คนโง่ คนฉลาด คนมีปัญญา

คนโง่ คนฉลาด คนมีปัญญา


เป็นหนังสือพ็อกเก็ตบุก หน้าปกสีขาว พิมพ์จำหน่ายมาตั้งแต่ ปี พ.ศ.2542

มีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า "THE FOOLISH ,THE CLEVER , THE WISE"

แปลเป็นไทย "คนโง่ คนฉลาด คนมีปัญญา" เขียนโดย ไชย ณ พล

เห็นว่ามีหลายส่วนเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง จึงขอยกมาดังนี้



ว่าด้วยการทำงาน

"คนโง่" ทำงานเพื่อเงิน จึงได้เงินมาอย่างเหนื่อยยากและมักไม่ได้คุณค่าอื่น ๆ ของงาน

"คนฉลาด" ทำงานเพื่องาน จึงได้ผลงานที่ยิ่งใหญ่ และได้เงินตามมาโดยไม่ยาก

"คนมีปัญญา" ทำงานเพื่อหยิบยื่นคุณค่าแก่สังคม จึงได้ผลงานที่น่าชื่นชม

เงิน ชื่อเสียง มิตร และความสุขย่อมติดตามมา


ว่าดวยการดำเนินชีวิต

"คนโง่" มักโกงเขากิน วิบากกรรมจึงกระหน่ำให้เสียทรัพย์

จะจนอยู่ร่ำไป ซ้ำมีศัตรูคอยกัดกร่อนตลอดเวลา

"คนฉลาด" แข่งขันแย่งกันกินอย่างถูกกฎหมาย

จึงยุ่งยากและพลาดไม่ได้ จะโดนแย่งเพราะมีคู่แข่งพร้อมเหยียบย่ำเสมอ

"คนมีปัญญา" แบ่งปันกันกินตามความพอดีในระบบสมดุล

จึงมีคนช่วยสร้าง ช่วยรักษา และช่วยเสพ

มีมิตรร่วมรับผิดชอบ ร่วมทุกข์ร่วมสุขโดยมาก

คนโง่ คนฉลาด คนมีปัญญา

ว่าด้วยการปรนเปรอ

"คนโง่" เอาแต่ใจตนเอง จึงได้รับความสะใจ เป็นผล และความรังเกียจเป็นรางวัล

"คนฉลาด" เอาใจคนอื่น จึงมักจะได้รับความลำบากเป็นผล

และความรัก ความเห็นใจเป็นรางวัล

"คนมีปัญญา" ไม่เอาทั้งสองอย่าง เพราะรู้ดีว่าคือกิเลสและตัณหาทั้งคู่

แต่เอาสัจจะ ที่ก่อให้เกิดประโยชน์สุขแท้สำหรับทุกฝ่ายเป็นที่ตั้ง

จึงได้รับคุณค่าเป็นผลและความสุขเป็นรางวัล


ว่าด้วยการอวดตน

"คนโง่" ชอบอวดตัว จึงได้รับความหมั่นไส้ การต่อต้านและความเจ็บปวดเป็นรางวัล

"คนฉลาด" ชอบถ่อมตัว จึงได้รับความเห็นใจ และความช่วยเหลือเป็นรางวัล

"คนมีปัญญา" มั่นใจตน แต่ไม่นิยมแสดงตัว

ถ่วงดุลเป็นระหว่างการยกตนและการถ่อมตัว

วางตนและสำแดงบทบาทตามหน้าที่ จึงได้รับความเคารพ

และความเชื่อถือเป็นรางวัล


ว่าด้วยมารยาท

"คนโง่" แข็งกระด้าง จึงล้มเหลว ดั่งเปลือกไม่ร่วงหล่นลงสู่ปฐพี

"คนฉลาด" ยืดหยุ่น จึงกระจายตนไปได้ในสถานการณ์ต่างๆ

ดั่งรากไม้แผ่ซ่านในพื้นปฐพี

"คนมีปัญญา" อ่อนโยน จึงเจริญงอกงามดั่งยอดไม้ที่พุ่งขึ้นสู่ที่สูง


ว่าด้วยเวลา "คนโง่" พร่ำเพ้ออยู่กับอดีตที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้

"คนฉลาด" เพ้อเจ้ออยู่กับอนาคตที่ยังไม่จริง

"คนมีปัญญา" ยืนอยู่บนปัจจุบัน และยึดอดีต ปัจจุบัน

อนาคตให้เป็นเส้นตรงเดียวกัน


ว่าด้วยการบริหารอารมณ์

"คนโง่" มักจมอยู่ในอารมณ์

"คนฉลาด" ปฏิเสธอารมณ์

"คนมีปัญญา" จะบริหารอารมณ์เป็น สร้างอารมณ์ที่ควรสร้าง

เสพอารมณ์ที่ควรเสพ รักษาอารมณ์ที่ควรรักษา สลายอารมณ์ที่ควรสลาย

เขาจึงเป็นนายของอารมณ์โดยสมบูรณ์


ว่าด้วยสำนึกในส่วนรวม

"คนโง่" คิดแต่เรื่องส่วนตัว

"คนฉลาด" คิดแต่เรื่องส่วนรวม

"คนมีปัญญา" คิดแต่เรื่องคุณธรรม


ว่าด้วยการอยู่รอด

"คนโง่" เอาแต่ตัวรอด จึงโดดเดี่ยว ไร้กำลัง

"คนฉลาด" เอาหมู่คณะรอด จึงอยู่รอดปลอดภัย แต่ไร้ระเบียบ

"คนมีปัญญา" เอาระบบรอด จึงสามารถสานสร้างสิ่งใหม่บนฐานเก่าได้โดยเร็ว


ว่าด้วยธรรมะ

"คนโง่" ดูหมิ่นธรรมะ ชีวิตจึงหายนะ

"คนฉลาด" ศึกษาธรรมะ จึงรู้ลึกและดำเนินชีวิตด้วยดี

"คนมีปัญญา" ใช้ธรรมะ จึงดำเนินชีวิตอย่างเหนือชั้น


"ฉลาด" ย่อมดีกว่า "โง่" แต่ "ฉลาด" เพียงอย่างเดียว ก็ยังไม่พอ

"ปัญญา" จะต้องเข้ามาช่วย ทำอะไรถ้ามี "ปัญญา" นำร่อง

ความวุ่นวายจะไม่กิดขึ้นกับตนเองและสังคม




คนโง่ คนฉลาด คนมีปัญญา


เครดิต :
 

ข่าวดาราบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!



รวมเรื่องเด็ด ประเด็นดัง วันนี้