
ข่าวดีคนทำงาน! รัฐดัน3ขอ ปลดล็อกเงินชราภาพ

กลายเป็นข่าวดีที่สร้างความหวังให้แก่คนทำงานและผู้ประกันตนทั่วประเทศ เมื่อรัฐบาลเดินหน้าผลักดันร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับใหม่) ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ ภายหลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างกฎหมายดังกล่าวไปเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 ที่ผ่านมา โดยมุ่งเน้นการตอบสนองข้อเรียกร้องด้วยมาตรการ "3 ขอ" เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการเงินออมกรณีชราภาพให้สอดคล้องกับความจำเป็นในชีวิตจริง
โดย ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า หัวใจสำคัญของมาตรการนี้เกิดจากแนวคิดที่ว่า เงินออมเพื่อวัยเกษียณไม่ควรเป็นเพียงหลักประกันในอนาคตเท่านั้น แต่ควรมีความยืดหยุ่นเข้ามาช่วยประคองชีวิตของประชาชนในวันที่เผชิญวิกฤตได้ด้วย ซึ่งร่างกฎหมายได้กำหนดแนวทางสำคัญไว้ 3 ประการ ดังนี้:
1. "ขอเลือก" - เลือกอนาคตการเงินได้ด้วยตัวเอง
เปิดโอกาสให้ผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 180 เดือน และเข้าเงื่อนไขเรื่องอายุหรือการสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน สามารถเลือกรับเงินชราภาพเป็น "บำนาญรายเดือน" หรือ "บำเหน็จเงินก้อน" ได้ตามแผนชีวิตของตนเอง
2. "ขอคืน" - ยามเกิดภัยพิบัติ ไม่ต้องรอถึงวัยเกษียณ
กรณีเกิดวิกฤตหรือภัยพิบัติที่กระทบต่อความเป็นอยู่อย่างร้ายแรง ผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบไม่น้อยกว่า 60 เดือน สามารถขอรับเงินชราภาพบางส่วนออกมาใช้ก่อนถึงเกณฑ์ปกติ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าได้
3. "ขอกู้" - ใช้สิทธิเงินชราภาพเป็นหลักประกัน
ผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบไม่น้อยกว่า 60 เดือน สามารถนำเงินสมทบกรณีชราภาพบางส่วน ไปใช้เป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อกับสถาบันการเงินที่ทำข้อตกลงกับสำนักงานประกันสังคมได้ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนอย่างถูกต้อง
ทั้งนี้ การใช้สิทธิ "ขอคืน" และ "ขอกู้" รวมกัน จะต้องไม่เกินร้อยละ 30 ของเงินสมทบกรณีชราภาพ และไม่เกิน 2 เท่าของฐานคำนวณค่าจ้างขั้นสูงของผู้ประกันตนตามมาตรา 33 เพื่อเป็นการรักษาสมดุลระหว่างการช่วยเหลือความเดือดร้อนในปัจจุบันกับการรักษาความมั่นคงทางการเงินในวัยเกษียณระยะยาว
รองโฆษกรัฐบาล เน้นย้ำเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวอยู่ระหว่างการเตรียมเสนอเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร โดยรัฐบาลและกระทรวงแรงงานพร้อมจะผลักดันให้กฎหมายฉบับนี้เกิดผลเป็นรูปธรรม อย่างไรก็ตาม มาตรการ "3 ขอ" ยังอยู่ในขั้นตอนกระบวนการทางกฎหมาย ผู้ประกันตนจึงยังไม่สามารถใช้สิทธิใหม่นี้ได้ในทันที โดยจะต้องรอให้กฎหมายและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องผ่านกระบวนการและประกาศมีผลใช้บังคับอย่างเป็นทางการเสียก่อน




กระทู้ร้อนแรงที่สุดของวันนี้
























กระทู้ล่าสุด


รูปเด่นน่าดูที่สุดของวันนี้















































