| |
"โมนาโก" กลายเป็นนครที่มีชื่อเสียง!!!
เจ้าชายเรนิเอร์แห่งราชรัฐโมนาโก-นางสาวเกรซ เคลลี่
เจ้าชายเรนิเอร์ เจ้าผู้ครองราชรัฐโมนาโก เป็นกษัตริย์ที่ครองราชย์ยาวนานที่สุดในโลกอีกองค์หนึ่งที่เพิ่งสวรรคตไปเมื่อปีที่แล้ว ในอดีตทรงพยายามปกครองและฟื้นฟูนครโมนาโก ซึ่งมีเนื้อที่เพียง 467 เอเคอร์ อย่างต่อเนื่อง แต่ทำอย่างไรๆโลกก็ยังไม่รู้จักนครแห่งนี้ ทำอย่างไรๆก็ไม่สามารถเทียมหน้าเทียมตาปารีสและลอนดอนได้ เพราะความที่มีขนาดเล็ก จนกระทั่งอยู่มาวันหนึ่งก็มีข่าวว่าทรงมีความสัมพันธ์กับเกรซ เคลลี่, ดาราภาพยนตร์คนดังขวัญใจประชาชน ทำให้นครโมนาโกโด่งดังขึ้นมาทันที เพราะผู้คนสนใจใคร่รู้ว่านครแห่งนี้มีดีอะไร อยู่ที่ไหน จนกระทั่งได้เสกสมรสกันนั่นแหละโมนาโก จึงกลายเป็นนครที่มีชื่อเสียงโด่งดังทางด้านการท่องเที่ยว การกีฬา การละเล่นต่างๆ
เกรซ เคลลี่ เป็นดาราสาวที่สวยซึ้งด้วยเรือนร่างสูง 170 ซม. มีบุคลิกเยือกเย็นเรียบร้อย วางตัวดี พูดจาดี มีผู้เปรียบเทียบว่าเธอมีลักษณะดุจนํ้าแข็งซึ่งซ่อนเปลวไฟไว้ภายใน ประสบความสำเร็จในด้านการแสดงจนได้รับตุ๊กตาทองจากเรื่อง The Country Girl ต่อมารับบทเจ้าหญิงในเรื่อง The Swan และ High Society แม้จะมีความสัมพันธ์กับดาราชายหลายคน เช่น คล้าร์ก เกเบิ้ล, บิง ครอสบี้, วิลเลียม โฮลเดน และ เรย์ มิลแลนด์ จนกระทั่งนิตยสารและ น.ส.พ.ซุบซิบกันทั่ว แต่ความรู้สึกดีๆ ของประชาชนที่มีต่อเกรซก็ยังคงเหนียวแน่น
|
|
"โอนาสซิส" ตัวดี!!!
เจ้าชายเรนิเอร์ ทรงพบเกรซในเทศกาลภาพยนตร์ที่เมืองคานส์ โดยมีเบื้องหลังว่า โอนาสซิส, มหา เศรษฐีเรือเดินทะเลเป็นผู้วางแผนให้ได้พบกัน โดยช่วงแรกเขาวางแผนให้เจ้าชายเรนิเอร์พบรักกับมาริลีน มอนโร แต่โดยที่มาริลีนทำตัวไม่สู้จะเหมาะสมในการเป็นเจ้าหญิง จึงเปลี่ยนมาเลือกเกรซ เคลลี่ แทน ซึ่งขณะนั้นกำลังรับบทเป็นเจ้าหญิงอยู่พอดี เธอกำลัง อิน กับบทจึงรับปากจะไปเที่ยวโมนาโกตามคำเชิญที่โอนาสซิสวางแผนไว้ เมื่อพบกันที่โมนาโกอีกครั้งหนึ่ง เจ้าชายเรนิเอร์จึงรับรองเกรซอย่างดีที่สุด ทำให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดี และเกิดความรักขึ้น เมื่อเรนิเอร์ขออนุญาตเยี่ยมเกรซบ้าง และขอทำความรู้จักกับบิดามารดาของเธอที่สหรัฐอเมริกา เธอก็เต็มใจและยินดี