ตำนานโลก อาหารสมอง เคล็ดลับน่ารู้ครบเครื่องเรื่องวัยรุ่นเรื่องผู้หญิง ที่นี่ที่เดียว
บันเทิงดาราวาไรตตี้ฟอร์เวิรดเมล์กีฬาคุยคุ้ยข่าวผู้หญิง
  แพลงก์ตอน (plankton)
 

แพลงก์ตอน (plankton) 
 

หมายถึงสิ่งมีชีวิตที่ล่องลอยอยู่ในน้ำสุดแต่คลื่นและกระแสน้ำจะพาไป  แพลงค์ตอนจึงต่างจากสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ตรงความประพฤติเช่นนี้ของมัน  แพลงก์ตอนส่วนมีขนาดเล็กตั้งแต่ดูด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเลกตรอน จนถึงระดับที่มองด้วยตาเปล่าเช่น แมงกระพรุน หลายชนิดยาวตั้ง 5 - 6 เมตร 

แพลงค์ตอนประกอบด้วยสิ่งมีชีวิตหลายกลุ่ม
แต่ทุกกลุ่มจะมีลักษณะที่เหมือนกันประการหนึ่งคือ ไม่มีระยางค์หรือส่วนที่ช่วยในการเคลื่อนที่ เช่น ครีบของปลา แม้ว่าแพลงก์ตอนบางกลุ่มจะเคลื่อนที่ได้แต่ก็เป็นไปอย่างช้าและยังต้องอาศัยคลื่นลมหรือกระแสน้ำช่วยในการเคลื่อนที่ ต่างจากพวก nekton ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่พื้นท้องน้ำ เช่น กุ้ง ปู หอย ดาวทะเล เป็นต้น



การแบ่งกลุ่มของแพลงก์ตอน

แบ่งโดยยึดหลักโภชนาการ โดยแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่ม ดังนี้


1. แพลงก์ตอนพืช (phytoplankton)

ได้แก่ พืชกลุ่มที่มีสารในเซลล์ทำให้สามารถดูดซับพลังงานแสงและใช้พลังงานแสงร่วมกับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในกระบวนการสังเคราะห์แสงและสร้างสารอินทรีย์ ซึ่งส่วนใหญ่ได้แก่ คาร์โบไฮเดรท แพลงค์ตอนพืชมีความสำคัญต่อระบบนิเวศเพราะเป็นอาหารเบื้องต้นของห่วงโซ่อาหาร (food chain) ในแหล่งน้ำ ดังนั้นจึงจัดได้ว่าเป็นผู้ผลิต(producer)


2. แพลงก์ตอนสัตว์ (zooplankton)

ได้แก่ สัตว์เซลล์เดียว (โปรโตซัว) จนถึงสัตว์หลายเซลล์ที่ไม่มีกระดูกสันหลัง ทั้งระยะตัวเต็มวัยและในวัยอ่อน มีทั้งหมด 16 phylum แพลงค์ตอนสัตว์จัดอยู่ในอันดับที่สองและอันดับที่สามของห่วงโซ่อาหารในแหล่งน้ำ โดยกินทั้งแพลงค์ตอนพืชและสัตว์เป็นอาหาร ดังนั้นแพลงก์ตอนสัตว์จัดว่าเป็นผู้บริโภค(consumer)
หรืออาจแบ่งแพลงค์ตอนออกตามรูปแบบการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ได้แก่

1.  แพลงค์ตอนชั่วคราว 

คือสิ่งมีชีวิตที่บางช่วงระยะของชีวิต ตรงกับนิยามของแพลงค็ตอน เช่น ลูกปลา ลูกกุ้ง ที่ตัวเล็กๆๆ ยังไม่มีระยางค์ในการเคลื่อนที่และปล่อยให้ตัวเองลอยไปตามกระแสน้ำ

