ครบรอบ 106 ปี ไททานิค เรือยักษ์ในตำนาน (คลิป)

ครบรอบ 106 ปี ไททานิค เรือยักษ์ในตำนาน (คลิป)

เชิญรับชมคลิปวิดีโอ
vvvv
vvv
vv
v

ครบรอบ 106 ปีไททานิค
10 สิงหาคมเมื่อ 106 ปีที่แล้ว
เป็นวันที่ไททานิคออกเดินทางครั้งแรก
แล้วตอนนั้นไททานิคยิ่งใหญ่ขนาดไหน
มีสถิติอะไรที่น่าสนใจบ้าง



เชื่อว่าหลายคนรู้จักภาพยนตร์เรื่องไททานิคซึ่งเป็นภาพยนตร์ที่โด่งดังและเป็นที่รู้จักกันทั่วโลก

จนทำรายได้เฉียด 70,000 ล้านบาท สูงสุดลำดับ 2 ตลอดกาลเป็นรองเพียงอวตาร

ภาพยนต์เรื่องนี้สร้างจากเค้าโครงเรื่องจริงและให้ข้อคิดที่ดีแก่เราหลายอย่าง

เรือไททานิคชื่อเต็มๆ คือ อาร์เอ็มเอส ไททานิค สร้างขึ้นในปี 1909-1911 โดยอู่ต่อเรือฮาร์แลนด์แอนดวูล์ฟฟ์ในเบลฟาสต์ ไอร์แลนด์เหนือ

ไททานิคเป็นเรือลำแรก ๆ ของโลก ที่สร้างด้วยโลหะ และเป็นเรือโดยสารที่ใหญ่ที่สุดในโลกในช่วงเวลานั้น

ไททานิคมีมูลค่าประมาณ 320 ล้านบาท แบ่งเป็นก่อสร้าง 240 ล้านบาทและค่าตกแต่งอีกประมาณ 80 ล้านบาท

แต่หากเทียบเป็นค่าเงินในปัจจุบัน เรือไททานิคจะมีมูลค่ากว่า 12,800 ล้านบาท

ไททานิคออกเดินทางจากเมืองเซาท์แทมป์ตันมุ่งหน้าสู่นิวยอร์กวันที่ 10 เมษายน ปี ค.ศ.1912

โดยในวันก่อนออกเดินทางนั้นลูกเรือต้องมาฝึกซ้อมการใช้เรือชูชีพ แต่การฝึกซ้อมในวันนั้นทำเพียงแค่พอเป็นพิธีและมีคนมาฝึกซ้อมไม่ครบ

ผู้โดยสารบนเรือมีตั้งแต่บุคคลที่ร่ำรวยระดับโลก ไปจนถึงผู้อพยพกว่าพันคนที่ต้องการไปแสวงหาชีวิตใหม่ในอเมริกา

ภายในเรือไททานิคนั้นจะมีการแบ่งเขตไว้ทั้งหมด 3 ชั้น คือ ชั้น 1 ชั้น 2 และชั้น 3 โดยที่ผู้โดยสารในเรือจะต้องอยู่ในบริเวณที่เป็นชั้นของตนเองเท่านั้นห้ามข้ามไปเขตอื่นอย่างเด็ดขาด

ตั๋วในชั้นที่ 1 จะมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกกว่าชั้นอื่นๆ รวมไปถึงที่พักสุดหรูหราและอาหารชั้นเลิศ โดยราคาค่าตั๋วหลังปรับค่าเงินเป็นปัจจุบันเริ่มต้นที่ 122,000 บาท ไปจนถึง 3,970,000 บาทต่อใบ

ตั๋วในชั้นที่ 2 จะมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกในระดับพอใช้ ไม่ได้หรูหราเท่าชั้นที่ 1 โดยราคาค่าตั๋วเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 49,500 – 75,400 บาท

ตั๋วในชั้นที่ 3 ซึ่งเป็นตั๋วราคาถูกสุด โดยราคาตั๋วขึ้นอยู่กับอายุของผู้โดยสาร ตั๋วเด็กจะอยู่ที่ 14,900 บาท ขณะที่ตั๋วผู้ใหญ่จะอยู่ที่ประมาณ 33,000-42,000 บาท ผู้โดยสารในชั้นนี้จะมีสิทธิหลายอย่างถูกจำกัด และห้องพักจะแคบกว่าตั๋วชั้นที่ 1 และ 2

แต่เดิมนั้นไททานิค ถูกออกแบบให้มีเรือชูชีพทั้งหมด 32 ลำ แต่ต่อมาถูกตัดออกเหลือเพียง 20 ลำ เนื่องจากมีความเห็นว่า เป็นสิ่งเกะกะ

การเดินทางในวันนั้นมีผู้โดยสารทั้งสิ้น 2,224 คน โดยแบ่งเป็นผู้โดยสาร 1,316 คน ที่เหลือเป็นลูกเรืออีก 908 คน

ผู้โดยสารชั้นที่ 1 จำนวน 325 คน
ผู้โดยสารชั้นที่ 2 จำนวน 285 คน
และ ผู้โดยสารชั้นที่ 3 จำนวน 706 คน

