ตอน 3 ภพชาติ...รุ่งเช้า อรวรรณตื่นสายนิดหน่อย แม่อาบน้ำเสร็จแล้ว น้องชายกับพ่อยังหลับสนิท อรวรรณทบทวนเรื่องราวที่ฝันเมื่อคืนอีกครั้ง เพื่อนนันย์ตาคมผิวคล้ำที่กอดเธอหลายครั้งในฝันเรียกชื่อเธอว่าเอมอร ช่างตรงกับชื่อเล่นในภพนี้ของเธอที่แม่ตั้งให้ว่าอร อรวรรณ หรืออรในชาตินี้ ภพนี้ ช่างพ้องและตรงกับ เอมอรในฝันยิ่งนัก แต่แปลกใจว่าทำไมถึงฝันเห็นเพื่อนคนนี้แจ่มชัดกว่าคนอื่น ในใจให้สงสัยและใคร่รู้เหลือเกิน
วันนี้พ่อจะพาทุกคนนั่งรถไปเที่ยวรอบเมือง ดูทัศนียภาพรอบๆตัวเมืองสงขลา ทั้งทะเล ภูเขา ตึกเก่าในเมือง และเที่ยวตลาดเพื่อหาอาหารพื้นเมืองกิน มาปักษ์ใต้ทั้งที ต้องกินอาหารใต้แท้ๆให้รู้รสชาติกันสักครั้ง
อรวรรณมีความสุขกับตลาดและอาหารอร่อยๆจนถึงช่วงบ่ายที่พ่อพาขึ้นรถประจำทางเพื่อนั่งรถรอบเมืองเพื่อชมตึกรามบ้านช่องของสงขลา ขณะรถวิ่งไปได้สักพัก อรวรรณมองเห็นวัดวัดหนึ่งในตัวเมืองสงขลา คือวัดมัชฌิมาวาสวรวิหาร อรวรรณคลับคล้ายคลับคราว่านี่เหมือนวัดที่เธอเคยอยู่ในฝันที่เธอกับเพื่อนๆมาวิ่งเล่นกันเหลือเกิน อรวรรณรีบบอกพ่อและแม่ว่าอยากแวะเข้าวัดนี้เพื่อไหว้พระ เธอมีทีท่าลุกลี้ลุกลนและดูสนใจมากเป็นพิเศษ พ่อและแม่เห็นว่าลูกมีความสนใจก็ไม่ขัด เห็นดีเห็นงามที่ลูกอยากเข้าวัด จึงพากันลงจากรถโดยสารแล้วเดินไปยังวัดนี้ทันที...
วัดมัชฌิมาวาสวรวิหาร...!!!!! เป็นวัดในสงขลาที่มีความสวยงามยิ่งนัก เมื่อเธอเดินเข้าวัด ก็ให้เกิดความรู้สึกประหลาดใจเหลือเกิน ขนที่แขนทั้ง 2 ข้างของเธอลุกชันตลอดเวลา เดินผ่านส่วนไหนของวัด ภาพในความฝันที่เคยฝันว่าวิ่งเล่นในงานวัดกับเพื่อนๆก็เหมือนจะมาทาบประกบกับความจริงในขณะนี้เวลานี้เสียทีเดียว
เธอเดินไปทุกที่ในวัด ราวกับว่ามาเยือนเป็นครั้งที่สิบเข้าไปแล้ว พ่อพาเธอเดินเข้าไปในวัดแบบบคนที่ไม่รู้จักวัดนี้มาก่อน จะไปทางซ้ายหรือขวา ก็ดูไม่มั่นใจ เหมือนนักท่องเที่ยวที่ขาดไกด์นำทาง
" พ่อคะ...ตามหนูมา มาทางนี้ค่ะพ่อ " อรวรรณจูงมือพ่อและครอบครัวเดินเข้าวัดราวกับเคยมาที่นี้แล้วสักสิบครั้ง "วัดนี้มีโบสถ์ มีพระประธาน รูปปั้นจีนแบบตัวละครในเรื่องสามก๊ก และยังมีพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมของโบราณอันล้ำค่าของสงขลาและภาคใต้ไว้หลายชิ้น และมีเก๋งจีนตรงด้านหลังด้วยนะคะ"
เธอพูดรัว เร็ว พ่อและแม่หันมามองหน้ากันว่าลูกสาวไปเอาข้อมูลนี้มาจากไหน และรู้ได้อย่างไรว่าวัดนี้มีอะไรบ้าง ? เธอพาครอบครัวเดินไปพบสถานที่ต่างๆภายในวัดได้คล่องแคล่วและมั่นใจจนพ่อกับแม่รู้สึกสงสัยว่าเธอรู้ได้อย่างไร?
