(วาไรตี้)มารู้จัก แอล-คาร์นิทีน

(วาไรตี้)มารู้จัก แอล-คาร์นิทีน



อีกหนึ่งสารอาหารที่เราสามารถหาทานเองได้ในทุกวัน เหมือนสารคาเทชินในชาเขียว และสารกลูตาไธโอนในอาหารจำพวกโปรตีน (อาหารประเภทโปรตีน มีสารประกอบที่ร่างกายสามารถนำมาสร้างกลูตาไธโอนให้กับร่างกายเราได้ อยากรู้เพิ่มเติมอ่านต่อที่นี่) แล้วแอล-คาร์นิทีนมาจากไหน

แอล-คาร์นิทีน ถูกสร้างขึ้นในร่างกายของเรา โดยสร้างขึ้นมาจากกรดอะมิโน 2 ตัว คือ ไลซีน (lysine) และเมไทโอนีน (methionine) แอล-คาร์นิทีนในร่างกายถูกนำใช้ไปในหน้าที่ต่างๆ หลายอย่าง
 
เช่น เข้าไปช่วยเพิ่มกระบวนการใช้ไขมัน โดยการขนส่งกรดไขมัน เข้าไปในไมโตรคอนเดรีย ซึ่งเป็นศูนย์กลางของการสร้างพลังงานของเซลล์ หรือจะให้เข้าใจยิ่งขึ้น ก็คือ แอล-คาร์นิทีนช่วยให้ร่างกายเปลี่ยนกรดไขมันไปเป็นพลังงานนั่นเอง

โดยปกติแอล-คาร์นิทีน จะถูกสร้างขึ้นภายในตับและไต และนำไปเก็บไว้ในกล้ามเนื้อลาย เช่น กล้ามเนื้อตามแขน ขา นอกจากนี้ยังถูกลำเลียงไปเก็บไว้ในหัวใจ สมอง และสเปิร์ม จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราจึงถูกสอนมาให้ทานอาหารประเภทโปรตีน ก็เพื่อให้ร่างกายสามารถเคลื่อนไหว ทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ นั่นเอง


แหล่ง แอล-คาร์นิทีน อยู่ที่ไหน
ในอาหารเราจะพบในอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ นมและผลิตภัณฑ์จากนม ผลวะโอคาโด ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากถั่วหมัก


เราจะได้อะไรจาก แอล-คาร์นิทีน นอกเหนือจากพลังงาน

    1.แอล-คาร์นีทีนทำให้เราแก่ช้าลง เพราะเซลล์ในร่างกายของเราทุกๆ เซลล์ ไม่ว่าจะเป็นเซลล์สมอง เซลล์จากระบบภูมิคุ้มกัน เซลล์จากหัวใจ หรือเซลล์จากที่อื่นๆ ในร่างกาย ทั้งหมดจะทำงานได้ดีก็ต่อเมื่อ ได้รับพลังงานเพียงพอและเหมาะสมกับความต้องการของเซลล์แต่ละชนิด และแอล-คาร์นิทีนนี่เองที่เข้าไปช่วยทำให้เซลล์มีอายุยืนนานขึ้น

    2.ช่วยลดระดับไตรกลีเซอรไรด์ และเพิ่มระดับ HDL หรือไขมันดี ในเลือดให้เพิ่มขึ้น

    3.ป้องกันโรคหัวใจ สุขภาพโดยรวมของหัวใจดีขึ้น และช่วยป้องกันการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว

    4.ช่วยในการลดน้ำหนัก ถ้าใช้ร่วมกับวิธีการลดอาหารจำพวกแป้งลงในอาหารแต่ละมื้อ

    5.ช่วยเพิ่มระดับพลังงานของร่างกายอย่างเป็นธรรมชาติ ค่อยเป็นค่อยไป โดยไม่ทำให้ร่างกายได้รับบาดเจ็บหรือเกิดความเสียหายใดๆ กับร่างกาย

    6.ช่วยให้ความสามารถในการออกกำลังกายเพิ่มขึ้น มีความทนทานมากขึ้น และป้องกันเนื้อเยื่อไม่ให้เกิดความเสียหายอันเนื่องมาจากปริมาณออกซิเจนในเซลล์ไม่เพียงพอ

นอกจากนี้ แอล-คาร์นิทีน ยังทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานดีขึ้น ลดความเสียหายของเซลล์ประสาทอันเนื่องมาจากความเครียด ลดความเครียดได้ และช่วยในการทำงานของตับ ส่งผลให้สุขภาพโดยรวมของเราด้วย


แอล-คาร์นิทีน ช่วยเราลดน้ำหนักอย่างไร
อย่างที่เรารู้กันว่า หน้าที่หลักของ แอล-คาร์นิทีน จะช่วยลำเลียงโมเลกุลไขมันเล็กๆ เข้าไปใช้ในเซลล์ต่างๆ ซึ่งในจุดนี้เองที่จะทำให้เกิดการนำไขมันไปเปลี่ยนเป็นพลังงาน ดังนั้นหากร่างกายขาดสารแอล-คาร์นิทีน หรือมีไม่เพียงพอที่จะเป็นตัวพาเม็ดไขมันไปเผาผลาญแล้วละก็ ปัญหาสุขภาพอันเนื่องมาจากไขมันสะสมก็จะเป็นเรื่องตามมาที่สามารถส่งผลเสียต่อร่างกายของคุณอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นความอ้วน และการสะสมของไขมันตามหลอดเลือด ซึ่งอาจจะส่งผลต่อความยืดหยุ่นของหลอดเลือด และนำมาซึ่งปัญหาไขมันในเลือดสูงและมีความดันโลหิตสูงตามมาได้ นอกจากนี้ ยังอาจจะมีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อแขนขา อ่อนเพลีย ซึมและเหนื่อยง่าย
  
