2 หลักสูตรนักทำลายใต้น้ำจู่โจม (SEAL) หน่วยสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ กองทัพเรือ
3 หลักสูตรลาดตระเวนสะเทินน้ำสะเทินบก แผนกวิชารบพิเศษ ศูนย์การฝึก หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน กองทัพเรือ
ผู้เข้ารับการฝึกทุกคน ถูกจับละเลงตัวด้วยฝุ่นดำ เหมือนกันหมด เพราะที่นี่ไม่มียศ ไม่มีร้อยโท ไม่มีนายสิบ มีเพียง ครูกับนักเรียน
"เอี้ย เอี้ย เอี้ย" เสียงคำรามจากกองร้อยจู่โจม เมื่อการ รับน้องจะเริ่มขึ้น
สถานีฝึกรับน้องแห่งแรกคือการคืบคลานไปในบึงโคลน อันเหนียวหนืด เป็นระยะทางกว่า 100 เมตร
ไม่มีการพัก ไม่สามารถโอดครวญ จะเหม็นเน่าโสโครก เท่าใด นักเรียนก็ต้องทน
เอี้ย เอี้ย เสียงนักเรียนจู่โจมตะโกนคอแทบแตก แต่ครูฝึกบอกเสียงดังเหมือนลูกแมว
นักเรียนจู่โจมต้องพร้อมเสมอ แม้เวลาพักทาน
อาหาร สัมภาระและอาวุธก็ยังติดกาย
สนามวิบากในป่า นักเรียนต้องกระโดดข้าม
สิ่งกีดขวางอย่างฉับพลันและต่อเนื่อง
ฝึกข้ามสิ่งกีดขวางโดยไต่ไปตามเชือกเส้นเดียว
นักเรียนจู่โจมฝึกไต่ลงมาจากหน้าผาสูง
พร้อมด้วยอาวุธยุทโธปกรณ์และคนป่วย
สถานีวัดกำลังใจสุดๆ ของภาคป่าและภูเขา
คือการไต่จากหน้าผาสูง 120 ฟุต ด้วยการเอาหน้าลง
ผบ. กำลังทบทวนคำลั่งยุทธการ ให้นักเรียน จู่โจมออกปฏิบัติการขึ้นบก ซึ่งพวกเขาไม่รู้หรอกว่า มันคือการว่ายทะเลโคลนหลายกิโลเมตร
ทีละคืบ...ทีละคืบ ตะเกียกตะกายคลานในทะเลโคลน เป็นเวลาร่วม 5 ชั่วโมง กว่าจะเข้าฝั่งสำเร็จ...คือความหฤโหด ที่สุดของภาคทะเล
นักเรียนตนนี้เป็นตะคริวอย่างรุนแรง เพราะอยู่ในทะเลโคลนนานเกินไป เพื่อนๆ ต้องช่วยกัน ลากขึ้นฝั่งและหามส่งโรงพยาบาลทันที
นอกจากการขึ้นบก-ทะเลโคลน นักเรียน จู่โจมยังต้องลอยคอในทะเล ว่ายเข้าหาฝั่งเป็นระยะทางกว่า
2 ไมล์ทะเล ในสถานการณ์สมมุติว่าเรือแตก รุ่งเช้านักเรียนจู่โจมตระเตรียมอาวุธ ยุทโธปกรณ์ก่อนออกเดินทางเพื่อเข้าโจมตีข้าศึก ณ พิกัด ที่ห่างออกไปประมาณ 50 กิโลเมตร เมื่อถึงการฝึกช่วงนี้ เครื่องหมาย "เสือคาบดาบ" ก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้ว
ความรู้ทุกอย่างในวิชาทหารที่ได้รับ การฝึกสอนมา เช่น การลาดตระเวน การอ่านแผนที่ เข็มทิศ การใช้อาวุธ การซุ่มโจมตี ฯลฯ นักเรียนจู่โจม ต้องนำออกมาใช้หมดในภาคการฝึกช่วงสุดท้าย