2.  แพลงค์ตอนถาวร

คือเป็นแพลงค์ตอนตั้งแต่เกิดจนตาย



ประโยชน์ของแพลงก์ตอน


1.  เป็นองค์ประกอบเบื้องต้นของห่วงโซ่อาหารในแหล่งน้ำธรรมชาติ หรือที่เรียกว่าผู้ผลิต ซึ่งมีความหมายรวมไปถึงทั้งแพลงค์ตอนพืช  และแพลงค์ตอนพืช ซึ่งห่วงโซ่อาหารนั้นจะสั้นหรือยาวก็ขึ้นอยู่กับแหล่งน้ำนั้น


2.  เป็นตัวชี้ถึงระดับความสมบูรณ์ของแหล่งน้ำ โดยการวัดผลผลิตเบื้องต้น(primary productivity)และการวัดการเจริญเติบโตจำเพาะ


3.  เป็นตัวชี้กระแสน้ำในมหาสมุทร ในกรณีนี้นิยมใช้แพลงก์ตอนพืชที่มีขนาดใหญ่หรือแพลงก์ตอนสัตว์ที่จำแนกชนิดหรือกลุ่มได้ง่าย เช่น หนอนธนูบางชนิด ได้แก่ Sagitta elegans เป็นตัวชี้กระแสน้ำนอกชายฝั่ง และในชายฝั่ง


4.  ชนิดของแพลงก์ตอนใช้เป็นตัวชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งน้ำธรรมชาติ ในทะเลบริเวณที่มีธาตุอาหารสมบูรณ์ เช่น บริเวณใกล้ฝั่งที่มีน้ำผุด (upwelling) ของประเทศเปรู มักจะพบไดอะตอมสกุล Thalassiosira, Chaetoceros แต่ถ้าบริเวณที่ห่างจากฝั่งของประเทศเปรู ที่มีธาตุอาหารและมีสัตว์น้ำน้อยจะพบไดอะตอมสกุล Rhizosollenia, Planktoniella เป็นต้น



5. ชนิดและปริมาณของแพลงก์ตอนใช้ตรวจสอบมลภาวะของแหล่งน้ำได้ จะใช้ได้ดีกับภาวะที่เกิดจากสารอินทรีย์ (orginic pollution) แพลงก์ตอนพืชหลายชนิดที่ใช้เป็นดัชนีชี้วัด เช่น Euglena viridis, Nizschai palea, Oscilltoria limosa, Scenedesmus quadricauda, Oscillatoria tenuis ทั้งหมดนี้เป็นห้าชนิดแรกที่ใช้ในการตรวจสอบมลภาวะที่เกิดจากสารอินทรีย์ในน้ำ นอกจากนั้นยังใช้ค่าดัชนีความหลากหลาย (diversity index) ซึ่งคำนวณโดยใช้ข้อมูลจำนวนชนิดของแพลงค์ตอนและปริมาณของแพลงก์ตอนแต่ละชนิด ประเมินสภาวะมลพิษในแหล่งน้ำที่ต้องการศึกษา


6.  ใช้ในอุตสาหกรรม โดยอาจใช้ในรูปที่มีชีวิต
โดยใช้ทั้งเซลล์หรือโดยการสกัดผลผลิตที่เซลล์ผลิตขึ้นมาหรืออาจจะใช้ในรูปของ fossil


  
6.1 ใช้ในรูปของแพลงก์ตอนที่มีชีวิต นำมาใช้ประโยชน์โดย
         - เป็นอาหารสัตว์ ในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำวัยอ่อน เช่น เป็นอาหารสำหรับลูกกุ้ง
         - เป็นอาหารมนุษย์ สาหร่ายบางชนิด เช่น Spirogyra ซึ่งเป็นอาหารหลักของประเทศแถบอินโดจีนเช่น พม่า อินเดีย โดยชนิด Oedogonium ใช้ปรุงเป็นอาหารในประเทศอินเดีย ส่วนชนิด Chlorella,Spirulina (สาหร่ายเกลียวทอง) ใช้เป็นอาหารเสริมที่มีโปรตีนสูง
        - ใช้เป็นยารักษาโรค ชนิด Spirulina   ใช้เป็นสารประกอบในยารักษาความดันโลหิตสูง โลหิตจาง โรคภูมิแพ้ มะเร็งในช่องปาก เป็นต้น

