยู่ไฟ ไม่ใช่อยู่กับความร้อนอย่างเดียว จะมีสมุนไพรด้วยนะ สมุนไพรไทยตั้งหลายชนิด


[ วันเสาร์ ที่ 14 เมษายน 2561 เวลา 16:34 น. ]
คุณ : สมุนไพรไทย
สถานะ : บุคคลทั่วไป
IP : 184.22.209.72

184.22.209.72,,184-22-209-0.24.nat.sila1-cgn03.myaisfibre.com ความคิดเห็นที่ 6 [อ้างอิง]
เห็นด้วยกับ ความคิดเห็นที่  icon

ใช่ๆ ต่างชาติมีสมุนไพรเหมือนเราเหรอ


[ วันเสาร์ ที่ 14 เมษายน 2561 เวลา 16:37 น. ]
คุณ : บวกบ้าง
สถานะ : บุคคลทั่วไป
IP : 182.232.56.223

182.232.56.223,8.37.233.211,182.232.56.223 ความคิดเห็นที่ 8 [อ้างอิง]
ก็ควรเปิดใจรับบ้างเนอะ ถ้าไม่ลองสิ่งใหม่จะรู้ได้ไงว่าสิ่งที่มีอยู่ดีหรือไม่ดี เปิดใจรับทำความเข้าไม่ใช่สักแต่ด่าเนอะ ไม่เปิดรับอะไรจะพัฒนาได้ไงเขาพูดถึงเรื่องนี้นี่ก็ด่าไปทั่ว ด่าเก่ง


[ วันอาทิตย์ ที่ 15 เมษายน 2561 เวลา 03:24 น. ]
คุณ : hello!
สถานะ : บุคคลทั่วไป
IP : 184.22.214.18

184.22.214.18,,184-22-214-0.24.nat.sila1-cgn03.myaisfibre.com ความคิดเห็นที่ 12 [อ้างอิง]
คุณบอกต่างชาติเค้าไม่อบความร้อนกันเดี๋ยวหนังเตู๊ด่ยว! hello! ไหงต่างชาติหลายประเทศจึงนิยมอบซาวน่าละ ไปศึกษามาใหม่ อย่าอ้างอิงแบบลำเอียงแบบนี้


[ วันอาทิตย์ ที่ 15 เมษายน 2561 เวลา 18:53 น. ]
คุณ : shiro
สถานะ : บุคคลทั่วไป
IP : 223.205.247.178

223.205.247.178,,mx-ll-223.205.247-178.dynamic.3bb.co.th ความคิดเห็นที่ 13 [อ้างอิง]
การอ่านก่อให้เกิดความคิดก่อนจะเชื่อหรือไม่ต้องศึกษา ทุกอย่างปรับให้เหมาะสมจะดีและทุกเรื่องน่าจะทำเช่นนี้เหมือนกัน ถ้าเราว่าดีและยืนยันว่าดี ก็ต้องหาวิธีแห่งการยืนยัน พิสูจน์ให้ได้เชิงวิทยาศาสตร์ บางครั้งการอยู่ไฟที่ใครๆว่าไม่ดี ถ้าปรับเรื่อง อุณหภูมิ เวลา กลวิธีต่างๆ อาจจะดีก็ได้เพียงแต่ไม่มีใครทำเปรียบเทียบอย่างจริงจังจนเห็นเป็นหลักฐานจริงๆ เท่านั้นเอง


[ วันจันทร์ ที่ 16 เมษายน 2561 เวลา 15:24 น. ]
คุณ : แม่ลูกหนึ่ง
สถานะ : บุคคลทั่วไป
IP : 118.173.62.112

118.173.62.112,,node-cc0.pool-118-173.dynamic.totbb.net ความคิดเห็นที่ 16 [อ้างอิง]
โดยส่วนตัวเคยเชื่อหมอไม่ให้อยู่ไฟ ไม่ให้กินยา เร่งคุณ ปรากฏว่า............ตอนนี้เวลาฝนจะมา หนาวถึงกระดูก ทรมานมาก ใครว่าอยู่ไฟไม่สำคัญ ขอเถียง