กัปตันเรือไททานิคในวันนั้นคือ เอ็ดเวิร์ด จอห์น สมิธ ซึ่งเริ่มต้นชีวิตการเดินเรือที่ลิเวอร์พูลตั้งแต่อายุเพียง 13 ปี โดยวันที่เขามาทำหน้าที่บนเรือไททานิคเขามีอายุ 62 ปี และตั้งใจจะเกษียณหลังจบการเดินทางในครั้งนี้

หลังออกเดินทางได้ 4 วัน วันที่ 14 เมษายน ค.ศ. 1912 ไททานิคได้รับวิทยุโทรเลขเตือนหลายครั้งว่ามีภูเขาน้ำแข็ง อยู่ในเส้นทางข้างหน้า

แต่พนักงานวิทยุโทรเลข ไม่ได้ทำการส่งข้อความนั้น ให้แก่กัปตันหรือลูกเรือคนอื่นเลย เพราะมัวแต่ยุ่งอยู่กับการส่งวิทยุโทรเลข ให้แก่ผู้โดยสารในเรือ

สุดท้ายเรือไททานิคได้แล่นเฉี่ยวชนกับภูเขาน้ำแข็งจนเกิดรอยรั่ว ทำให้น้ำซึมเข้ามาในเรืออย่างรวดเร็ว

ระหว่างที่เรือกำลังจะจมกัปตันสมิธ ได้ออกมาควบคุมสถานการณ์ ความวุ่นวายต่างๆ ในระหว่างที่ผู้คนหนีเพื่อเอาชีวิตรอด

โดยเขาออกคำสั่งว่าให้ผู้หญิงกับเด็กลงเรือชูชีพก่อน รวมทั้งให้ช่วยคนอื่นๆ โดยไม่ต้องสนใจตัวเขา

อย่างไรก็ตาม ลูกเรือหลายคนที่ไม่ได้มาฝึกซ้อมไม่คุ้นกับการใช้เรือชูชีพ จึงปล่อยเรือชูชีพออกทั้งที่ยังใส่คนไม่เต็ม

และช่วงเวลายามวิกฤตเช่นนี้ มีหลายคนพยายามเอาตัวรอด ผู้ชายบางคน ที่ถึงขนาดเอาผ้ามาคลุมศรีษะ เพื่อที่จะพรางตัวเป็นผู้หญิงเพื่อลงไปยังเรือชูชีพ

แต่ก็มีหลายคนที่เสียสละ พร้อมรับความตายอย่างกล้าหาญ รวมไปถึง กัปตันสมิธที่ยืนหยัดอยู่กับลูกเรือและผู้โดยสารจนกระทั่งตัวเขาก็จมลงสู่มหาสมุทรแอตแลนติกพร้อมเรือไททานิค

สุดท้าย มีผู้รอดชีวิตพียง 710 คน และมีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 1,514 คน

เรื่องนี้สอนอะไรให้เราหลายอย่าง

เวลาที่เราลงมือทำอะไร โดยเฉพาะเรื่องที่สำคัญมากๆ ทั้งแก่ตัวเรา และคนรอบข้าง เราควรใส่ใจในรายละเอียดให้มาก เรื่องที่ดูเหมือนไม่สำคัญ แต่มันอาจจะสำคัญอย่างมากเมื่อถึงเวลาที่คาดไม่ถึง

กรณีของไททานิคนั้น ถ้ามีการนำเรือชูชีพไปเพียงพอและลูกเรือได้มาฝึกซ้อมการใช้อุปกรณ์ ตามกำหนดแต่แรก หายนะก็น่าจะน้อยลงกว่านี้

อีกแง่คิดจากเรื่องนี้ก็คือ คนรวยอาจได้ใช้ชีวิตหรูหราชั้นบนของเรือขณะที่คนจนใช้ชีวิตแบบกรรมกรที่ชั้นล่าง

แต่ขณะที่เรือกำลังจมไม่ว่าจะเป็นคนชั้นไหน หลายคนก็จะมารวมอยู่ที่เดียวกัน ก็เหมือนกับหลายอย่างในชีวิตคนเราที่อาจจะมีความไม่เท่าเทียมกัน

แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนเท่าเทียมกัน ก็คือ ความตาย อันเป็นสัจธรรมที่ทุกคนต้องพบเจอนั่นเอง..

ที่มา longtunman

 

ข่าวดาราบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!

" ประกาศ "
ละเว้นการทำผิดศีล โดยไม่ส่งข้อความที่สร้างความไม่สบายใจกับผู้อื่น
ความเห็น : 
เพศ : 
 ชาย    หญิง    ไม่ระบุ
โดย : 
 

ทางทีมงานไม่ขอรับผิดชอบข้อความต่างๆ ขอให้ผู้โพสรับผิดชอบตัวเอง และรับผิดชอบต่อสังคม
ถ้าข้อความใดส่งผลต่อประเทศชาติ ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่ เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิด



กระทู้เด็ดน่าแชร์