   6.2 ใช้ในรูปของซาก fossil
      - ไดอะตอมไมท์ (diatomite) หรือ ไดอะโตมาเซียสเอิธ เป็นซากที่เหลือจากผนังเซลล์ของไดอะตอมเกิดการทับถมมาเป็นเวลานานนับล้านปี ถูกนำมาใช้ในการทำผลิตภัณฑ์เครื่องกรองน้ำยาต่าง ๆ ฉนวนกันความร้อนในอุปกรณ์ไฟฟ้า เช่น หม้อต้มน้ำ และเตาเผาที่ใช้ความร้อนสูง
      - หินปูน (carbonate rock) ประกอบด้วยแคลไซท์ ซึ่งเกิดจากส่วนของเซลล์ที่ตายแล้วของแพลงก์ตอนพืชหลายกลุ่ม
     - ด้านอุตสาหกรรมน้ำมัน สามารถสร้างเคโรเจนซึ่งเป็นสารประกอบเคมีประเภทไฮโดรคาร์บอนและจะเปลี่ยนสภาพน้ำมันปิโตรเลียมโดยขบวนการทางธรรมชาติ

7. ใช้ในการศึกษาทดลองทางวิทยาศาสตร์


แพลงค์ตอนบางกลุ่มเช่น ไดโนแฟลกเจลเลต เมื่อมีการบลูม (การแพร่พันธุ์อย่างรวดเร็วในระยะเวลาอันสั้น) ในทะเลแถบชายฝั่งทำให้เกิดปรากฏกราณ์ที่เรียกว่า น้ำแดง หรือ    red tide    ซึ่งน้ำทะเลจะเปลี่ยนเป็นสีเขียว สีแดง สีน้ำตาลแดง ปรากฎการณ์นี้มีผลโดยตรงและโดยอ้อมต่อสัตว์น้ำเป็นอย่างมาก 



นอกจากนั้นยังส่งผลต่อเนื่องไปถึงอุตสาหกรรมอาหารทะเล

 และส่งผลถึงการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ไดโนแฟลกเจลเลตหลายชนิดสามารถสร้างสารพิษ ได้เมื่อสัตว์น้ำ โดยเฉพาะหอย พิษจะสะสมอยู่ในหอยโดยไม่ทำอันตรายแก่หอยแต่จะส่งผลต่อผู้บริโภค อาจมีผลรุนแรงถึงแก่ชีวิต ส่วนผลทางอ้อมคือเมื่อเกิดการบลูมของแพลงก์ตอนจำนวนมาก สัตว์น้ำชนิดอื่นไม่สามารถอาศัยอยู่ได้เนื่องจากขาดออกซิเจนสำหรับหายใจ ในประเทศไทยก็มีการเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ในฝั่งทะเลด้านอ่าวไทย ซึ่งสร้างความเสียหายเป็นอย่างมาก การที่มีการปล่อยน้ำเสียลงในทะเลจากนากุ้งหรือจากอุตสาหกรรมอื่น ๆ

จะทำให้สารอาหารในน้ำทะเลเพิ่มมากขึ้นซึ่งเหมาะสมต่อการขยายพันธ์ของแพลงก์ตอนที่เป็นพิษเหล่านี้มาก

นอกจากนั้นการชะล้างหน้าดินทีเกิดขึ้นน้ำจะพัดพาสารอาหารลงสู่ทะเลเป็นจำนวนมาก ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งเช่นกัน เราสามารถที่จะป้องกันไม่ให้ปรากฏการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นได้ โดยต้องช่วยกันรักษาระบบนิเวศทั้งบนบกและในทะเลเพราะแต่ละระบบนิเวศล้วนแต่มีความสัมพันธ์กันทั้งนั้นเมื่อระบบนิเวศหนึ่งเสื่อมโทรมลงก็จะส่งผลต่ออีกระบบหนึ่งเป็นลูกโซ่ต่อ ๆกันไป สุดท้ายก็คือระบบนิเวศมนุษย์นี้เองที่จะได้รับผลที่เกิดขึ้น

ขอขอบคุณสาระดีดีจาก

eduzones.com


 
   โดย :ฟากฟ้าทะเลฝัน ( สมาชิกไอดีที่ 10842) โพสเมื่อ [ วันศุกร์ ที่ 21 กันยายน 2550 เวลา 10:56 น.]



