8 วิธี แก้ปัญหาชวนทะเลาะให้ตรงจุด

8 วิธี แก้ปัญหาชวนทะเลาะให้ตรงจุด


ในเส้นทางชีวิตที่เรียกว่าความรักนั้น แน่นอนว่ามันไม่ได้ราบเรียบเสมอไป ย่อมพบอุปสรรคบ้าง บางคู่ยิ่งทะเลาะกันก็ยิ่งรักกัน แต่ไฉนบางคู่พอทะเลาะกันกลับกลายเป็นเลิกกันไปเสียนี่ บางทีเขาเหล่านั้นอาจยังไม่ได้ลองใช้ความพยายาม ที่จะปรับความเข้าใจ จูนคลื่นกันให้ติดเหมือนเดิม ก่อนที่ความผิดใจจะสร้างรอยร้าวให้รัก ลองมาพยายามทำความเข้าใจซึ่งกันและกันดูดีกว่าค่ะ

1. จับจุดให้ตรงปัญหา

          หากคุณเป็นอีกหนึ่งคู่ที่มักมีเรื่องทะเลาะผิดใจกันครั้งแล้วครั้งเล่า ครั้งต่อไปก่อนที่จะทะเลาะถกเถียงกัน หยุดสักนิดแล้วคิดดูซิว่า อะไรเป็นสาเหตุที่แท้จริงที่ทำคุณต้องมาทะเลาะกันซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่อย่างนี้ แก้ปัญหาที่สาเหตุดีกว่ามัวมาทะเลาะกันถึงผลที่ปรากฏออกมาแล้ว เพราะอย่างไรสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วก็ไม่สามารถแก้ไขได้ แต่หากคุณแก้ได้ที่สาเหตุของมัน ก็เท่ากับว่าตัดต้นตอตัวที่จะก่อให้เกิดปัญหาขึ้นในครั้งต่อไปได้

2. พูดคุยอย่างเปิดอก

          นี่อาจเป็นคำแนะนำอีกประการหนึ่งที่คุณได้พบได้เห็นได้อ่านผ่านตาบ่อย ๆ แต่มันจะไม่มีความหมายเลย หากคุณไม่ได้ลองทำ หลาย ๆ ครั้งที่เราเกิดน้อยใจ หรือไม่พอใจอะไรแล้วก็เก็บเงียบเอาไว้ไม่ยอมบอกอีกฝ่าย ด้วยคิดว่าเงียบ ๆ ไว้ดีกว่าไม่อยากพูดมากเดี๋ยวจะทะเลาะกัน แต่การเงียบงันเอาไว้แบบนี้นี่เอง ที่สุดท้ายกลายเป็นระเบิดลูกโต เมื่อระเบิดขึ้นมาทีมีแต่แย่กับแย่ 

          ในการที่คุณคิดว่าเงียบ ๆ เอาไว้ดีกว่า ไม่อยากพูดให้มีปัญหา แม้จะใช้ได้ผล (ว่าไม่เกิดปัญหาในขณะนั้น) แต่ก็เป็นการสะสมปัญหา ประการแรกคือคุณต้องเปลี่ยนความคิดตัวเอง ที่ว่าพูดออกไปแล้วเดี๋ยวจะทะเลาะกัน เป็นหากเราไม่ชอบใจก็ต้องบอกให้อีกฝ่ายทราบว่าเรานึกคิดอย่างไร มันไม่ใช่เรื่องที่พูดเพื่อชวนทะเลาะ แต่เป็นเรื่องที่พูดคุยเพื่อให้มีความเข้าใจตรงกันมากกว่า หันมาพูดคุยอย่างเปิดอกตั้งแต่ตอนนี้ เป็นการตัดตอนปัญหาที่อาจจะสะสมไปแสดงผลในวันข้างหน้าค่ะ

3. ไม่เรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยคำพูดแทงใจดำ

          หลายครั้งทีเดียวที่เราได้ยินคนที่ทะเลาะกันพยายามสรรหาคำพูดมาว่าอีกฝ่ายให้เจ็บแสบ ไม่ว่าจะเป็นการเรียกชื่อด้วยคำหยาบคาย ขุดเรื่องน่าอาย หรือเรื่องที่เขาไม่อยากนึกถึงขึ้นมาพูด แน่นอนที่สุดว่ามันทำให้รู้สึกสาสมใจ เมื่อเห็นอีกฝ่ายถึงกับสะอึก หรือโมโหจนหน้าดำหน้าแดงกับคำพูดเช่นนี้ แต่นั่นจะมีประโยชน์อะไรเล่า เมื่อคำพูดเหล่านี้มีแต่ทำให้สถานการณ์มันแย่ลง ๆ และนำไปสู่ความแตกหักเท่านั้น ระงับความโกรธโมโห ณ ขณะนั้น แล้วกัดฟันไม่ให้คำพูดเหล่านั้น หลุดออกมาได้จะได้ไม่ต้องมาเสียใจภายหลัง

