
ชายคนนี้ คือฝรั่งสุดแสบที่คนไทยเกลียดเข้าไส้!

ย้อนประวัติศาสตร์ "ม.ปาวี" นักการทูตฝรั่งเศส กับบทบาทสำคัญในวิกฤตการณ์ ร.ศ. 112 ที่ ร.5 ยังทรงจำไม่ลืม
หากย้อนกลับไปในยุคล่าอาณานิคม ชื่อของ "ม.ปาวี" หรือ ออกุสต์ ปาวี นักการทูตและนักสำรวจชาวฝรั่งเศส ถือเป็นบุคคลสำคัญที่มีบทบาทเกี่ยวข้องกับข้อพิพาทระหว่างสยามกับฝรั่งเศส จนกลายเป็นชื่อที่คนไทยจำนวนมากจดจำจากเหตุการณ์สูญเสียดินแดนในอดีต
เดิมทีปาวีเริ่มทำงานเกี่ยวกับการวางสายโทรเลข ก่อนจะย้ายไปทำงานสำรวจและจัดทำแผนที่ในภูมิภาคอินโดจีน ทั้งลาว กัมพูชา ญวน และพื้นที่ลุ่มน้ำโขง ความรู้เกี่ยวกับภูมิประเทศและผู้คนในภูมิภาค ทำให้เขามีบทบาทสำคัญในนโยบายของฝรั่งเศสที่มุ่งขยายอำนาจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ในปี พ.ศ. 2429 ปาวีได้รับแต่งตั้งเป็นรองกงสุลฝรั่งเศสประจำหลวงพระบาง ก่อนจะขึ้นเป็นกงสุลฝรั่งเศสประจำกรุงเทพฯ ในปี พ.ศ. 2434 นับจากนั้น เขาเข้ามามีบทบาทในความสัมพันธ์ระหว่างสยามกับฝรั่งเศส ท่ามกลางความขัดแย้งเรื่องเขตแดนและการขยายอำนาจของชาติตะวันตก
เหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นในวิกฤตการณ์ ร.ศ. 112 พ.ศ. 2436 เมื่อฝรั่งเศสส่งเรือรบเข้ามาบริเวณปากแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมยื่นข้อเรียกร้องต่อสยามเกี่ยวกับดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง ความตึงเครียดนำไปสู่การเผชิญหน้าทางทหารและการเจรจาที่สร้างความเสียเปรียบให้สยามในเวลาต่อมา ฝรั่งเศสยังใช้มาตรการกดดันหลายรูปแบบ รวมถึงการเข้ายึดพื้นที่บางส่วนเพื่อบีบให้สยามยอมรับเงื่อนไข
ชื่อของปาวีจึงถูกเชื่อมโยงกับการขยายอำนาจของฝรั่งเศสในอินโดจีน และเหตุการณ์ที่สยามต้องยอมเสียดินแดนบางส่วน ขณะที่ในฝรั่งเศส เขากลับได้รับการยกย่องจากบทบาทดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม รายละเอียดและการตีความเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ควรพิจารณาจากเอกสารหลายแหล่งประกอบกัน
เรื่องราวที่สะท้อนความสัมพันธ์อันตึงเครียดระหว่างปาวีกับราชสำนักสยาม ปรากฏในพระราชหัตถเลขาของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ซึ่งทรงเล่าถึงการพบปาวีระหว่างเสด็จประพาสยุโรปครั้งที่ 2 โดยปาวีเข้ามาอาสาทำหน้าที่ล่ามระหว่างพระองค์กับพระธิดาของประธานาธิบดีฝรั่งเศสในพระราชหัตถเลขาที่บทความนำมาอ้าง
รัชกาลที่ 5 ทรงเล่าว่า แม้ปาวีจะแสดงท่าทีอ่อนน้อม แต่พระองค์ก็ทรงตำหนิเขาอย่างตรงไปตรงมา โดยทรงกล่าวถึงปัญหาการเจรจาเรื่องเสียมราฐและพระตะบองว่า หากพูดกันให้ชัดเจนตั้งแต่แรก เรื่องคงไม่ยืดเยื้อมานานถึง 11-12 ปี ปาวีตอบกลับด้วยการหัวเราะและกล่าวว่าเสียใจ ก่อนอ้างว่าอังกฤษเข้ามาแทรกแซงจนสถานการณ์ยุ่งยาก
อีกเรื่องที่สะท้อนความรู้สึกของผู้คนในยุคนั้น คือในช่วงสงครามอินโดจีนระหว่างไทยกับฝรั่งเศส พ.ศ. 2483 มีการเล่ากันว่าการละเล่น "ปิดตาตีหม้อ" บางแห่งนำชื่อหรือข้อความพาดพิงถึงปาวีมาติดไว้บนหม้อ เพื่อระบายความรู้สึกที่สั่งสมจากประวัติศาสตร์ความขัดแย้ง
เรื่องราวของ ม.ปาวี จึงไม่ได้เป็นเพียงประวัติของนักการทูตชาวฝรั่งเศส แต่ยังสะท้อนบาดแผลจากยุคล่าอาณานิคม และความสัมพันธ์ระหว่างสยามกับฝรั่งเศสที่เต็มไปด้วยแรงกดดันและการต่อรองทางการเมือง






กระทู้ร้อนแรงที่สุดของวันนี้
























กระทู้ล่าสุด


รูปเด่นน่าดูที่สุดของวันนี้















































