อะไรหรือ ? ที่ทำให้เราคิด และวนเวียนอยู่กับความคิด

อะไรหรือ ? ที่ทำให้เราคิด และวนเวียนอยู่กับความคิด



       ธรรมชาติของจิตแปลว่านึก แปลว่าคิด จิตนั้นมีเจตสิกคือสิ่งที่ประกอบในจิตอยู่อย่างมากมายหนึ่งในนั้นได้ชื่อสมมุติว่า "สังขาร"

       ธรรมชาติของสังขารนั้นทำหน้าที่ปรุงแต่ง เมื่อรูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัสกระทบตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ  เกิดการรับรู้การกระทบนั้นและมีการแปลรหัสต่างๆในสมองนั้น สังขารจะทำหน้าที่ปรุงแต่งสิ่งที่เข้ามากระทบนั้นต่อไปเป็นความนึกคิด โดยการปรุงแต่งนั้นจะเป็นไปตามฐานของจิตว่ามีความชอบชังอะไร อย่างไรในขันธสันดานหรือกิเลสที่สะสมแห่งตน สังขารย่อมปรุงแต่งไปตามกิเลสที่ตนมีนั่นแล

        ขณะเมื่อสังขารปรุงแต่งนั้น ธรรมชาติของจิตคือธรรมชาติที่รู้สภาวะที่ปรากฏในภายในจิตเอง เมื่อจิตรู้ความคิดที่สังขารปรุงแต่งนั้นแล้วเกิดกลุ่มก้อนแห่งอารมณ์ซึงเป็นไปตามขันธสันดานของตนเกิดขึ้น โดยมีเวทนาทำหน้าที่เสวยรสแห่งอารมณ์นั้น ซึ่งประกอบด้วยอารมณ์สุข อารมณ์ทุกข์ และอารมณ์เฉยๆ 

         เมื่อสังขารปรุงแต่งตามกิเลสที่เคยพอใจอารมณ์แห่งความสุขความปราถนาอันเร่าร้อนย่อมปรากฎ ได้ชื่อสมมุติว่า "ราคะ" 

         เมื่อสังขารปรุ่งแต่งตามกิเลสที่เคยไม่พอใจในสิ่งที่กระทบเช่นนี้ อารมณ์ขุ่นมัว ขัดเคือง ทุกข์ใจย่อมเกิดขึ้น ได้ชื่อสมมุติว่า "โทสะ"

         เมื่อสังขารปรุงแต่งไปตามกิเลสต่างๆตามแรงกระทบโดยไม่มีสภาวะแห่งสติ สมาธิ ปัญญาใดๆ รองรับ ไม่มีสภาวะที่รู้สภาวะธรรมที่กำลังปรากฏใดๆแม้ไตรลักษณะ อารมณ์ย่อมไม่ตั้งมั่น เลื่อนลอย เหม่อ ฟุ้งซ่าน ได้ชื่อสมมุติว่า "โมหะ"

           เพราะความไม่รู้สภาวะธรรมชาติแห่งธรรมทั้งหลายอย่างแท้จริงว่าสิ่งทั้งหลายล้วนไม่ยั่งยืนมีความเปลียนแปลง เมื่อสิ่งใดที่รักที่พอใจหรือไม่พอใจมีความเปลียนแปลงไปทุกข์จึงเกิดขึ้น เมื่อสิ่งเหล่านั้นล้วนไม่มีผู้ใดสามารถบังคับบัญหาให้เป็นไปตามอำนาจได้และทำทุกข์ให้ปรากฏเพราะความไม่เที่ยงอยู่เนืองๆสิ่งนั้นจึงมิใช่ตัวตนมิใช่ของๆเรา

             เพราะความติดในรสอร่อยในโลกคือความน่าพอใจในรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส เพราะความไม่เห็นโทษภัยในจิตที่เป็นอกุศลแม้เพียงเล็กน้อย ไม่เข้าใจในกรรมและวิบากของกรรมอย่างแท้จริงจึงโกรธและผูกโกรธ จึงรัก และพอใจ จึงทำให้จิตต้องวนเวียนอยู่ในความคิดในอารมณ์มากมายหลากหลาย และจมอยู่ในวังวนแห่งวัฏฏะไม่มีที่สิ้นสุด เมื่อความเข้าใจปรากฏด้วยการฟังและการศึกษา ความพยายามตั้งมั่นแห่งจิตมีอยู่ ความเพียรอย่างไม่ย่อท้อและความเห็นที่ถูกต้องดำเนินไป บุคคลนั้นย่อมประจักษ์ในสัจจธรรมแห่งรูปและนามเห็นแจ้งความจริงแห่งอริยสัจจ์ ทำลายอวิชชาให้สิ้น ปล่อยวางความยึดมั่นทั้งหลายด้วยปัญญา เมื่อนั้นวัฏฏะก็เป็นอันสิ้นสุด



ขอบคุณ atcloud




เครดิต :
 

ข่าวดาราบน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!



รวมเรื่องเด็ด ประเด็นดัง วันนี้