| |
|
เป็นเรื่อง ไม่คิดไม่ฝัน!!
เมื่อของที่ใช้อยู่เป็นประจำใน "ห้องน้ำ" จะเป็นตัวร้าย "ย้อน" มาทำลายให้ผู้หญิงคนหนึ่งต้องถึงกับล้มหมอนนอนเสื่อ! โดยเรื่อง "โชคร้าย" นี้เป็นของ ปิยะพัชร โพธิ์พิทักษ์กุล อายุ 39 ปี ที่เกิดอาการติดเชื้อที่ "กรวยไต" สาเหตุอันเนื่องมาจาก "สายฉีดล้างอวัยวะเพศในห้องน้ำ"
|
|
โดย ปิยะพัชร เปิดเผยว่า
ปกติจะดูแลตัวเองอย่างดี ใช้แผ่นอนามัยตลอดเวลา และใช้น้ำยาล้างภายนอกเป็นประจำทุกวันในการทำความสะอาด แต่กลับลืมสังเกตว่าสายฉีดในห้องน้ำสาธารณะ ก็เป็นพาหะนำโรคได้เหมือนกัน เพราะคนมากหน้าหลายตามาใช้ของอันเดียวกัน บางคนอาจเป็นโรคติดต่อร้ายแรง แล้วพอไปใช้ต่อ จึงทำให้ติดเชื้อโรคมา
|
|
ซึ่งวันนั้นใช้สายฉีดใกล้อวัยวะเพศมาก เนื่องจากน้ำไม่ค่อยไหล
จึงทำให้ติดเชื้อโรคมา เพราะหลังจากวันนั้นก็มีอาการไข้สูง ปวดตรงบั้นเอวด้านขวาเหมือนปวดประจำเดือน พอไปหาหมอจึงรู้ว่าเป็นโรคกรวยไตอักเสบ ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อ รักษาอยู่ 10 วันกว่าจะหาย
|
|
|
แต่อย่าเพิ่งตกอกตกใจ
จนไม่กล้าใช้ "สายฉีดน้ำ" ในห้องน้ำกันเลย เพราะได้รับการยืนยันจาก ศ.นพ.พงษ์ศักดิ์ ชัยศิลป์วัฒนา ว่า โอกาสที่จะติดเชื้อโรคจากสายฉีดน้ำในห้องน้ำมี "น้อยมากๆ" ถ้าภูมิต้านทานดี อวัยวะเพศไม่ชื้น อับ ก็ไม่เกิดขึ้นง่ายๆ แต่ก็สามารถเป็นได้ ถ้าคนคนนั้นมีภูมิคุ้มกันต่ำ อาทิ เคยมีประวัติเป็นโรคเรื้อรัง ใช้น้ำยาล้าง ใช้แผ่นอนามัยเป็นประจำ
|
|
สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากความรักสวยรักงาม
ไม่ใช้น้ำเปล่าล้างกลับใช้น้ำยามาล้างแทน ซึ่งจริงๆ แล้วน้ำยาจะไปทำลายแบคทีเรียตัวที่ป้องกันเชื้อโรคในช่องคลอด หรือใช้แผ่นอนามัยและใส่กางเกงชั้นในฟิตๆ จึงทำให้อบ แฉะ ไม่มีอากาศระบาย
|
|
วิธีป้องกันคือ
ดูแลตามธรรมชาติโดยใช้น้ำเปล่า หรือก่อนใช้สายฉีดน้ำในห้องน้ำสาธารณะ ควรฉีดน้ำออกก่อนแล้วใช้กระดาษทิชชูเช็ดให้แห้งและฉีดน้ำอีกทีจึงค่อยใช้ และขณะใช้อย่าให้หัวฉีดสัมผัสอวัยวะเพศ เพราะอาจมีเชื้อหนอง และตกขาวคนอื่นติดอยู่ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ กล่าว
เอ้า! รู้อย่างนี้แล้ว ค่อยหายห่วง ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับผู้หญิงทั้งหลายแล้วล่ะว่า...ดูแลตัวเองดีแค่ไหน เอ๊ะ! หรือดีเกินไปหรือเปล่า ที่สำคัญ สุขอนามันเป็นเรื่องสำคัญนะค่ะ
|
|
สนับสนุนข้อคิดนานาสาระโดย:

|
|
|
|
|