สาเหตุของโรคนี้เกิดจากการที่เรากินสารพิวรีนเข้าไปมาก เนื่องจากพิวรีนจะถูกร่างกายเปลี่ยนเป็นกรดยูริกไปสะสมตรงข้อต่อต่าง ๆ หรือไม่เช่นนั้นก็เกิดจากการที่ไตไม่อาจขับกรดยูริกออกนอกร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพ หรือเป็นจากทั้ง 2 สาเหตุประกอบกัน
การรักษาโรคเกาต์จึงต้องกินยากระตุ้นไตให้ขับกรดยูริกออกไปให้มากขึ้น และที่สำคัญที่สุดต้องเลือกกินอาหารที่มีสารพิวรีนต่ำ กล่าวให้เข้าใจง่ายคือ คนที่เป็นโรคเกาต์ แม้ว่าจะต้องกินยา แต่ก็ต้องควบคุมอาหารด้วย การรักษาจึงจะได้ผล
อาหารต้องห้ามสำหรับเกาต์คือ อาหารที่มีพิวรีนสูง (150-1,800 มก./อาหาร 100 กรัม) ได้แก่ สัตว์ปีกทุกชนิดและเครื่องในสัตว์ กล่าวคือ เป็ด ไก่ ห่าน นก เลือดไก่ เลือดเป็ด ล้วนจัดอยู่ในกลุ่มของสารพิวรีนสูงทั้งสิ้นอีกประการหนึ่ง แอลกอฮอล์ทุกประเภท ก็ทำให้กรดยูริกเพิ่มสูงในร่างกายเป็นผลทำให้เกาต์กำเริบได้ ดังนั้นดูเหมือนว่าหากคนเป็นโรคเกาต์หันมากินมังสวิรัติ กินผัก กินปลา และงดเหล้า จะปลอดภัยกว่า
อาหารที่มีพิวรีนปานกลาง (50-150 มก./อาหาร 100 กรัม) ได้แก่ เนื้อสัตว์ทุกประเภท รวมทั้งปลา โดยเฉพาะปลาซาร์ดีน อาหารทะเล ถั่วเมล็ด เห็ด หน่อไม้ฝรั่ง ปวยเล้ง ถั่วงอก และยอดผักทั้งหลาย คนเป็นโรคเกาต์ควรกินอาหารกลุ่มนี้แต่น้อย คือกินบ้างไม่กินบ้าง กินแต่ละครั้งก็ต้องกินนิด ๆ หน่อย ๆ และต้องตระหนักว่า ไม่แต่สัตว์ปีกและเครื่องในสัตว์เท่านั้น หากกินเนื้อสัตว์อื่น รวมทั้งปลาและอาหารทะเลมากเกินไปก็จะไม่สามารถบรรเทาอาการของเกาต์ได้
อาหารที่มีพิวรีนต่ำ (0-15 มก./อาหาร 100 กรัม) ได้แก่ ข้าว ไข่ ผักเกือบทั้งหมด ยกเว้นผักที่กล่าวมาข้างต้น และผลไม้ทุกชนิด อาหารกลุ่มนี้จึงปลอดภัยกับคนที่เป็นโรคเกาต์
แนวทางการรักษาโรคเกาต์
ที่มา...ขวัญเรือน



กระทู้ร้อนแรงที่สุดของวันนี้
























กระทู้ล่าสุด


รูปเด่นน่าดูที่สุดของวันนี้
















































Love Attack เทศกาลความรักแบบนี้ บอกอ้อมๆให้เขารู้กัน
Chocolate Dreams สาวชั่งฝันและช็อคโกแลต กับหนุ่มหล่อ ไม่แน่คุณอาจจะได้เจอแบบนี้ก็ได้
Love You Like Crazy เพลงเพราะๆ ที่ถ้าส่งให้คนที่เรารัก โลกนี้ก็สีชมพูกันทีเดียว