" อร...ลูกไปเอาข้อมูลมาจากไหนเนี่ย ?" พ่อถามเธอ
" หนูไม่ทราบค่ะ...หนูรู้สึกอย่างนี้จริงๆค่ะ" อรวรรณก็บอกไม่ถูกเช่นกันว่าเธอบอกถูกได้อย่างไร เธอบอกตามที่เคยเห็นในฝัน แค่นี้เอง เธอและครอบครัวได้เห็นพระอุโบสถซึ่งมีรูปทรงคล้ายกับวัดพระแก้วมรกตในกรุงเทพฯ ภาพจำหลักหินรูปปั้นจีน 3 ก๊ก ก็เหมือน รูปปั้นที่วัดอรุณฯที่กรุงเทพฯเช่นกัน เก๋งจีนก็เป็นแบบที่เราเคยเห็นในวัดจีนทั่วๆไป แต่สิ่งที่เธอประหลาดใจมากก็คือเมื่อเข้าไปกราบพระประธาน เธอรู้สึกคุ้นเคยกับพระองค์นี้ราวกับเคยมากราบบ่อยครั้ง ใช่! เธอมากราบกับเพื่อนๆพวกนั้นเมื่อคราวงานวัดนั่นเอง.....
เดินเข้าโบสถ์ไปชมจิตรกรรมฝาผนัง ก็แสนจะตื่นตาตื่นใจ ภาพบนฝาผนังในฝันดูจะสดและชัดกว่าที่กำลังยืนดูในขณะนี้ นี่มันค่อนข้างเก่า สีจางไปบ้างแล้ว ลายเส้นก็ไม่เด่นชัดเหมือนในฝันเมื่อนานมา หากยังคงเรื่องราวและร่องรอยของรูปเดิมอยู่ อรวรรณแหงนซ้าย-ขวาสังเกตุสิ่งรอบข้างในวัดด้วยความตื่นเต้นจนหัวใจแทบหลุดออกมา นี่เราเจอภาพเพื่อนๆในฝันมาครั้งหนึ่งที่ร้านถ่ายรูปในตัวจังหวัดไปแล้ว ตอนนี้เรามาพบวัดในฝันอีกแล้วหรือ? มันเป็นไปได้อย่างไร? ความสงสัยในใจเธอมันล้นเอ่อเกินจะเอ่ยกับใคร
พ่อ,แม่,น้องชายและเธอซื้อดอกไม้เพื่อกราบขอพรพระประธานให้เกิดสิริมงคลกับชีวิต เธอนั่งพับเพียบ หลับตาประนมมือหน้าพระประธาน นิ่งสงบ เธอมิได้ขอพรสิ่งใด หากรู้สึกมีสมาธิลึกอยู่ในใจ ค่อยๆก้มลงกราบพระ
ในความมืดขณะหลับตาก้มกราบพระ พลัน...!!! มองเห็นเพื่อนนัยน์ตาคมเข้มผู้นั้นลอยมาเต็มตา....!!!!!!! เธอใส่เสื้อแขนสั้นสีขาวเรียบๆ ผ้าถุงสีครีมยาวคร่อมเท้าแบบชาวบ้านทั่วไปเหมือนเมื่อคืนในความฝัน อรวรรณเบิกตาโพรง....!!!!!! รีบชันตัวขึ้นจากกราบพระ เห็นเพื่อนผู้นั้นยืนอยู่ที่ประตูที่หน้าโบสถ์ เธอยิ้มให้อรวรรณอย่างตั้งใจ
อรวรรณรีบหันไปมองที่ประตูโบสถ์ทันที ว่างเปล่า ไม่มีสิ่งใดหรือผู้ใดยืนที่นั่น แม่สะกิดอรวรรณที่กำลังหันรีหันขวาง
" เป็นอะไรล่ะอร? กราบพระได้ครั้งเดียวก็รีบถลันตัวลุกขึ้นนั่งเลยล่ะลูก? " แม่กระซิบถามอรวรรณ พ่อกับน้องก็หันมามองเธอ
" เปล่าค่ะแม่..." อรวรรณตั้งสตินิ่ง ค่อยๆก้มลงกราบพระประธานอีกครั้ง
เมื่อหลับตาก้มตัวลงกราบอีกครั้ง เพื่อนนัยน์ตาคมผู้นั้นก็ยังคงยืนยิ้มให้เธออยู่เช่นเดิม ขนตรงแขนของอรวรรณลุกชันอีกครั้ง !!!!!