มีงานวิจัยมากมายที่ยืนยันถึงประโยชน์ของการใช้ แอล-คาร์นิทีน ในวงการแพทย์ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ในผู้ป่วยที่มีปัญหากล้ามเนื้ออ่อนแรงมาก จนไม่สามารถตั้งศีรษะให้ตรงได้ ซึ่งหลังจากมีการใช้ แอล-คาร์นิทีน ขนาด 2 กรัม/วัน อาการดังกล่าวก็หายไป หรือการใช้ในนักกีฬา ก็มีการยืนยันว่าสามารถเพิ่มแรงสำหรับการออกกำลังกายหนักๆ เช่น วิ่งมาราธอน รวมทั้งมีการใช้ แอล-คาร์นิทีน เพื่อช่วยให้การทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจดีขึ้น

ด้วยเหตุนี้เอง จึงทีมคณะนักวิจัยได้ทดลองนำเอาแอล-คาร์นิทีน มาช่วยในการลดน้ำหนัก โดยแบ่งวัยรุ่นที่อ้วนเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกให้รับประทาน แอล-คาร์นิทีน ขนาด 2 g/วัน อีกกลุ่มได้ยาหลอก โดยทั้งสองกลุ่มถูกจำกัดอาหารให้มีแคลอรี่เท่าๆกัน และมีการออกกำลังกายขนาดปานกลางเหมือนกัน

หลังจากนั้น 3 เดือนต่อมาจึงทำการวัดน้ำหนักตัวอีกครั้ง พบว่ากลุ่มที่ได้รับ แอล-คาร์นิทีน น้ำหนักตัวลดลงเฉลี่ย 11 ปอนด์ ขณะที่อีกกลุ่มลดลงเฉลี่ยไม่ถึง 2 ปอนด์ และปริมาณไขมันในกระแสเลือดก็ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ตาม ทุกสิ่งบนโลกนี้ หากมีประโยชน์ ก็ต้องมีโทษด้วยเช่นกัน คนที่ทานมังสวิรัติอาจจะเกิดภาวะการขาดแอล-คาร์นิทีนได้ในบางครั้ง หรือในผู้ป่วยบางรายที่มีปัญหาเกี่ยวกับการดูดซึมของระบบย่อยอาหาร รวมไปถึงในกรณีที่มีผู้ป่วยที่ขาดแอล-คาร์นิทีน (ซึ่งพบน้อยมาก) ซึ่งอาจจะเกิดจากความผิดปกติของยีน หรือตับ หรือไต หรือกินอาหารที่มีกรดอะมิโนไลซีน และเมไทโอนีนน้อย ก็จะมีอาการอ่อนล้าของกล้ามเนื้อ เจ็บหน้าอก เจ็บกล้ามเนื้อ แขนขาล้าอ่อนแรง ความดันเลือดต่ำ และอาจจะมีอาการมึนงงสับสนร่วมด้วย เป็นต้น

อีกทั้งสำหรับผู้ที่ต้องการรับประทานอาหารเสริมที่มีแอล-คาร์นิทีน ต้องระวังเพราะอาจจะมีผลข้างเคียงต่างๆ เกิดขึ้นกับร่างกายได้ และอาจจะเข้าทำปฏิกิริยากับยาอื่นๆ ที่กินร่วมกัน ดังนั้น ในการใช้แต่ละครั้ง ควรต้องอยู่ในความควบคุมดูแลของแพทย์จะปลอดภัยกว่า

นอกจากนี้มีงานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่าถ้ากินเข้าไปมากขนาด 5 กรัมต่อวัน หรือมากกว่าอาจจะทำให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียนได้ ส่วนอาการข้างเคียงอื่นๆ ที่อาจจะพบได้บ้างก็เช่นมีความอยากอาหารเพิ่มขึ้น มีกลิ่นตัว และเกิดมีผื่นแดง และในนักกีฬาหรือคนที่กินแอล-คาร์นิทีนเสริมสำหรับการเล่นกีฬาเพื่อช่วยในการสลายไขมันและช่วยทำให้การทำงานของกล้ามเนื้อดีขึ้น ก็ควรจะต้องหยุดใช้เพื่อให้กล้ามเนื้อได้พักบ้างอย่างน้อยเดือนละ 1 อาทิตย์ คือไม่ควรใช้ต่อเนื่องติดต่อกันไปเป็นเวลานานๆ

และสำหรับคนที่มีอาการแพ้ต่ออาหารโปรตีน เช่น ไข่ นม หรือข้าวสาลี ไม่ควรกินผลิตภัณฑ์ที่เสริมแอล-คาร์นิทีนเป็นอันขาด รวมไปถึงคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับตับและไต เด็กที่มีอายุยังไม่ถึง 2 ขวบ และสตรีมีครรภ์ ก็ควรหลีกเลี่ยงการใช้ ถ้าไม่จำเป็น หรือใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์

รู้กันไปแล้วสำหรับสารอาหารสำคัญตัวนี้ สิ่งสำคัญที่สุดของการรับประทานอาหาร คือทานให้หลากหลาย และครบทุกหมู่ ปัญหาการขาดสารอาหารตัวใดตัวหนึ่งก็จะไม่เกิดขึ้น และการทานอาหารเสริมก็ไม่จำเป็นอีกต่อไป หากใส่ใจร่างกายตัวเองอีกสักนิด สุขภาพร่างกายก็จะดีขึ้นด้วย


 





ขอบคุณ : Never-age.com

เครดิต :
 

ข่าวดาราบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!



รวมเรื่องเด็ด ประเด็นดัง วันนี้