ปรัชญาการเมือง
ตัวแทนพรรครีพับลิกัน นายทรัมป์ ถูกมองจากนักวิเคราะห์และสื่อมวลชนส่วนใหญ่ว่า มีปรัชญาการเมืองแบบประชานิยม แต่หากพิจารณาถึงแก่นแท้ของตัวตน ผมมีความเห็นว่า นายทรัมป์ มีความเป็นเผด็จการ แต่ใช้ประชานิยมเป็นเครื่องมือในการนำตัวเองไปสู่อำนาจ ซึ่งข้อสรุปนี้ได้มาจากปฏิกิริยาของนาย ทรัมป์เมื่อถูกท้าทายในอำนาจและความคิดจะแสดงออกถึงมุมมองที่ยึดตัวเองเป็นที่ตั้ง โดยไม่สนใจหลักนิติธรรม จารีต และวิถีประชา โดยพยายามทดสอบขีดจำกัดในการใช้อำนาจรัฐและจะยอมหักมากกว่าการผ่อนปรน แต่หากการท้าทายนั้นส่อเค้าว่าจะชะลอเส้นทางสู่อำนาจก็พร้อมที่จะเปลี่ยนจุดยืนเพื่อให้เกิดการยอมรับในระยะสั้น
คำขวัญในการหาเสียงของ นาย ทรัมป์ ที่จะทำให้อเมริกากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง (Make America great again) คือสัญญาณชี้ชัดของการเมืองแบบปิด ที่ยึดผลประโยชน์ของสหรัฐเป็นที่ตั้ง โดยยอมเสียประโยชน์จากการเป็นส่วนหนึ่งของตลาดยุคโลกาภิวัตน์ ซึ่งตัวอย่างผลลัพธ์ของการเมืองแบบปิด ก็คือกรณี Brexit
วิเคราะห์นโยบายเศรษฐกิจของนาย ทรัมป์
จากการปราศรัยและข้อมูลในเว็บไซต์หาเสียงพบว่ามีนโยบายสำคัญอยู่ 4 ประการ
ภาษี – เสนอให้มีการลดอัตราและเพดานการเก็บภาษีบุคคลธรรมดาจากเดิมสูงสุดที่ 39.6% เหลือ 25% พร้อมทั้งลดภาษีเงินได้นิติบุคคลจาก 35% เหลือ 15% ซึ่งจากการประมาณการของสถาบันนโยบายภาษี จะทำให้รายได้ภาษีของประเทศ ลดลงถึง 9.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ในอีก 10 ปี
การใช้จ่ายภาครัฐ – จากนโยบายภาษีข้างต้น มีความจำเป็นต้องลดลงไม่น้อยกว่า 20% เพื่อให้งบประมาณแผ่นดินอยู่ในแดนบวก แต่นาย ทรัมป์ กลับเสนอ เพิ่มงบประมาณกลาโหม ให้คงนโยบายประกันสังคมและสุขภาพ และที่สร้างความตื่นตระหนกให้ผู้คนส่วนใหญ่ก็คือแนวคิดในการสร้างกำแพงตลอดชายแดนประเทศเม็กซิโก
ตรวจคนเข้าเมือง – เสนอให้มีการเนรเทศคนต่างด้าวที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนจำนวน 11 ล้านคนซึ่งคิดเป็น 3.5% ของประชากรและ 5.1% ของแรงงานทั้งประเทศ รวมทั้งการเพิ่มอัตรากำลังของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจาก 5,000 คนเป็น 15,000 คน
การค้าระหว่างประเทศ – แสดงถึงความคลางแคลงใจและอาจนำมาซึ่งการถอนตัวในความตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (NAFTA) และ ความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (TPP) พร้อมทั้งกล่าวหาประเทศจีนว่าทำสนธิสัญญาทางการค้าซึ่งเอาเปรียบสหรัฐ โดยชูนโยบายการปฏิรูปทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนว่าเป็นหนทางที่จะทำให้อเมริกากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง
เมื่อพิจารณาในภาพรวม นโยบายของนายทรัมป์ จะทำให้สหรัฐถูกโดดเดี่ยวทางเศรษฐกิจ การลงทุนและการค้าระหว่างประเทศจะลดลง และเมื่อประกอบกับรายจ่ายของประเทศที่มากขึ้น อัตราการเติบโตและความสามารถในการแข่งขันของสหรัฐ จะลดลงไปอย่างมาก ดังที่ศูนย์วิจัย Moody’s Analytics ได้คาดการณ์ เศรษฐกิจในช่วงสี่ปีของประธานาธิบดีทรัมป์ว่า อัตราการว่างงานอาจเพิ่มขึ้นสูงถึง 6% และ GDP อาจไม่มีการเติบโตหรือกรณีร้ายอาจติดลบได้
คาดการณ์ผลกระทบต่อเอเชียและไทย
เสถียรภาพความมั่นคงทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ จะได้รับผลกระทบโดยตรงจากการลดการสนับสนุนทางการทหารให้เกาหลีใต้และญี่ปุ่น โอกาสการเกิดสงครามค่าเงินระหว่าง สหรัฐ จีน และญี่ปุ่น ก็มีมากขึ้น โดยอาจมีการตอบโต้มาตรการการลดค่าเงินเยนและเงินหยวนผ่านการขึ้นพิกัดอัตราภาษีนำเข้าของสินค้าจากทั้งสองประเทศ ซึ่งอาจทำให้เกิดการชะลอตัวของเศรษฐกิจในเอเชียอย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งนโยบายการกีดกันชาวมุสลิมที่เดินทางเข้าสู่สหรัฐ อาจส่งผลเชิงจิตวิทยาและกระทบความสัมพันธ์กับหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และซ้ำเติมภาพรวมของเศรษฐกิจภูมิภาคนี้ในทางอ้อม
แต่ผลกระทบกับไทยโดยตรงในบริบทรัฐบาลปัจจุบันอาจมีผลเชิงบวกในระยะสั้นเนื่องจากสหรัฐภายใต้การนำของนายทรัมป์ที่ดำเนินนโยบายการเมืองแบบปิด อาจลดการแทรกแซงกิจการของต่างประเทศ และหาก TPP ถูกยกเลิกไปด้วย การเสียโอกาสจากการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศให้กับเวียดนามและมาเลเซียโดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานมากรวมถึงความเสียเปรียบในการส่งออกของภาคอุตสาหกรรมอาหารไทยก็จะลดลงตามลำดับ แต่ผลกระทบต่อการเป็นประธานาธิบดีของนายทรัมป์คงไม่ส่งผลดีในระยะยาว
รับมืออย่างไร?