ตั้งใจก้มลงกราบครั้งที่ 3 เพื่อนคนเดิมยังคงยิ้มให้เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง แต่ครั้งสุดท้าย เห็นเพื่อนคนนี้ยืนอยู่ที่หน้าเจดีย์รูปทรงจีนเป็นชั้นๆหลายชั้นด้านหลังโบสถ์ เมื่อก้าวข้ามประตูโบสถ์ออกมา ลมพัดมาวูบหนึ่ง ขนที่แขนลุกขึ้นอีกครั้ง
" แม่...เหมือนหนูได้เคยมาที่วัดนี้มาก่อนเลยนะ" อรวรรณกระซิบบอกแม่
" อืม...หนูคงทำบุญเอาไว้เยอะล่ะลูก การทำบุญมาก บุญจะส่งผลให้เราได้พบในสิ่งที่เราต้องการสักวันนะ แม่เชื่อ " แม่ตอบแบบไม่ขัดความรู้สึกเชื่อของอรวรรณที่มีต่อวัดแห่งนี้ พ่อก็ดูมีสีหน้าแปลกๆ สนใจที่อรวรรรพูดประโยคนี้ อรวรรณหันมองภายในวัดอีกครั้งก่อนหันกลับไปขึ้นรถโดยสารกลับโรงแรม
" อร....หลบมาเหรยนะ..." (กลับมาอีกนะ) เธอได้ยินเสียงใครสักคนพูดใกล้ๆหูเธอก่อนเดินออกจากวัด เธอจำได้ถนัด เสียงนี้คือเสียงเดียวกับเพื่อนที่ยืนอยู่หน้าประตูโบสถ์ที่เคยพูดกับเธอในฝันว่า
"อร...ฉันดีใจอย่างแรง ฉันคิดถึงเธอ...." ขนที่แขนของอรวรรณตั้งชันอีกครั้ง
ตอน 4 ภพชาติ...
ออกจากวัดมัชฌิมาวาสวรวิหาร พ่อพาเธอกับน้องชายไปเที่ยวแหลมสมิหรา ทะเลสาปสงขลา ได้ลงเล่นน้ำทะเลกับน้องอีกครั้ง วิ่งไล่กับน้องที่ริมหาด แวะถ่ายรูปกับนางเงือกที่นั่งสางผมริมหาดแห่งนี้มานานนับชั่วอายุคนแล้ว
อิ่มเอมกับอาหารทะเลร้านใกล้ๆจนเย็นย่ำจึงเดินกลับโรงแรม คืนนี้เป็นคืนที่ 3 ที่อรวรรณพักในสงขลา พรุ่งนี้ต้องกลับกรุงเทพฯในช่วงเย็นแล้ว....
