ย้อนดูห้องเรียน150 ปีก่อน! เมื่อครูกับนักเรียนพูดกันคนละภาษา


ย้อนดูห้องเรียน150 ปีก่อน! เมื่อครูกับนักเรียนพูดกันคนละภาษา


ย้อนดู "คลาสภาษาอังกฤษ" สมัย ร.5 เรียนกันยังไง? เมื่อครูพูดอังกฤษ นักเรียนพูดไทย

ถ้าย้อนกลับไปสมัยรัชกาลที่ 5 การเรียนภาษาอังกฤษไม่ได้ง่ายเหมือนทุกวันนี้ เพราะปัญหาใหญ่คือ "ครูก็พูดไทยไม่ได้ นักเรียนก็พูดอังกฤษไม่เป็น" แล้วในยุคนั้นพวกเขาเรียนกันอย่างไร?

ข้อมูลจากหนังสือ "ภาษาเจ้า ภาษานาย การเมืองเบื้องหลังการศึกษาภาษาอังกฤษ สมัยรัชกาลที่ ๕" ของ ดร.อาวุธ ธีระเอก ระบุว่า

 ราว พ.ศ. 2415 ฟรานซิส จอร์ช แพทเทอร์สัน ครูชาวอังกฤษเดินทางมาสยามเพื่อเยี่ยมน้าชาย คือ หลวงรัถยาภิบาลบัญชา หรือกัปตันเอม ก่อนที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจะโปรดเกล้าฯ ให้จ้างเป็นครู และตั้งโรงเรียนภาษาอังกฤษขึ้นควบคู่กับโรงเรียนไทยในพระบรมมหาราชวัง

ช่วงแรกโรงเรียนค่อนข้างคึกคัก มีนักเรียนมากกว่า 50 คน โดยช่วงเช้าสอนเจ้านาย ส่วนช่วงบ่ายเป็นการสอนทหารมหาดเล็ก แต่เวลาผ่านไปจำนวนนักเรียนลดลง เพราะเจ้านายบางพระองค์ต้องออกไปรับราชการ บางพระองค์ถึงวัยผนวช ขณะที่ทหารมหาดเล็กก็มีภารกิจและต้องเรียนวิชาอื่นควบคู่กัน

กระทั่งเข้าสู่ปีที่สาม เหลือนักเรียนเจ้านายเพียง 5 พระองค์ โรงเรียนจึงย้ายไปเรียนที่ "หอนิเพธพิทยา" ก่อนจะยุติลงเมื่อครูแพทเทอร์สันเดินทางกลับ หลังหมดสัญญา 3 ปี

แต่คำถามสำคัญคือ แล้วช่วงแรกที่ทั้งครูกับนักเรียนยังสื่อสารกันไม่คล่อง พวกเขาใช้วิธีไหนในการเรียน?

คำตอบคือมี "ล่าม" เข้ามาช่วย โดยพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนเรศรวรฤทธิ์ ซึ่งเคยทรงเรียนภาษาอังกฤษกับแหม่มแอนนาในสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงทำหน้าที่ช่วยแปลคำง่ายๆ ส่วนคำศัพท์ที่ยากเกินกว่าจะอธิบายได้ ก็ใช้พจนานุกรมหรือ "หนังสืออภิธานศัพท์" เป็นตัวช่วย

ครูแพทเทอร์สันใช้หนังสืออภิธานศัพท์ของหมอแมคฟาร์แลนด์ ซึ่งแปลคำศัพท์ภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย ขณะที่ฝั่งนักเรียนใช้ "สัพพะจะนะภาษาไทย" ของสังฆราชปัลเลกัวซ์ ซึ่งตีพิมพ์ตั้งแต่ พ.ศ. 2397 และรวบรวมคำศัพท์ภาษาไทยพร้อมคำแปลเป็นภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส และละติน

ที่น่าสนใจคือการเรียนไม่ได้เน้นแค่ท่องศัพท์ แต่สอนทั้งภาษาและเนื้อหาวิชาไปพร้อมกัน นักเรียนได้ใช้หนังสือและแผนที่แบบตะวันตก เรียนเลขโดยใช้มาตราอังกฤษ รวมถึงเรียนรู้เรื่องราวต่างประเทศและสถานการณ์บ้านเมืองในเวลานั้น เช่น สงครามระหว่างเยอรมนีกับฝรั่งเศส และการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของฝรั่งเศส


สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เรียนกับครูแพทเทอร์สัน ทรงเห็นว่าวิธีการสอนดังกล่าวไม่ได้ทำให้ผู้เรียนแค่ "แปลภาษาได้" แต่ยังได้ฝึกพูด ฝึกอ่าน และทำความเข้าใจเนื้อหา จนสามารถนำภาษาอังกฤษไปใช้งานได้จริง

จากวันที่ต้องพึ่งล่ามและเปิดพจนานุกรมแทบทุกคำ การเรียนรู้ค่อยๆ พัฒนาขึ้นเมื่อทั้งครูและนักเรียนเริ่มเข้าใจภาษาของกันและกันมากขึ้น จนในที่สุด "พจนานุกรม" ที่เคยเป็นตัวช่วยสำคัญในการสื่อสาร ก็ไม่จำเป็นต้องเปิดทุกครั้งเหมือนในช่วงแรก


เครดิตแหล่งข้อมูล : FB Silpawattanatham - ศิลปวัฒนธรรม


ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์