
ภาวะที่มนุษย์มีความสลับซับซ้อนมากขึ้นทุกวัน การเรียนรู้เพื่ออยู่ร่วมกันจึงเป็นสิ่งจำเป็นอันดับต้น ๆ ไม่ต่างจาก “หญิงข้ามเพศ” พวกเธอนิยามตัวเองว่า เป็นผู้หญิงโดยกำเนิดในทางจิตใจ แต่อยู่ในร่างกายผู้ชาย และเมื่อความต้องการด้านจิตใจไม่สอดคล้องกับร่างกาย การผ่าตัดเพื่อเป็นหญิงเสมือนเป็นอีกทางออก
เมื่อเร็ว ๆ นี้ตามหน้าข่าวสื่อหลายแขนงมีการถกเถียงกันถึงความเหมาะสมที่ “กลุ่มหญิงข้ามเพศ” ไป “ผ่าตัดเปลี่ยนเสียง” ซึ่งเรื่องนี้ยังหาข้อสรุปไม่ได้
น้องตุ้ม-ปริญญา เจริญผล อดีตนักมวยนะยะ เป็นผู้หนึ่งที่ทำการผ่าตัดเปลี่ยนเสียงตั้งแต่อายุ 20 ต้น ๆ เล่าว่า รู้สึกจิตใจอยากเป็นผู้หญิงมาตั้งแต่เด็ก จึงเป็นความใฝ่ฝันที่สักวันหนึ่งเราจะมีทุกอย่างเหมือนผู้หญิง ซึ่งเมื่อ 10 ปี ก่อนถือเป็นรุ่นแรก ๆ ในการผ่าตัดเปลี่ยนเสียงด้วยเงิน 70,000 บาท
หลังจากผ่าตัดเปลี่ยนเสียงผ่านมาก็ยังไม่มีอาการแทรกซ้อน จะมีก็แต่แผลผ่าตัดจุดเล็ก ๆ บริเวณคอ ส่วนที่มีข่าวบอกว่า ตนต้องกลืนน้ำลายบ่อย ๆ เป็นผลจากภาวะแทรกซ้อนหลังการ ผ่าตัด ไม่เป็นเรื่องจริง เพราะ อุปนิสัยส่วนตัวชอบกลืนน้ำลายบ่อย ๆ ซึ่งพอไปทำแล้วรู้สึกเสียง เล็กลงเป็นธรรมชาติมากขึ้น
แต่สิ่งที่รู้สึกผิดคือ หลังผ่าตัดหมอห้ามใช้เสียงกว่า 3 เดือน และต้องฝึกการออกเสียงแบบผู้หญิงกับผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งเราไม่ได้ทำตามที่แพทย์สั่ง เนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าวตรงกับการฉายภาพยนตร์ชีวประวัติของตนทำให้ต้องออกงานบ่อยและใช้เสียงเยอะ อันเป็นผลให้ทุกวันนี้เสียงยังไม่เล็กแหลมเพราะไม่ได้ฝึกฝนอย่างถูกวิธี
การดูแลตัวเองหลังผ่าตัดจึงเป็นเรื่องสำคัญเพราะมีเพื่อนบางคนไม่ทำตามที่หมอสั่งนาน ๆ ไป เสียงแหบและไม่สามารถกลับมาเหมือนเดิมได้
“ตอนแรกตัดสินใจทำกลัวอยู่บ้าง แต่รู้สึกไม่มั่นใจเสียงตัวเองอยู่แล้ว เลยคิดว่าเป็นไงก็เป็นกัน แต่ยังโชคดีที่สนิทสนมกับหมอทำให้ได้พูดคุยกันบ่อยจึงเกิดความมั่นใจ”
“น้องตุ้ม” แนะนำอีกว่า อยากให้น้อง ๆ ใช้วิจารณญาณของตัวเองในการตัดสินว่าเหมาะสมที่จะทำหรือไม่ เพราะหลายคนทำไปแล้วก็อยากกลับไปเป็นอย่างเดิม ซึ่งหากต้องการทำจริง ๆ ต้องยอมรับให้ได้กับอนาคตทั้งดีและไม่ดี เพราะเมื่อแก่ตัวลงอาจไม่สวยเหมือนเดิม
ขณะนี้คลินิกเถื่อนมีอยู่มากมาย ดังนั้นผู้ที่ผ่าตัดต้องรู้จักเลือกและสังเกตเพื่อให้ตัวเองปลอดภัย จึงควรทำในสถานพยา บาลที่ดีที่สุด ส่วนเรื่องโรคแทรกซ้อนจะเกิดหรือไม่เกิดขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเอง เพราะหากออกกำลังกายทุกวันย่อมเป็นเรื่องดี ส่งเสริมให้ร่างกายมีภูมิต้านทาน เพื่อน ๆ หลายคนคิดว่า ผ่าตัดแล้วออกกำลังกายหนัก ๆ ไม่ได้ ซึ่งเราก็ออกกำลังกายทุกวันไม่เห็นจะมีอะไรเกิดขึ้น
อยากแนะนำคนที่กำลังคิดจะผ่าตัดเปลี่ยนเสียงให้ลองใช้ชีวิตแบบผู้หญิงจริง ๆ ก่อน เพราะไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากเมื่อคิดผ่าตัดเปลี่ยนแปลงแล้ว อุปนิสัยและความคิดควรเปลี่ยนไปด้วย ที่สำคัญต้องปรึกษากับครอบครัวก่อนทุกครั้ง ตลอดจนต้องไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน เนื่องจากการผ่าตัดมีค่าใช้จ่ายที่แพง
น้องนก-ยลดา เกริกก้อง สวนยศ” ประธานกลุ่มผู้หญิงข้ามเพศ เป็นอีกผู้หนึ่งที่ไม่ได้ผ่าตัดเปลี่ยนเสียง แต่ฝึกฝนการออกเสียงควบคู่กับการกินฮอร์โมนเพศหญิง ให้ความเห็นว่า กลุ่มของความหลากหลายทางเพศปัจจุบันมีการจำแนกมากมาย เช่น กลุ่มชายรักชายที่มีความคิดว่า ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดแปลงเพศ ส่วน กลุ่มที่มีความต้องการแปลงเพศคือ กลุ่มผู้หญิงข้ามเพศ ซึ่งมีมากมายในสังคมปัจจุบัน โดยบางคนอาจยังไม่มีทุนทรัพย์ในการผ่าตัดเปลี่ยนเสียงและหลายคนสามารถผ่าตัดเพื่อให้เป็นอย่างที่ต้องการได้
“นก” แนะนำการฝึกออกเสียงแบบผู้หญิงว่า พยายามกำหนดเสียงที่เปล่งออกมาบริเวณกึ่งกลางหน้าผาก อย่าพยายามกำหนดให้อยู่ที่ปลายจมูกเพราะเสียงจะออกมาเหมือนคนจมูกบี้ และทำให้เจ็บคอ หากลองฝึกไปเรื่อยก็สามารถพูดได้คล้ายคลึงกับเสียงผู้หญิง
Love Attack เทศกาลความรักแบบนี้ บอกอ้อมๆให้เขารู้กัน
Chocolate Dreams สาวชั่งฝันและช็อคโกแลต กับหนุ่มหล่อ ไม่แน่คุณอาจจะได้เจอแบบนี้ก็ได้
Love You Like Crazy เพลงเพราะๆ ที่ถ้าส่งให้คนที่เรารัก โลกนี้ก็สีชมพูกันทีเดียว