นโยบายของเว็บไซต์ กรุณาอ่านก่อนใช้งานระบบใด ๆ
" ประกาศ "
ร่วมรับผิดชอบต่อสังคม ไม่ใช้คำหยาบ เพราะอาจมีเด็กประถมอ่านอยู่ด้วย ร่วมเป็นตัวอย่างที่ดีกันนะครับ ส่วนคนที่ชอบสาปแช่งให้ส่งข้อความลูกโซ่ รู้ไว้เลยว่าคุณผิดศีลข้อ4อยู่ แต่ผิดยกกำลังเท่าไรขึ้นอยู่กับมีคนอ่านเท่าไร
ร่วมแสดงความคิดเห็น
 ร่วมตั้งกระทู้เว็บบอร์ด กับ TeeNee.com
ความเห็น :
เพศ : ชาย   หญิง   ไม่ระบุ
โดย :
กรอกเลขให้ตรงภาพก่อนกดปุ่มส่งข้อความ :

 

  
 
ทางทีมงานไม่ขอรับผิดชอบข้อความต่างๆ ขอให้ผู้โพสรับผิดชอบตัวเอง และรับผิดชอบต่อสังคม
ถ้าข้อความใดส่งผลต่อประเทศชาติ ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่ เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิด


 
รู้แล้วจะอึ้ง!
ถ้ารู้ว่าอาหารโปรด
ของปลาหมึก คือสิ่งนี้
"เจ้าตูบ"ทำยังไง
เมื่อเห็น"โลมา
"ว่ายน้ำเย้ย??
อยากรู้เปล่า!?
ว่าเขาทำสีใหม่ให้กับ
เครื่องบินลำยักษ์กันอย่างไง
วิธีเก็บ กล้วยสุก
ไว้กินนานๆ ...
10 ปราสาทสุดหลอน
ที่สุดในโลก
ชันสูตรศพยุงที่ตาย
จากไม้แบต อย่างละเอียด
เปิดตำนาน!!! หญิงกินผัว!
เรื่องจริงในอินโดนีเซีย
สยองไปมั้ย!?
มาดูคอนแทคเลนส์
ลายแปลกๆ
ตะลึง !! มันคือหนูยักษ์
ที่มีอายุมากที่สุด
ในโลกจริงหรือ?
9 เรื่องธรรมดาๆ
ของคนไทย แต่น่าทึ่ง
สำหรับชาวต่างชาติ
"สะพานที่มีชีวิต"
สิ่งมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติ
สร้างขึ้นในอินเดีย
หมดยุค! ของการแต่งคิ้ว
และ คิ้ว 3D
เมื่อมาเจอสิ่งนี้!??
สาวสวยคนนี้แหละ
ที่จะเป็นแม่คนแรก
ที่มีลูกบนดาวอังคาร
การตรวจเพศลูก
ด้วยกะหล่ำปลีสีม่วง
...ชัวร์หรือมั่วนิ่ม?
โฟโต้ช็อปขั้นเทพ
ตัดต่อภาพสาวเซเลบ
ออกมาจ้ำม่ำ
สิวที่บั้นท้าย!
ปัญหากวนใจเหล่านี้จะหมดไป
แค่ทำตามวิธีง่ายๆ
"ขอโทษครับ
ผมรับโทรศัพท์ไม่เป็น" !!
10 ความเหมือน
อะไรมันจะบังเอิญ
ขนาดนั้น !?
 
ตั้งชื่อเกาหลีจากดวง ทำนายอดีตชาติ ทำนายคู่รัก ทำนายลีลาบนเตียง ดูดวงจากรังสีออร่า ดูดวงตามวันที่เกิด
ทายของลับหญิง ทายของลับชาย ทายบัตรประชาชน วันเกิดกับสีบอกนิสัย ดูดวงตามวันเกิด ปลายนิ้วบอกนิสัย teenee.com เวบยอดนิยม
Teenee.com ติดต่อโฆษณา คลิก