จงภูมิใจกับความเหน็ดเหนื่อยตลอด ระยะเวลา 10 สัปดาห์ มันเป็นสิ่งที่มีเกียรติที่สุด..." นายทหารชั้นผู้ใหญ่ กล่าวแก่นักเรียน ผู้พิชิตเครื่องหมาย "เสือคาบดาบ"...ผู้พิชิตใจตัวเอง
เที่ยงคืนของวันหนึ่งผมตื่นมาด้วยความตกใจ เมื่อได้ยินเสียงดังของปืน ปะทัด เสียงตะโกนโหวกเหวกของครูฝึกหลายคน พวกเราวิ่งขวักไขว่ทำตามคำสั่งของครูฝึกแล้วก็มารวมกลุ่มอยู่ตรงบ่อน้ำแข็ง แน่นอนแล้วเราต้องลงไปแช่ในนั้น หลังจากนั้นผมก็รู้ชะตากรรมของตนเองว่าจะเจออะไรอีก 5 วันข้างหน้า เวลามันผ่านไปได้ช้ามาก สิ่งที่เราฝึกก็มีเพียงเรือยางหากอยู่ในน้ำเราก็พายบนบกเราก็แบก ขึ้นเขาลงทะเลไปตามที่ครูฝึกบอกให้ไป รวมทั้งซุงที่แบกกันเป็นทีม หากมีคนใดคนหนึ่งเอาเปรียบ เพื่อนในทีมก็จะลำบากมากขึ้น หากทีมใดมีคนลาออก เพื่อนที่เหลือต้องรับน้ำหนักมากขึ้น ทุกสิ่งคือเกมส์การแข่งขันระหว่างทีม หากทีมใดมีความสามัคคีมาก ก็จะเหนื่อยน้อยกว่าทีมที่ขาดความพร้อมเพรียง มันไม่ใช่การทรมานให้เราอดทนอย่างเดียว ความอ่อนล้า,หิว,ง่วง,กระหาย,เหนื่อย ,เจ็บและ ปวด มันทำให้คนแสดงธาตุแท้ ออกมา คนอ่อนแอ,คนที่เห็นแก่ตัว,คนที่ใจไม่สู้ ทำงานร่วมทีมกับเราไม่ได้ต้องเดินออกไป วันที่สามแล้วร่างกายของหลายคนเริ่มอ่อนล้า ตาเริ่มเหม่อลอย บางคนร้องให้จะลาออกเพื่อนในทีมก็ช่วยกันปลอบ ผมเห็นน้องในทีมคนหนึ่งมีอาการไอ
หน้าแดงผิดปกติ ผมบอกให้เขาหยุดพักแต่ได้รับการปฎิเสธ เนื่องจากในสัปดาห์นรกหากใครหยุดพักเกินหนึ่งชั่วโมงก็ต้องออกไปตามกติกา คำพูดสุดท้ายที่ได้ยิน "ไม่มีปัญหา ผมสบายดีครับพี่" หลังจากนั้นเป็นชั่วโมงว่ายน้ำ และ ถอดชุดในน้ำ สิ่งที่ทำให้พวกเราตื่นจากความง่วง เหนื่อย ล้า เมื่อมีเสียงจากครูฝึกบอกให้รีบช่วยคนหมดสติขึ้นเรือยางนำส่งโรงพยาบาลโดยด่วน คนที่หมดสติเป็นน้องคนนั้นนั่นเอง การฝึกยังคงดำเนินต่อไป (นร.คนนั้นหมดสติในห้อง I.C.U. เป็นเวลา 3 เดือน และได้จบชีวิตลง)
วันที่ 4 ทุกคนอ่อนล้ามากขึ้น แผลตามตัวก็มากขึ้น มีข้อสอบง่ายๆให้พวกเราทำ 10 ข้อ แต่ทำกันไม่ค่อยได้ เพราะพอนั่งกับพื้นตาก็เริ่มปิดทันที สะดุ้งทีก็เพราะครูฝึกมาสะกิด ตอนนี้ผมเคลื่อนที่ไปตามแรงเฉื่อยและคอยปลอบเพื่อนร่วมทีมและตัวเองว่า "ชีวิตเราไม่ลำบากอย่างนี้ตลอดไปหรอก ทนอีกนิดหน่อย"
