มาดู..คนอายุ 256 ปี

มาดู..คนอายุ 256 ปี


ลี ชิง ยุน ได้ถูกอ้างว่าเป็นมนุษย์ที่มีอายุยืนยาวที่สุดในโลกถึง 256 ปี ทำให้หลายคนอาจเกิดความสนใจและเกิดคำถามว่าจะมีมนุษย์ที่มีอายุยืนยาวได้ เช่นนั้นจริงหรือ? และหากมีเขาดำรงชีวิตอย่างไรจึงได้มีชีวิตยืนยาวเช่นนั้นได้ และผมก็อดคิดตามไปต่อไม่ได้ก็คือ หากมนุษย์มีอายุยืนยาวอย่างนั้นแล้วจะมีความสุขจริงหรือเปล่าท่ามกลางสิ่ง แวดล้อมที่น่าจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากมายในช่วงเวลา 256 ปี ?

จึงใช้โอกาสในพื้นที่บทความนี้ไปค้นหาข้อมูลมาเขียนแบ่งปันให้ท่านผู้อ่าน ที่สนใจเรื่องนี้ได้พิจารณากัน เพื่อหวังว่าจะได้ประโยชน์และแง่คิดในการดำเนินชีวิตต่อไปไม่มากก็น้อย

ลี ชิง ยุน เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพร ทานอาหารมังสวิรัติ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะการป้องกันตัว และเป็นกุนซือด้านยุทธวิธี ตัวนายลี ชิง ยุน เองได้อ้างว่าเขาได้เกิดในปี พ.ศ. 2279 แต่ในขณะเกิดข้อพิพาทและข้อสงสัยเพราะมีบันทึกหลักฐานซึ่งระบุว่าเขาเกิดใน ปี พ.ศ. 2220 ซึ่งต่อมานายลี ชิง ยุนได้เสียชีวิตในวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2476ดังนั้นไม่ว่าอายุขัยที่แท้จริงของนายลี ชิง ยุน จะอยู่ที่ 197 ปี หรือ 256 ปี ก็ถือว่าเป็นมนุษย์ที่มีอายุยืนมากที่สุดในโลก มากกว่านาง ฌานน์ กาลม็อง สตรีชาวฝรั่งเศส ซึ่งมีหลักฐานในการบันทึกวันเกิดว่าเกิดวันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2418 และเสียชีวิตวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2540 ซึ่งมีอายุยืนถึง 122 ปี

ซึ่งมีข้อสงสัยว่านายลี ชิง ยุน อาจจะจำปีเกิดของตัวเองผิด หรือไม่ก็ไม่ได้ให้ข้อมูลที่เป็นความจริง หรือไม่หลักฐานที่บันทึกที่พบตามมานั้นอาจผิดก็ได้ ?

เพราะก่อนที่นายลี ชิง ยุนจะเสียชีวิต 3 ปี ปรากฏว่าในปี พ.ศ. 2473 ศาสตราจารย์ วู ชุง-เฉียน ซึ่งเป็นคณะบดีของคณะศึกษาศาตร์แห่งมหาวิทยาลัยหมินกั๋วประเทศจีน ได้ค้นพบหลักฐานแสดงบันทึกว่า นายลี ชิง ยุน ได้เกิดในปี พ.ศ. 2220 เพราะมีหลักฐานว่ารัฐบาลแห่งจักรพรรดิ์จีนได้ฉลองยินดีกับนาลี ชิง ยุนเมื่ออายุครบปีที่ 150 และ ต่อมาก็ฉลองอีกครั้งเมื่ออายุครบปีที่ 200 เมื่อย้อนเวลากลับไปจากการเฉลิมฉลอง 2 ครั้ง จึงเชื่อได้ว่านายลี ชิง ยุน น่าจะเกิดในปี พ.ศ.2220 จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่กว่าที่จะสืบค้นได้ว่านายลี ชิง ยุนที่แท้จริงได้ว่าน่าจะมีอายุขัยยืนยาวถึง 256 ปี เพราะคนที่ร่วมฉลองวันเกิด 150 ปี หรือ 200 ปีต่างก็เสียชีวิตกันไปหมดแล้ว

ในปี พ.ศ.2471 หนังสือพิมพ์นิวยอร์ค ไทมส์ ได้เคยเขียนบันทึกผู้สูงวัยซึ่งอยู่เป็นเพื่อบ้านกับนายลี ชิง ยุน ต่างก็ได้ยืนยันตรงกันว่าปู่ของพวกเขารู้จักและเคยเห็นนายลี ชิง ยุน ตั้งแต่ปู่ของพวกเขายังเป็นเด็ก และหลังการเสียชีวิตของนายลี ชิง ยุน ในปี พ.ศ. 2479 นิตยสารไทมส์ และนิวยอร์ค ไทมส์ ได้รายงานว่านายลี ชิง ยุน มีภรรยา 23 คน และมีทายาทกว่า 200 คนเรื่อยมาตลอดระยะเวลา 256 ปี