[ วันอังคาร ที่ 17 เมษายน 2561 เวลา 09:59 น. ]
คุณ : อาบน้ำร้อนมาก่อน
สถานะ : บุคคลทั่วไป
IP : 61.19.233.253

61.19.233.253,,61.19.233.253 ความคิดเห็นที่ 17 [อ้างอิง]
ใครไม่อยู่ไฟหลังคลอดก็ช่างเถอะ คือข้าเคยอยู่ไฟมาก่อนคือดีต่อร่างกายทุกอย่างผิวหนังไม่เตู๊ด่ยวแถมยังผิวขาวผิวใสด้วยสมุนไพรไทยอีกหนาออเจ้า ไม่มีพุงอีกด้วยมดลูกเข้าอู่เร็วด้วยหนา ออเจ้าทั้งหลาย เชื่อข้าเทิดข้าผ่านมาล่ะ


[ วันอังคาร ที่ 17 เมษายน 2561 เวลา 10:28 น. ]
คุณ : เลนิน
สถานะ : บุคคลทั่วไป
IP : 49.231.215.251

49.231.215.251,,49.231.215.251 ความคิดเห็นที่ 18 [อ้างอิง]
ก็อยากรู้พ่อแม่หมอสูติ มันอยู่ไฟหรือเปล่าตอนคลอดมันออกมา เคยไปถามพ่อแม่มันมั้งยัง


[ วันพฤหัสบดี ที่ 19 เมษายน 2561 เวลา 07:00 น. ]
คุณ : เตียเลี้ยว
สถานะ : บุคคลทั่วไป
IP : 101.108.151.92

101.108.151.92,,node-twc.pool-101-108.dynamic.totbb.net ความคิดเห็นที่ 19 [อ้างอิง]
ถ้าสมัยก่อนใช้คำว่าซาวน่าบำบัด...คงไม่เป็นประเด็น


[ วันพฤหัสบดี ที่ 19 เมษายน 2561 เวลา 16:24 น. ]
คุณ : ยังไม่แก่
สถานะ : บุคคลทั่วไป
IP : 182.53.176.96

182.53.176.96,,node-yu8.pool-182-53.dynamic.totbb.net ความคิดเห็นที่ 20 [อ้างอิง]
สมัยก่อน ประเพณีการอยู่ไฟหลังคลอดไม่ได้มีประเทศไทยเพียงประเทศเดียวครับ หลายประเทศในแถบเอเชียใกล้บ้านเราเมื่อก่อนก็มีเช่นกันครับ


[ วันเสาร์ ที่ 21 เมษายน 2561 เวลา 10:05 น. ]
คุณ : 1234
สถานะ : บุคคลทั่วไป
IP : 184.82.24.226

184.82.24.226,,184-82-24-0.24.public.cmbp-mser.myaisfibre.com ความคิดเห็นที่ 21 [อ้างอิง]
การอยู่ไฟผู้ชายไม่รู้ถึงพูดได้ ผลที่เกิดภายหลังหลังจากการไม่อยู่ไฟไม่ได้เกิดขึ้นที่ผู้ชายแต่เกิดขึ้นกับผู้หญิงทั้งนั้น ในส่วนตัวเชื่อเรื่องการอยู่ไฟของผู้หญิงหลังคลอดค่ะ


[ วันเสาร์ ที่ 21 เมษายน 2561 เวลา 14:17 น. ]
" ประกาศ "
ละเว้นการทำผิดศีล โดยไม่ส่งข้อความที่สร้างความไม่สบายใจกับผู้อื่น
ความเห็น : 
เพศ : 
 ชาย    หญิง    ไม่ระบุ
โดย : 
 

ทางทีมงานไม่ขอรับผิดชอบข้อความต่างๆ ขอให้ผู้โพสรับผิดชอบตัวเอง และรับผิดชอบต่อสังคม
ถ้าข้อความใดส่งผลต่อประเทศชาติ ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่ เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิด



กระทู้เด็ดน่าแชร์