4. คิดก่อนพูด

          สืบเนื่องมาจากด้านบน ไม่มีอะไรน่าเสียใจยิ่งกว่าการพูดคำพูดที่ไม่ได้กลั่นกรองออกมาจากสมอง ไปกระทบจิตใจอีกฝ่าย ยามโดนว่าอะไรมา ก่อนที่จะตอกกลับสวนไปในทันทีทันควัน หยุดคิดสักนิดแล้วให้สมองได้ฉุกสกัดเอาใจความที่อีกฝ่ายต้องการสื่อออกมาให้ได้ก่อน หากมันเป็นเพียงคำพูดที่เขาพูดมาด้วยอารมณ์ก็คงป่วยการที่จะไปต่อล้อต่อเถียงด้วย คุณอาจเป็นฝ่ายเงียบเสียก่อนเพื่อให้อีกฝ่ายสงบสติอารมณ์ตาม ดีกว่าปล่อยให้วาจาที่ไม่ได้ผ่านการกลั่นกรองหลุดออกมาทำร้ายคนที่คุณรัก และมันจะกลับมาทำร้ายให้คุณเสียใจในภายหลังด้วย

5. ไม่ใช้เฟซบุ๊กเป็นเครื่องมือ

          เครือข่ายสังคมออนไลน์อย่างเฟซบุ๊กกลายเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งในการระบายอารมณ์ไปแล้ว การตั้งสเตตัสประชดแฟน หรือเข้าไปโพสต์ในหน้าวอลล์ของอีกฝ่าย คงไม่ใช่เรื่องดี เป็นการประกาศความเคลื่อนไหวในความสัมพันธ์ของคุณทั้งสองให้ใคร ๆ รู้ไปทั่ว อย่างน้อยก็เพื่อน ๆ ที่อยู่ในเครือข่ายของคุณหรือเขา ทั้ง ๆ ที่เรื่องแบบนี้มันน่าจะเป็นเรื่องส่วนตัวของคนสองคนไม่ใช่หรือ หากจะคุยกันมาเจอกันซึ่ง ๆ หน้าหรือว่ายกหูโทรศัพท์คุยกันยังจะดีเสียกว่า

6. ฟังกันมากขึ้น

          นอกจากจะคุยกันให้มากขึ้น ยังต้องฟังกันให้มากขึ้นด้วย แต่ละคนย่อมมีปัญหาต่าง ๆ กันไป บางเรื่องที่เราคิดว่าไม่น่ามีอะไร แต่ความจริงแล้วอาจจะเป็นปัญหาของอีกฝ่ายก็ได้ ลองหันมาฟังความคิดเห็นของกันและกันให้มากขึ้น นอกจากจะฟังตอนเขาตั้งใจพูดให้เราฟังแล้ว ลองฟังแบบเก็บรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ จากบทสนทนาในชีวิตประจำวันดูด้วย หากเขารู้ว่าคุณเองก็ตั้งใจที่จะเรียนรู้ปัญหาของเขาแบบนี้ ต่อให้รู้สึกโกรธก็คงไม่จบลงด้วยการทะเลาะผิดใขกันแน่นอน

7. ไม่เรียกร้องต้องการสิ่งใดจากอีกฝ่ายมากเกินไป

          การเป็นคนรักกันแน่นอนว่าย่อมมีอะไรพิเศษให้แก่กันมากกว่าคนทั่ว ๆ ไป แต่คงไม่ดีหากสิ่งนี้กลายเป็นความคาดหวังว่าคุณจะต้องได้สิ่งพิเศษ ๆ และเรื่องดี ๆ จากเขาเสมอไป โดยที่ตัวคุณเองก็ไม่เคยให้อะไรกลับคืนไปแก่เขาด้วยซ้ำ หากควบคุมความรู้สึกเรียกร้องต้องการนี้ของตัวเองได้ รับรองว่าความรักคุณจะราบรื่นขึ้นแน่นอนค่ะ

8. ให้เวลาแก่กันมากขึ้น

          อีกหนึ่งปัญหาสำคัญที่กลายเป็นเหตุชนวนของความไม่เข้าใจกันก็คือ ต่างคนต่างไม่มีเวลาให้กัน เพียงหนึ่งข้อเดียวนี้สามารถนำมาซึ่งปัญหาใหญ่หลาย ๆ อย่างตามที่กล่าวมาข้างต้นได้ หากคนรักกันไม่มีเวลาให้กัน ก็คงไม่มีเวลาที่จะพูดหรือฟังกันอย่างเข้าใจได้แน่นอน แบ่งเวลาหลังเลิกงานนั่งกินข้าวเย็น หรือเดินเล่นด้วยกัน เพียงสักนิดเท่านี้ก็ช่วยดึงให้คุณทั้งคู่ได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น..ทั้งตัวและใจเลยทีเดียว


postjung


เครดิต :
 

ข่าวดาราบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!



รวมเรื่องเด็ด ประเด็นดัง วันนี้