
เปิดเหตุผล ทำไมหญิงไทยโบราณ ห้ามแต่งหน้าทาปาก?

เปิดกรุประวัติศาสตร์: ทำไมเมื่อก่อน "แต่งหน้า" ถึงโดนตราหน้าว่าเป็น "ผู้หญิงเต้นกินรำกิน","ผู้หญิงหากิน"?
ในอดีต การแต่งหน้าไม่ใช่แค่เรื่องความงาม แต่มันคือเส้นแบ่งทางสังคมที่ชัดเจนที่สุด เมื่อการประแป้งทาปากในชีวิตประจำวันของหญิงสามัญชน กลับถูกสังคมตีตราว่าเป็นพฤติกรรมของ "ผู้หญิงหากิน" หรือ "พวกเต้นกินรำกิน" จนกลายเป็นตราบาปของผู้หญิงไทยยุคก่อนปี พ.ศ. 2500
ค่านิยมนี้หยั่งรากลึกมาตั้งแต่สมัยอยุธยา โดยการแต่งหน้าให้งดงามดั่งนางฟ้าเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของหญิงสาวชาววังเพื่อใช้ในพระราชพิธีถวายตัวเท่านั้น ขณะที่วิถีชีวิตชาวบ้านทั่วไปต้องทำงานหนัก การแต่งหน้าจึงถูกมองว่าไร้ประโยชน์และแบ่งแยกชนชั้นอย่างเด่นชัด ต่อมาแม้ในรัชสมัยรัชกาลที่ 6 จะมีการนำเทคนิคการแต่งหน้ามาใช้ในวงการนาฏศิลป์และการละครอย่างแพร่หลาย แต่ทว่าสิ่งนี้กลับกลายเป็นการ "ตอกย้ำ" ภาพจำเดิม เพราะคนในยุคนั้นยังคงมองว่าการแต่งแต้มใบหน้าจัดจ้านเป็นเครื่องหมายการค้าของ "นางละคร" เท่านั้น
กระทั่งหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 แม้สินค้าเครื่องสำอางจากตะวันตกจะเริ่มแพร่หลาย แต่ค่านิยมเชิงลบยังคงอยู่ ดังที่ปรากฏในวรรณกรรมสะท้อนสังคมอย่าง "สี่แผ่นดิน" หรือ "หนึ่งในร้อย" ที่ตัวละครมักถูกตำหนิเมื่อแต่งหน้าทาปากว่ามีพฤติกรรมเสื่อมเสียเยี่ยงหญิงขายบริการหรือนางละคร สะท้อนให้เห็นว่าในสายตาคนยุคนั้น "ความสวยแบบธรรมชาติ" คือมาตรฐานศีลธรรมที่หญิงไทยต้องยึดถือ
การที่การแต่งหน้าไม่ได้รับการยอมรับในสังคมไทยก่อนปี พ.ศ. 2500 ไม่ได้เกิดจากข้อจำกัดของเครื่องมือ แต่เกิดจากมายาคติที่ผูกขาดความสวยงามไว้กับชนชั้นสูงและกิจกรรมบันเทิง ทำให้ภาพลักษณ์ของการแต่งหน้ากลายเป็นเรื่องของความไม่เหมาะสม จนกระทั่งกาลเวลาได้เปลี่ยนผ่านและค่อยๆ พลิกโฉมค่านิยมนี้ให้กลายเป็นสิทธิส่วนบุคคลที่ผู้หญิงทุกคนสามารถเลือกได้ในปัจจุบัน




กระทู้ร้อนแรงที่สุดของวันนี้
























กระทู้ล่าสุด


รูปเด่นน่าดูที่สุดของวันนี้















































