เปิดโปงด้านมืดของดวงจันทร์ที่ NASA ไม่เคยบอกคุณ!


เปิดโปงด้านมืดของดวงจันทร์ที่ NASA ไม่เคยบอกคุณ!


สำหรับใครที่เติบโตมากับเรื่องราวอวกาศ คำว่า ด้านมืดของดวงจันทร์ มักถูกเปรียบเทียบกับสิ่งที่เป็นปริศนาหรือสิ่งที่ซ่อนเร้นมาโดยตลอด ด้วยความที่มนุษย์เรามองเห็นดวงจันทร์เพียงด้านเดียวมาโดยตลอดประวัติศาสตร์ จึงเกิดเป็นความหมกมุ่นที่ต้องการหาคำตอบว่าอีกด้านนั้นมีอะไรซ่อนอยู่กันแน่ ทั้งในเชิงวิทยาศาสตร์และทฤษฎีสมคบคิดมากมายที่ต่างพากันจินตนาการไปไกล

สาเหตุที่เรามองเห็นดวงจันทร์เพียงด้านเดียว เป็นเพราะดวงจันทร์โคจรรอบตัวเองด้วยความเร็วเท่ากับความเร็วในการโคจรรอบโลกพอดี ทำให้หันหน้าเพียงด้านเดียวเข้าหาเราตลอดเวลา ความพยายามในการไขความลับนี้เริ่มต้นอย่างจริงจังในช่วงสงครามเย็น
ซึ่งเป็นยุคแห่งการแข่งขันทางอวกาศระหว่างสหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียต โดยโซเวียตประสบความสำเร็จในการถ่ายภาพด้านหลังของดวงจันทร์ได้เป็นครั้งแรกในปี 1959 ผ่านยานลูน่า 3 ทว่าภาพที่ได้กลับเป็นภาพที่มัวและไม่คมชัด ทำให้เกิดการตีความและทฤษฎีแปลกๆ ตามมามากมาย

หนึ่งในทฤษฎีสมคบคิดที่โด่งดังคือเรื่อง อารยธรรมหอคอยบนดวงจันทร์ ซึ่งถูกอ้างว่าค้นพบจากภาพถ่าย แต่ทาง NASA ได้ออกมาโต้แย้งว่าเป็นเพียงความผิดพลาดจากการล้างรูปและแสงสะท้อนจากเลนส์เท่านั้น นอกจากนี้ยังมีเรื่องราวเกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาวที่อ้างว่ามีการปิดบังหลักฐาน UFO และการตัดต่อภาพถ่ายของทาง NASA รวมถึงทฤษฎีที่ว่านาซีเยอรมันสร้างยานอวกาศและหนีไปสร้างฐานทัพลับอยู่ที่นั่นในช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ชี้ว่าเป็นเพียงจินตนาการที่ขาดหลักฐานรองรับและขัดกับความเป็นจริงทางเทคโนโลยีในยุคนั้น

นอกจากนี้ยังมีกรณีของโครงการฮอไรซอนที่สหรัฐฯ เคยคิดจะไปตั้งฐานบนดวงจันทร์เพื่อสอดแนมและเฝ้าระวังภัย แต่สุดท้ายโครงการก็ถูกยกเลิกไปเพราะงบประมาณที่สูงเกินจริง

ในปัจจุบัน เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าทำให้เราเข้าใจด้านมืดของดวงจันทร์มากขึ้น NASA สามารถส่งยานไปสำรวจและถ่ายภาพความละเอียดสูงได้สำเร็จ ทำให้เราทราบว่าจริงๆ แล้วมันคือพื้นผิวดวงจันทร์ปกติที่มีลักษณะเป็นหลุมเป็นแอ่งและมีเปลือกหนากว่าด้านที่หันเข้าหาโลก
โดยร่องรอยเหล่านี้คือร่องรอยของลาวาจากภูเขาไฟในอดีต หรือที่เรียกว่า ทะเลดวงจันทร์ สิ่งสำคัญคือด้านมืดของดวงจันทร์ไม่ได้มืดตลอดเวลา แต่มีวงจรข้างขึ้นข้างแรมเช่นเดียวกับด้านที่สว่าง และในปัจจุบันมันได้กลายเป็นพื้นที่ที่เงียบสงบที่สุดสำหรับการศึกษาทางดาราศาสตร์และคลื่นวิทยุ


ในขณะนี้ มีโครงการสำรวจดวงจันทร์อีกมากมายจากหลายประเทศที่มุ่งเน้นการศึกษาทั้งทางด้านโครงสร้างพื้นผิวและการทดลองต่างๆ ซึ่งเป็นการยืนยันว่าดวงจันทร์ยังคงเป็นพื้นที่สำคัญที่มนุษย์จะใช้เป็นฐานความรู้ในการขยายขอบเขตความเข้าใจในอวกาศต่อไป


เครดิตแหล่งข้อมูล :รีไร้ท์และเรียบเรียงจาก Point of View


ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์