ภาพหรือสัญลักษณ์ของนักโทษที่ถูกจองจำในคุก "แวบแรก" หนีไม่พ้น เครื่องพันธนาการที่เรียกว่า "ตรวน" หรือ "โซ่ตรวน"
หากจะย้อนความเป็นมาของ "ตรวน" มีข้อมูลจากพิพิธิภัณฑ์ราชทัณฑ์ไทยบอกไว้ว่า "ตรวน" นั้น เป็นเครื่องมือประเภทหนึ่งของการลงโทษ ที่จะประกอบด้วย 3 ชนิดหลัก คือ 1.เครื่องพันธนาการ 2.เครื่องทรมานเกี่ยวกับจารีตนครบาล และ 3.เครื่องลงทัณฑ์เกี่ยวกับการประหารชีวิต
"ตรวน" หรือ "โซ่ตรวน" ถูกจัดอยู่ในหมวด "เครื่องพันธนาการ" สันนิษฐานว่าเริ่มใช้ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ปรากฏจากวิธีการลงโทษตามกฎหมายตราสามดวง ที่กำหนดโทษไว้ 6 สถาน คือ ประหารชีวิต ตัดตีน สินมือ ทวน จำโซ่ตรวน ขื่อคา ปรับไหม และภาคทัณฑ์
ทั้งนี้ โดยหลักๆ แล้ว "ตรวน" เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการจองจำผู้กระทำความผิด ไม่ให้หลบหนี เมื่อครั้งโบราณกาลจะใช้กับนักโทษอุกฉกรรจ์และนักโทษที่มีนิสัยดื้อด้าน
ยุคปัจจุบัน "ตรวน" ถูกใช้เป็นเครื่องพันธนาการตาม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พุทธศักราช 2479 ฉบับที่ 11
ลักษณะของ "ตรวน" คือเป็นห่วงเหล็กที่นำมาคล้องเข้ากับข้อเท้าทั้งสองข้างข้างละ 1 เส้น และร้อยห่วงทั้งสองเข้าด้วยโซ่อีกหนึ่งเส้น เครื่องพันธนาการนี้จึงมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "โซ่ตรวน"
สำหรับเป้าประสงค์ของการใส่ "ตรวน" เพราะต้องการให้นักโทษเคลื่อนไหวร่างกายลำบาก ไม่สามารถก้าวขากว้างๆ ได้ ไม่สามารถเดินหรือวิ่งด้วยความเร็วได้เพราะน้ำหนักของโซ่ตรวนที่ขาทำให้ยากแก่การหลบหนีหรือต่อสู้ขัดขืนเจ้าพนักงานตาม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ กำหนดลักษณะของ "ตรวน" ไว้ 3 ขนาด คือ ขนาดที่ 1 วัดผ่านศูนย์กลางเหล็กวงแหวน 10 มิลลิเมตร ขนาดที่ 2 วัดผ่านศูนย์กลางเหล็กวงแหวน 12 มิลลิเมตร และขนาดที่ 3 วัดผ่านศูนย์กลางเหล็กวงแหวน 17 มิลลิเมตร
พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวยังกำหนดรายละเอียดลึกลงไปในเรื่องของความห่าง ความสั้น ความยาวของลูกโซ่แต่ละข้อที่ร้อยเรียงต่อกันเป็นข้อๆ ระหว่างขาทั้งสองขา
อดีตผู้บัญชาการเรือนจำรายหนึ่งเล่าให้ฟังว่า ผู้ต้องขังที่ต้องจองจำด้วย "โซ่ตรวน" ส่วนใหญ่จะเป็นนักโทษประหารชีวิตและจำคุกตลอดชีวิต ที่ต้องสันนิษฐานได้ว่ากลุ่มนักโทษเหล่านี้ต้องการหลบหนีอย่างแน่นอน การใส่ "โซ่ตรวน" ให้กับนักโทษกลุ่มนี้จึงช่วยเจ้าหน้าที่ควบคุมได้ในระดับหนึ่ง