เราต้อนรับวันใหม่วันสุดท้ายของสัปดาห์นรกในวินาทีแรกเช่นทุกวัน วันนี้มีแบกซุงขึ้นเขาทุกคนช่วยกันใช้ทั้งเรี่ยวแรงที่เหลือ สติที่ยังพอมีร่วมแรงร่วมใจนำไปให้เสร็จภารกิจ ทีมผมขึ้นไปถึงทีมแรก และได้พักรอทีมที่เหลือ เมื่อขึ้นมากันหมดผมจำได้ว่ามีน้องทหารอากาศหมดสติ แต่ก็ได้รับการปฐมพยาบาล เมื่อฟื้น
ขึ้นมาก็สู้ต่อไป ในวันนี้เราอยู่กับซุงเกือบทั้งวัน ตกเย็นครูฝึกหลอกว่าจะจบสัปดาห์นรกหลายครั้ง และหลายคนร้องไห้ดีใจ แต่ก็ต้องผิด หวังเมื่อเกมส์ต่างๆไม่ยอมหยุดซักที ชั่วโมงสุดท้ายมาถึงไม่มีใครรู้เมื่อครูฝึกบอกให้โยนซุงทิ้ง เพื่อนร่วมทีมผมคนหนึ่งลอยตามซุงไปเมื่อทุกคนช่วยกันออกแรงดันซุงทิ้งไปเพราะ เขาหลับขณะแบกมันอยู่แต่ปลอดภัย ครูฝึกมาแสดงความยินดีผมยังคิดว่าโดนหลอก แต่มันเป็นความจริงผมหลุดจากนรกแล้ว
หลังจากสัปดาห์นรก ผมนอน กินสิ่งที่อยาก และ รักษาแผลตามตัว ผมหายง่วง หายเหนื่อย หายอยาก และ หายเจ็บ เตรียมตัวสู้ต่อไปในวันข้างหน้า
99% ของ นักเรียนที่ผ่านสัปดาห์นรกแล้วต้องจบหลักสูตรนักทำลายใต้น้ำจู่โจม หลายคนคิดว่าสัปดาห์นรกเป็นช่วงเวลาที่หนักที่สุด แต่ไม่ใช่หรอกเพราะมีเดือนนรกซึ่งเป็นเดือนสุดท้ายรออยู่
ปัจจุบันมีคนนำเครื่องหมายของพวกเราไปใช้ โดยไม่เข้าใจความหมาย และความยากลำบากกว่าพวกเราจะได้มา ความศักดิ์สิทธิ์ของเครื่องหมายมีมาก เกินกว่าจะเป็นสิ่งที่ใช้ประดับบนเครื่องแบบ และ คิดว่า ทำให้ตนเอง ดูน่าเกรงขามเมื่อได้ติดเครื่องหมายหลายๆอย่างบนหน้าอก
รูปท้องทะเล ท้องฟ้า ภูเขาและหน้าผา ระหว่างสมอสองอันที่พันกันด้วยเชือก :
ภายใต้ความสามัคคีกลมเกลียวของกองทัพเรือ จะเป็นรั้วที่เข้มแข็งเพื่อคุ้มครองภัย ที่จะมาคุกคามต่อน่านน้ำ น่านฟ้า และชายฝั่งทะเลของไทย
ครุฑเหยียบโลกที่ปรากฏอยู่บนแผนที่ประเทศไทย มีสมอเสียบปักอยู่ :
เครื่องหมายกรมนาวิกโยธินที่ขึ้นตรงต่อกองทัพเรือ และปฏิบัติงานภายใต้การควบคุม และสนับสนุน จากกองทัพเรือ
ความมุ่งหมายของหลักสูตร
เพื่อให้ผู้เข้ารับการศึกษาได้รับการฝึกวิชาการ ทางทหารอย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถนำหน่วยทหาร ขนาดเล็กปฏิบัติการรบพิเศษได้ทั้งทางบกและทางทะเล
ระยะเวลาการศึกษา
13 สัปดาห์
ขั้นตอนของหลักสูตร
ขั้นที่ 1 ภาคทฤษฎี ระยะเวลา 5 สัปดาห์
-ศึกษาทางวิชาการ ทั้งวิชาหลัก และวิชาที่สัมพันธ์กับวิชาหลัก
-การเสริมสร้างสมรรถภาพ ทั้งพลศึกษา การป้องกันตัว ว่ายน้ำ ดำน้ำ ฯลฯ
