สังฆทานที่ถูกต้อง

สังฆทานที่ถูกต้อง


การทำบุญสูงสุดด้านอาหารที่แท้จริง ก็คือการทำบุญสังฆทาน

วิธีปฎิบัติที่ถูกต้องมีดังนี้

๑.ต้องเป็นอาหารที่พระฉันได้ในเวลานั้น และต้องถวายก่อนเที่ยง ซึ่งมีลักษณะเหมือนกับการที่เราถวายภัตตาหารเพลพระนั่นเอง (ส่วนของที่เป็นถัง ๆ หรือของอย่างอื่นเป็นได้แค่เพียงบริวารสังฆทานเท่านั้น)

๒.ต้องกล่าวคำถวายสังฆทาน ดังนี้
อิมานิ มะยังภันเต ภัตตานิ สะปะริวารานิ ภิกขุสังฆัสสะ โอโณ ชะยามะ สาธุ โน ภันเต ๓กขุสังโฆ อิมานิ ภัตตานิ สะปะริวารานิ ปะฎิคคัณหาตุ อัมหากัง ทีฆะรัตตัง หิตายะ สุขายะฯ (ในหัตถบาสใช้อิมานิ นอกหัตถบาสใช้เอตานิ)
หมายเหตุ ในคำกล่าวถวายนั้น ถ้าไม่มีคำว่า ภิกขุสังฆัสสะ ถือว่าการถวายนั้นไม่ใช่การถวายสังฆทาน

๓.พระตั้งแต่ ๔ รูปขึ้นไป (พระ ๔ รูปเรียกว่าครบสงฆ์) จึงจะรับสังฆทานได้ เพราะคำว่าสังฆทานนั้นแปลว่า เป็นทานที่ถวายแด่สงฆ์ เป็นบุญสูงสุดด้านอาหาร ฉะนั้นพระ ๑ รูป ๒ รูป ๓ รูป ไม่สามารถรับสังฆทานได้ เป็นบาปและถือว่าหลอกลวง เพราะไม่ใช่สงฆ์ เป็นแค่เพียงบุคคลเท่านั้นต่อเมื่อพระครบ ๔ รูปจึงถือว่าเป็นสงฆ์ เว้นเสียแต่เป็นพระอรหันต์ ๑ องค์ก็สามารถรับสังฆทานได้ เพราะพระอรหันต์ ๑ องค์ถือว่าเป็นสงฆ์ ชาวพุทธทั่วไปยังไม่เข้าใจว่าพระสงฆ์แตกต่างจากสมมุติสงฆ์อย่างไร และทำไมถึงเรียกว่า ๑ รูปบ้าง ๑ องค์บ้าง(ขอให้ดูในรายละเอียดเรื่องไฟนรก ๗ กอง)

๔.จะต้องทำการอปโลกน์สังฆทาน หลังจากที่พระรับสังฆทานแล้วพระรูปที่ ๒ จะต้องทำการอปโลกน์ (คือการประชุมสงฆ์ เพื่อทำการแบ่งปันอาหารที่ได้รับถวายมาตามลำดับจนถึงให้ญาติโยม) แต่ถ้าพระไม่ทำการอปโลกน์อาหารทุกชิ้นถือเป็นของสงฆ์ทั้งสิ้น ญาติโยมจะไปกินไม่ได้เด็ดขาด ถึงเเม้ว่าพระบางรูปจะบอกยกให้ก็กินไม่ได้ เพราะถือว่าเป็นบุคคลให้ ไม่ใช่สงฆ์ให้แม้แต่พระที่เป็นผู้รับสังฆทานเองกับมือก็จะฉันไม่ได้ ถ้าผู้ใดก็ตามขืนไปกินเข้าเมื่อตายไปจะต้องเกิดเป็นเปรต ๙๒ กัลป์ แม้แต่สุนัข มด แมลง ไปกิน ก็ต้องเป็นเปรตเหมือนกัน ซ฿งถือว่าเป็นเรื่องที่อันตรายอย่างมากของชาวพุทธที่ไม่รู้ธรรมะ

คำอปโลกน์สังฆทาน
ยัคเฆ ภันเต สังโฆ ชานาตุ อะยัง ปะฐะมะ ภาโค มะหาเถรัสสะ ปาปุณาติ อะวะเสสา ภาคา อัมหากัง ปาปุณาติ

จากหนังสือ ความสำเร็จที่มาจากพระพุทธเจ้า ของ อ.ศิริพงษ์ อัครศรียุกต์

เครดิต :
 

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์