อดีตผู้บัญชาการเรือนจำคนนี้ยังเล่าให้ฟังอีกว่า การใส่หรือถอด "ตรวน" นั้น เมื่อก่อนเป็นอำนาจของพัศดีและผู้บัญชาการเรือนจำในแต่ละแห่ง ต่อมามีการปรับระบบให้เป็นรูปแบบคณะกรรมการเพื่อพิจารณาการใส่ หรือถอด "ตรวน"
เมื่อคณะกรรมการพิจารณาแล้วเห็นว่า นักโทษรายใดต้องใส่ "ตรวน" ต่อจากนั้นจะเป็นหน้าที่ของงานควบคุมกลางของแต่ละเรือนจำ หรือภาษาชาวบ้านเรียกว่า "แผนกบริการตรวน" รับหน้าที่ทั้งใส่-ถอด และซ่อม "ตรวน" ตามสถานการณ์
สำหรับวิธีการใส่นั้นจะนำ "ตรวน" เหล็กพร้อมโซ่ ความสั้นยาวตามระเบียบ ใช้เครื่องมือเฉพาะช่วงง้างใส่ไปที่ข้อเท้าของนักโทษทั้งสองข้าง ปรับขนาดตามข้อเท้าแต่ละคน โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพราะกรมราชทัณฑ์จัดให้
สำหรับขั้นตอนการบำรุงรักษาและใช้ชีวิตร่วมกับ "โซ่ตรวน" คงต้องไปสืบค้นจากประสบการณ์ของเพื่อนนักโทษร่วมแดน
นั่นเป็นประวัติและความเป็นมาของ "ตรวน" แต่ขณะนี้ "ตรวน" จะกลายเป็นอดีตไปแล้ว
พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย อธิบดีกรมราชทัณฑ์ บอกว่า กรมราชทัณฑ์ยุคนี้คำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชนของผู้ต้องขังอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม ทั้งความเป็นอยู่ขั้นพื้นฐานของผู้ต้องขัง รวมถึงการถอด "ตรวน" ครั้งนี้ ดีเดย์ 15 พฤษภาคม จะมีนักโทษประเภทโทษสูง ที่เรือนจำกลางบางขวางนำร่องเข้าโครงการถอด "ตรวน" ประมาณ 500 คน ซึ่งเป็นกลุ่มนักโทษที่มีความประพฤติดี
"ตรวน" ถูกใช้เป็นเครื่องพันธนาการของงานราชทัณฑ์ มายาวนานกว่า 100 ปี แต่ราชทัณฑ์ยุคนี้กำลังเข้าสู่โหมดของการ "เชนจ์" หรือ "การเปลี่ยนแปลง" เพื่อให้สอดคล้องกับโลกยุคใหม่ ที่เห็นว่า "ตรวน" เป็นเครื่องพันธนาการที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนและล้าสมัย แตกต่างจากกำไลข้อมือ-ข้อเท้าอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องพันธนาการยุคใหม่
การถอด "ตรวน" ครั้งนี้ เป็นเพียงโครงการนำร่องที่ต้องประเมินข้อดีข้อเสีย อย่างรอบคอบ ก่อนจะนำมาขยายไปสู่เรือนจำอีก 142 แห่งทั่วประเทศ
ที่มา มติชนรายวัน



กระทู้ร้อนแรงที่สุดของวันนี้
























กระทู้ล่าสุด


รูปเด่นน่าดูที่สุดของวันนี้
















































Love Attack เทศกาลความรักแบบนี้ บอกอ้อมๆให้เขารู้กัน
Chocolate Dreams สาวชั่งฝันและช็อคโกแลต กับหนุ่มหล่อ ไม่แน่คุณอาจจะได้เจอแบบนี้ก็ได้
Love You Like Crazy เพลงเพราะๆ ที่ถ้าส่งให้คนที่เรารัก โลกนี้ก็สีชมพูกันทีเดียว