ต่อมาเจ้าชายได้ขอแต่งงานกับเธอ ซึ่งเธอก็ตอบตกลง แต่ตามกฎมนเทียรบาลของราชรัฐมีว่า ก่อนเสกสมรสต้องให้แพทย์ตรวจภายในก่อนว่าสามารถจะมีรัชทายาทหรือไม่ ซึ่ง แจ็ค เคลลี่, บิดาของเธอ ไม่พอใจ เขาประกาศว่าบุตรสาวของเขาไม่ใช่พันธุ์ม้าแข่งที่ถึงกับต้องตรวจอวัยวะเพศ แต่กฎหมายที่นั่นระบุอีกว่า หากการเสกสมรสไม่ผ่านการตรวจภายใน ฝ่ายหญิงจะต้องจ่ายสินสมรส 2 ล้านดอลลาร์ ซึ่งบิดาของเธอก็ยอมจ่าย ทั้งสองเสกสมรสกันเมื่อ 19 เมษายน ปี 1956
เมื่อได้เป็นเจ้าหญิงแล้ว เจ้าหญิงเกรซทรงรู้สึกอึดอัดที่ต้องประทับ อยู่แต่ในปราสาทสีชมพู 250 ห้อง เกรซมาจากเมืองใหญ่ในสหรัฐฯ พบอีกว่าราชรัฐแห่งนี้มีเนื้อที่ไม่ถึงครึ่งของเซ็นทรัลปาร์ก, นิวยอร์ก อีกทั้งไม่สามารถรับสั่งภาษาฝรั่งเศสได้ แต่เวลาก็ได้ช่วยรักษาเรื่องขัดแย้งและความอึดอัดหลายๆอย่างไว้ได้ เมื่อมีประสูติกาลพระโอรสธิดา 3 องค์ คือ เจ้าหญิงคาโรลีน, เจ้าชายอัลแบร์ต์ และเจ้าหญิงสเตฟานี จึงสามารถสวมบทสตรีหมายเลข 1, พระชายา, พระมารดาของพระโอรสธิดา และเป็นที่รักของชาวโมนาโกได้เป็นอย่างดี
|
|
"ซื่อสัตย์ต่อพระชายาตลอดชีวิต"
แต่ด้วยพระอารมณ์ที่แปรปรวนในช่วงหมดประจำเดือน ทำให้ทรงคิดว่าทรงหมดคุณค่าต่อพระสวามีและพระโอรสธิดาแล้ว ควร หนี พวกเขาไปสหรัฐอเมริกาเพื่อรับงานแสดงที่ฮอลลีวูดตามเดิม แต่ติดขัดหนีไปไม่ได้ ต่อมามีเรื่องหึงหวงพระสวามีว่ายุ่งเกี่ยวกับสตรีอื่น จึงขอแยกไปประทับที่ปารีสกับพระธิดา แต่เวลาอีกเช่นกันที่ช่วยประสานให้กลับมาคืนดีกันอีกครั้งหนึ่ง จนกระทั่งเมื่อ 13 กันยายน ปี 1982 ขณะขับรถกลับจากปารีสพร้อมเจ้าหญิงสเตฟานี เจ้าหญิงเกรซก็ประสบอุบัติเหตุรถควํ่า บนเนินเขาใกล้โมนาโก สิ้นพระชนม์อย่างน่าอนาถ
ผลการพิจารณาพระศพพบว่าเจ้าหญิงสเตฟานีเป็นคนขับรถ แต่ข้อสังเกตนี้ถูกทำให้เลือนหายไปเนื่องจากสเตฟานียังทรงพระเยาว์ และพระ มารดาก็สิ้นพระชนม์ไปแล้ว เจ้าชายเรนิเอร์ทรงสั่งไว้ทุกข์ 3 เดือน และ ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับสตรีคนใดเลย แสดงถึงนํ้าพระทัยที่ซื่อสัตย์ต่อพระชายาตลอดชีวิต
|
| | | | | |
แหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
|
|
|
|
|
โดย :น้ำพริก
โพสเมื่อ [ วันจันทร์ ที่ 26 มิถุนายน 2549 เวลา 14:06 น.]
 |