วันนี้เป็นวันพระ เธอได้กราบพระประธานและเยี่ยมชมความสวยงามรอบๆวัดอย่างเต็มอิ่ม แม่แวะซื้อดอกไม้ก่อนเข้าโรงแรมเพื่อไหว้พระก่อนนอน คืนนี้อรวรรณมีพวงมาลัยมะลิพวงย่อมๆไว้กราบพระก่อนนอน เธอขอนอนกับแม่เหมือนเดิม พ่อกับน้องหลับไปก่อนแล้ว เธอกราบขอพรพระและเจ้าที่เจ้าทาง ภาวนาให้ช่วยปกปักรักษาให้หลับฝันดีและดูแลครอบครัวเธอให้มีสุขภาพดี เธอวางพวงมาลัยไว้ข้างหมอน แล้วหันหน้าไปพูดกับแม่
" แม่....ที่หนูเคยบอกแม่ว่าหนูฝันเห็นเพื่อนๆในฝันหลายคนเป็นเวลาหลายครั้ง แม่เคยจำเรื่องนี้ได้มั้ย? "
" ได้สิลูก....ทำไมเหรอ?" แม่ถาม
"แม่...ตอนนี้หนูโตแล้ว หนูไม่ได้ฝันหรือจินตนาการเหมือนตอนเล็กๆนะ หนูมีสติสัมปชัญญะดี หนูมีเรื่องอยากบอกแม่ค่ะ " อรวรรณพูดกับแม่ด้วยความตั้งใจ
"เรื่องอะไรล่ะลูก?" สายตาแม่จ้องลูกสาวด้วยความสนใจ
" แม่คะ....หนูอยากบอกแม่ว่ารูปที่ร้านถ่ายรูปเก่าๆร้านนั้น เด็กๆทุกคนในรูปนั้น คือเพื่อนที่อยู่ในฝันของหนูจริงๆ หนูจำหน้าเด็กๆเหล่านั้นได้ดีค่ะ แม่จำเรื่องที่หนูเคยเล่ามาก่อนหน้านี้ได้มั้ยคะ เรื่องที่หนูฝันซ้ำๆว่าหนูได้พบเพื่อนหลายคนบ่อยๆ นี่ล่ะคะ เพื่อนในฝันของหนูก็คือคนที่อยู่ในรูปที่ร้านนั้นจริงๆ และหนูก็ตกใจมากที่คนที่นั่งริมซ้ายสุดก็มีหน้าตาเหมือนกับหนู พ่อกับแม่คงนึกว่าบังเอิญ แต่หนูรู้ดีว่าไม่ใช่ เวลาหนูฝัน หนูก็จะใส่ชุดเดียวกับในรูปนั้นเลยคะแม่ วันนี้ที่เรานั่งรถผ่านวัดมัชฌิมาวาสฯแล้วหนูนึกอยากลงไปในวัด เมื่อเข้าวัดแล้วหนูพาพ่อกับแม่เดินไปรอบๆวัดและเหมือนรู้ว่าสิ่งใดอยู่ส่วนไหนของวัด แม่ไม่แปลกใจเหรอคะ? ว่าหนูรู้ได้อย่างไร?
หนูเคยไปวัดนั้นในฝันกับเพื่อนๆบ่อยนะคะ หนูพอจะจำได้ แม่คิดว่าหนูจินตนาการหรือคะ? "
อรวรรณอธิบายให้แม่ฟังเป็นเรื่องราวปะติดปะต่อกันด้วยความตั้งใจ แม่จ้องตาเธอไม่กระพริบ ตาแม่เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ท่าทีของแม่ให้ความสนใจปนสนเท่ที่ลูกสาวเล่าเรื่องได้อย่างน่าเชื่อถือ
" เล่าต่อสิลูก เล่าอย่างที่ลูกเห็นมาให้หมด แม่พูดเสียงรัวขึ้น
" เล่าเลยลูก แม่เชื่อว่าลูกโตแล้ว ลูกไม่โหกแม่แน่ๆ เล่าสิลูก แม่ขนลุกไปหมดแล้ว "
อรวรรณเล่าเรื่องที่เธอฝันให้แม่ฟังทั้งหมดเป็นฉากๆเรียงลำดับมาตั้งแต่ต้นจนถึงวันนี้ เพื่อนคนไหน พูดกับเธออย่างไร เหตุการณ์เป็นจริงเพียงใด เธอฝันเช่นไร ณ ตอนนี้ดูเหมือนแม่จะให้ความสำคัญ และรับฟังเธอเล่าเรื่องอย่างเชื่อใจว่าได้เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นกับลูกสาวบ้าง