ไทยควรรอดูนโยบายและท่าทีจากว่าที่รัฐบาลใหม่ เพื่อโอกาสในการปรับสมดุลความสัมพันธ์โดยยังไม่ทำสนธิสัญญาหรือข้อตกลงใดๆในระหว่างนี้ หากนโยบายการปฏิรูปทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนออกมาในรูปแบบของการขึ้นพิกัดอัตราภาษีนำเข้าของสินค้าจากจีนถึง 45% ตามที่นาย ทรัมป์ เคยกล่าวไว้ จีนอาจมีความจำเป็นต้องหันมาพัฒนาความสัมพันธ์ทางการค้ากับประเทศในเอเชียมากขึ้นเพื่อถ่วงดุลการค้ากับสหรัฐ
ดังนั้นในมุมของไทย การขยายความสัมพันธ์ในความตกลงพันธมิตรทางการค้าระดับภูมิภาค (RCEP) ซึ่งมีอาเซียนกับคู่ภาคี 6 ประเทศ จะมีความสำคัญขึ้น ถึงแม้ขนาดของผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศที่ร่วมโครงการ RCEP จะน้อยกว่า TPP แต่การมีจำนวนประชากรที่มากกว่านั้นย่อมหมายถึงโอกาสในระยะยาวของไทยในภูมิภาคนี้
ที่มา : kris chantanotoke



กระทู้ร้อนแรงที่สุดของวันนี้
เปิดภาพกองเงินสด รถหรู ฯลฯ DSI ยึดจากคดี Forex
เปิดหมดเปลือก! บอยตุ๊ดส์รีวิว ตอบกลับทุกดราม่า..?
หนุ่มกรรชัย ฟาดราม่าโหนกระแส โชว์วีธีใช้รีโมทเปลี่ยนช่อง!
ไม่เกี่ยวForex ภาวุธแจงยิบที่มาเงิน28ล้าน คือ..?
เปิด4โบรกเกอร์ดัง โยง Forex หลัง DSI บุกค้น24จุด
DSI เผยภาวุธ-ฟิล์ม ผู้ต้องสงสัย แต่ยังไม่ออกหมายเรียก
หญิงรฐา โดนดราม่าหน้าตึง! เพื่อนรักไม่ทนออกโรงฟาดคืน?
หนุ่มกรรชัย ตอบกลับยาว หลังเพจดังวิจารณ์รายการโหนกระแส
กระจ่างชัดทุกประเด็น! ทราย สก๊อต เปิดใจถึง ต๊อด ปิติ แบบไม่มีกั๊ก
ฟารีดา เฉลยเพศลูกทั้งน้ำตา พร้อมเผยสิ่งที่กลัวตอนนี้
คุณพ่อคุณแม่ ติณติณ เปิดใจครั้งแรก ชาวเน็ตชมพูดดีมาก!
ชีวิตเจอเเต่มรสุม! นางเอกดัง เกือบเป็นมะเร็ง-สูญเสียลูกคนเเรก
กรรชัย คาดสิ่งที่คิดไม่ตรงกันของ ทราย สก๊อต-ตระกูลสิงห์
เคที่เพอร์รี่ ชมลิซ่าว่าอะไร? ทำไมกลายเป็นไวรัลทั่วโลก!
DSIจ่อแฉชื่อนักการเมือง-ดารา เอี่ยวเครือข่ายForex
ชาวเน็ตจับผิดหุ่น! นางเอกสาว เจอดราม่าภาพล่าสุดถูกแชร์ว่อน
ทราย เปิดใจหลังเผชิญหน้าแม่ในศาล ลั่นปมเนรคุณยังไม่จบ!
สะเทือน!บุกยึดเงินสดรถหรูเอี่ยวแชร์Forex โยงนักการเมือง-คนดัง
เพชรกรุณพล เล่าความทรงจำ ถึงเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
หลิงหลิง เปิดใจสาเหตุโพสต์แฉ นาทีโดนคุกคามสุดระทึก!
ว๊ายอะไรเนี่ย! หนุ่มปริศนา อัดคลิปพูดแซ่บถึง ฟารีดา
อุ๊ยเขินอ่ะ! ฟาง ธนันต์ธรญ์ ตอบสถานะหน่อง ชมอีกฝ่ายเป็นคนน่ารัก
ต้นสังกัดปลดแบนติณติณ หลังพ้นมลทินทุกข้อหา
แฟนรายการอึ้ง! ผู้ประกาศชื่อดัง ประกาศลาจอ
เปิดตัว?เกรซ-เป๊ก ไลฟ์สดหวาน ไม่เกรงใจคนดู
กระทู้ล่าสุด


รูปเด่นน่าดูที่สุดของวันนี้















