นายลี ชิง ยุน เกิดที่มณฑลเสฉวน อายุ 10 กว่าปี ก็เริ่มเก็บสะสมสมุนไพรบนภูเขา ทานอาหารมังสวัรัติและเรียนรู้วิธีในการทำให้อายุยืนยาว ใช้ชีวิตอยู่กับการรับประทานสมุนไพร เขาใช้ชีวิตอย่างนี้ในช่วงชีวิต 40 ปีแรก ต่อมาเมื่ออายุ 71 ปี จึงย้ายไปอยู่ที่ตำบลไค เมืองฉงชิ่งเพื่อเข้าร่วมกับกองทัพจีนในการสอนวิชาศิลปะป้องกันตัวและในฐานะ เป็นกุนซือด้านกลยุทธ์ (ลองคิดดูว่าคนอายุ 71 ปีแล้วมาสอนวิชาศิลปะป้องกันตัวให้กองทัพชายฉกรรจ์ของจีนได้จะต้องมีสุขภาพที่แข็งแรงเพียงใด)

อาจารย์ดา หลิว เป็นอาจารย์สอนมวยไทเก็ก ซึ่งเป็นลูกศิษย์คนหนึ่งของนาลี ชิง ยุน ได้เล่าให้ฟังว่าเมื่อ อาจารย์ลี ชิง ยุนอายุได้ 130 ปี ได้พบกับฤาษีที่มีอายุมากว่า 500 ปีบนภูเขาและสอนอาจารย์ลี ชิง ยุน ด้วยวิชามวย 9 มังกรปา-กว้าจ่าง (ชื่อมวยชนิดหนึ่งของสำนักบู๊ตึ้ง) และแนะนำสอนการหายใจควบคู่กับชี่กง ฝึกสอนการเคลื่อนไหวที่ประสานไปกับเสียงแบบต่างๆและรวมถึงข้อแนะนำเกี่ยวกับ อาหาร อาจารย์ดา หลิว ได้ระบุว่าอาจารย์ของเขาพูดว่าความอายุยืนของเขานั้นอยู่บนความจริงคือ

"การออกกำลังกายทุกวัน อย่างสม่ำเสมอ อย่างถูกวิธี และ ด้วยความจริงใจและบริสุทธิ์ สำหรับอายุยืนยาว 120 ปี"

ในปี พ.ศ. 2470 นายลี ชิง ยุน ได้ถูกเชิญโดยนายพลหยาง เซิน เพื่อให้มาพบเขาที่ตำบลวันในมณฑลเสฉวน และได้ถ่ายรูปที่นั่น โดยนายพลหยาง เซินได้สนใจและทึ่งกับความกระฉับกระเฉง ความแข็งแกร่ง และความองอาจของนายลี ชิง ยุน ที่มีอายุมากในขณะนั้นถึง 250 ปีแล้ว เพราะนายลี ชิง ยุน ในเวลานั้นยังเดินได้เป็นปกติ สายตาดีและมีผิวพรรณที่ดี สุขภาพแข็งแรง หลังตรง หนังตึง เส้นผมกับฟันยังเป็นของแท้ตามธรรมชาติ การตอบสนองและการพูดคุยเป็นไปอย่างยอดเยี่ยม

หลังจากนั้นต่อมาหลังการเสียชีวิตของนายลี ชิง ยุน นายพลหยาง เซิน ได้ให้มีการตรวจสอบความจริงเกี่ยวกับเบื้องหลังความเป็นมาและอายุของเขาและ เขียนออกมาเป็นรายงานและได้เผยแพร่ในเวลาต่อมาจนถึงทุกวันนี้

นายลี ชิง ยุน เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพร ได้สนับสนุนและผลักดันให้ใช้ เห็ดหลินจือป่า, ผลโกจิ เบอร์รี่ (เก๋ากี้), โสมป่า, He Shou Wu (สมุนไพรจีนบำรุงเลือด ชื่อภาษาอังกฤษว่า Polygonum), และใบบัวบก ผสมผสานร่วมกับสมุนไพรอื่นๆ

ด้วยความที่นายลี ชิง ยุน อยู่ในประเทศจีนและอยู่บนภูเขามีอากาศหนาว ลักษณะของสมุนไพรจึงเน้นหนักในเรื่องสมุนไพรฤทธิ์ร้อน เช่น เห็ดหลินจือ โสมป่า ฯลฯ (ซึ่งบางอย่างอาจไม่เหมาะกับอากาศในเมืองไทย)แต่อย่างไรก็ตามในทางวิทยา ศาสตร์ได้ค้นพบความสำคัญของสมุนไพรเหล่านั้นตามมาในภายหลัง


ขอบคุณ: คุณ กูสวย จบป่ะ @ postjung

เครดิต :
 

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์