ขั้นที่ 2 ภาคปฏิบัติ ระยะเวลา 8 สัปดาห์
-ฝึกลาดตระเวนสะเทินน้ำสะเทินบก
-ฝึกการรบในป่าและภูเขา
ใครทนไม่ไหว ออกไป"
"นักเรียนรบพิเศษฯ รุ่นนี้เป็นไงหือ... อืดอาด ไม่พร้อมใจกัน รุ่นครูไม่เคยเป็นอย่างนี้"
ผมเชื่อว่าทุกคนต้องเคยถามตัวเองว่า กูจะไหวหรือ วันแรกยังขนาดนี้" นักเรียนคนหนึ่งยอมรับ อย่างเปิดใจ
นายทหารที่เข้าฝึกจะถูก "ขอยศ" ไว้ ผมที่สั้นอยู่แล้วจะถูกไถเกรียนจนเห็นหนังศรีษะ
ครูกฝึกแม้จะมียศต่ำกว่า สามารถ ออกคำสั่งcละปฏิบัติกับนักเรียนอย่างไรก็ได้ ในภาพเป็น การต้อนรับเล็กๆ น้อยๆ ด้วยการละเลงโคลนบนศีรษะ
ในวันแรก นักเรียนก็ถูกสั่ง ให้ดำผุดดำว่ายในหนองน้ำโสโครกเพื่อทดสอบกำลังใจ
พอขึ้นมาจากน้ำสีดำ นักเรียน ต้องช่วยกันแบกซุงหนักกว่า 100 กิโลกรัม แบกลงทะเล
แบกผ่านแก่ง แบกไปรอบๆ นานหลายชั่งโมง ใครกินแรงเพื่อน รู้ใจกันตรงนี้
การฝึกภาคทะเล นักเรียนต้องพายเรือและแบกเรือยาง ไม่ต่ำกว่า 80 ชั่วโมง พวกเขาจะจดจำเรือยางไปเสมอว่าคือพาหนะคู่ชีพ ของหน่วยลาดตระเวนสะเทินน้ำสะเทินบก
การไต่สะพานเชือกสองเส้น ข้ามสิ่งกีดขวาง
สองอาทิตย์สุดท้าย เข้าสู่การฝึกที่หนักหน่วงที่สุด คือการปฏิบัติภารกิจตามสถานการณ์สมมุติ ต้องอาศัยความรู้ ในการเดินป่า การดำรงชีพในป่า การโจมตี การลาดตระเวน ที่ได้ฝึกมาทั้งหมด ความหฤโหดอยู่ที่หนทางอันยาวไกล ความดิบเถื่อนของป่าเขา และไข้มาลาเรียที่ชุมที่สุดของป่าจันทบุรี กว่าจะผ่านแต่ละวันไปได้ ก็ด้วยความเหนื่อยล้าสุดทรมาน
เช้าตรู่ของวันสุดท้าย นักเรียนรบพิเศษ โรยตัวจาก ฮ. สูงจากพื้นดิน 120 ฟุต เครื่องหมายแห่งความสำเร็จ กำลังรอพวกเขาอยู่เบื้องล่าง
ผลจากการเชื่อฟังครูฝึกอย่างเคร่งครัด ทำให้พวกเขารอดชีวิตมาถึงวันแห่งความปิติ เครื่องหมายการรบ 3 มิติ ได้รับการประดับไว้ที่หน้าอก เหล่าครูฝึกเข้าแสดงความยินดีกับรีคอน รุ่นล่าสุด สงครามระหว่าครูฝึกกับนักเรียนยุติแล้ว จากนี้ พวกเขาคือ นักรบเลือดเหล็ก และจะไม่มีวันลืมความเหนื่อยยาก ความรู้ ประสบการณ์ ซึ่งได้กลายเป็นเหล็กในคนที่แกร่งยิ่งกว่าเหล็กในเรือ
© 2568 บริษัท ที่นี่มีเดีย จำกัด เข้าหน้าแรก Teenee.com
Youtube : teeneedotcom Line id : teeneedotcom Facebook id : teeneedotcom instagram : @teeneedotcom Twitter : teeneecom ติดต่อเรา