" แม่ขอโทษนะลูกที่ตลอดเวลาที่ผ่านมา แม่ไม่เชื่อว่าลูกกำลังเจออยุ่กับสิ่งใด แต่ต่อไปนี้เราจะแก้ไขเรื่องนี้และทำเรื่องนี้ให้ดีที่สุดนะลูก เราต้องไปกราบขอพรพระและทำบุญอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้เพื่อนๆเหล่านั้นของลูกนะ แล้วแม่ก็ให้อรวรรณสวดมนต์ แผ่เมตตา และสวดคาถาชินบัญชรแบบสั้นอีกบทหนึ่ง
" แม่คะ...เพื่อนๆหนูเค้ามาดีนะคะ ไม่ต้องไปไล่เค้านะ " อรวรรณกระซิบแม่
" อืม...นอนเถอะลูก" แม่พูดเสียงเบา....จนแทบไม่ได้ยิน
คืนนี้แม่ไม่ปิดไฟหมดห้อง เปิดไฟห้องน้ำและหรี่ไฟโป๊ะที่หัวเตียงให้พอมีแสงสว่างอยู่รำไรบ้าง ไม่รู้ว่าเธอกับแม่นอนหลับไปนานเท่าไหร่ แต่กลิ่นมะลิหอมจากพวงมาลัยข้างหมอนของเธออวนกลิ่นหอมไปทั่วห้อง จนราวตีสองที่ทุกคนหลับสนิท ไฟโป๊ะหัวเตียงเธอเกิดดับๆติดๆสลับกันไปอยู่สักครู่ อรวรรณสะดุ้งตัว ลืมตาขึ้นมาด้วยความงัวเงีย เหมือนคนครึ่งหลับครึ่งตื่น เธอลืมตาในความงัวเงีย มองเห็นร่างเด็กผู้หญิงรูปร่างผอมบางแขนยาว นั่งอยู่ที่ปลายตีนเตียงของเธอกับแม่
อรวรรณยกมือขึ้นขยี้ตา มองที่ปลายตีนเตียงอีกครั้ง ใช่จริงๆเสียด้วย เพื่อนนัยน์ตาคมคนที่มากอดเธอเมื่อคืนที่ผ่านมาและเป็นคนเดียวกับที่เธอเห็นที่หน้าประตูโบสถ์วันนี้นี่เอง (ต่อไปนี้เป็นการสนทนาของอมรศรีกับอรวรรณ ที่อมรศรีใช้สำเนียงและภาษาใต้ แต่ขอแปลเป็นภาษากลางเพื่อความเข้าใจโดยง่าย )
"เอมอร ฉันมาหาเธอ ขอบใจนะที่เธอกับแม่สวดมนต์ให้ฉัน ผลกรรมดีที่เธอทำมาได้ช่วยดลให้ฉันมาหาเธอได้ง่ายขึ้น"
"ฉันรอเธอมานานมากแล้ว คนอื่นเค้าไม่อยุ่กันหมดแล้ว เหลือแต่ฉันคนเดียวที่คอยเธอเพื่ออีบอกบางสิ่งที่เธอไม่รู้ ลุกขึ้นมานั่งคุยกับฉันตะเอมอร" เพื่อนนัยน์ตาคมพูดสำเนียงใต้ด้วยรอยยิ้มที่เยือกเย็นราวน้ำแข็ง อรวรรณเหมือนถูกมนต์สะกด เธอค่อยๆลุกขึ้นนั่งบนเตียงอย่างช้าๆ แม่นอนหลับอยู่ข้างเธอ แต่หลับสนิทจนไม่รู้ว่ามีแขกยามวิกาลเข้ามาหาลูกสาวของเธอถึงในห้องเสียแล้ว
" เอมอร ฉันชื่ออมรศรีนะ เราเป็นเพื่อนที่รักกันมากที่สุด แต่ก็มีอีกคนหนึ่งที่รักเธอมากกว่าที่ฉันรักเธอ "บัวคลี่" เธอเป็นรุ่นน้องเรา 2 ปี แต่มาอยู่ในกลุ่มของพวกเราจนเหมือนเป็นเพื่อนเสียแล้วนิ บัวคลี่คือคนในรุปถ่ายที่นั่งติดกับเธอ เธอจำบัวคลี่ได้หม้าย? ฉันอีมาบอกเธอว่าเธอได้เคยสัญญากับบัวคลี่เอาไว้ตั้งแต่วันนั้น จนวันนี้เธอยังไม่ได้ทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับบัวคลี่นะ"
" สัญญาอะไร? " อรวรรณถามกลับด้วยความสงสัย....
......จบตอนที่ 4...
Love illusion ความรักลวงตา เพลงที่เข้ากับสังคมonline
Love illusion Version 2คนฟังเยอะ จนต้องมี Version2กันทีเดียว
Smiling to your birthday เพลงเพราะๆ ไว้ส่งอวยพรวันเกิด หรือร้องแทน happybirthday