
เช็กเสียงตัวเองด่วน! คุณพูด โทนไหนอยู่ มันกำลังบอกอะไรคนฟัง

เคยไหม...พูดเรื่องเดียวกัน แต่บางวันดูมั่นใจ บางวันเหมือนเสียงไม่มีพลัง
จริง ๆ ไม่ได้เกี่ยวกับความเก่งอย่างเดียว แต่อยู่ที่ "โทนเสียง" ที่คุณใช้ด้วย
บทความนี้จะช่วยให้คุณสังเกตตัวเองได้แบบง่ายมาก
ว่าเสียงแต่ละแบบ "ใช้ส่วนไหน" "ฟังเป็นยังไง" และ "ควรใช้ตอนไหน"
---
1) Chest tone (เสียงอก) เสียงแน่น มีน้ำหนัก น่าเชื่อถือ
ใช้ส่วนไหนของร่างกาย
* จะรู้สึกว่าเสียง "สั่น" แถว **หน้าอก/อกบน**
* ลองวางมือบนอกแล้วพูด จะจับแรงสั่นได้
เสียงเป็นยังไง
* เต็ม ชัด ไม่ฟู่ ไม่ลอย
* ฟังแล้ว "มั่นใจ" และ "น่าเชื่อถือ"
เหมาะกับ
* พรีเซนต์งาน ประชุม
* อ่านข่าว เล่าเรื่องจริงจัง
* พูดให้คนเชื่อ/ให้คนฟังชัด
เสียงจะต่ำลงไหม
ส่วนใหญ่ "ดูทุ้มขึ้น" เพราะเสียงหนาขึ้น
แต่ไม่จำเป็นต้องต่ำลงมาก
ข้อสำคัญคือ **ห้ามกดคอให้ทุ้ม** เพราะจะล้าและเจ็บคอ
---
2) Head tone / Head voice (เสียงหัว) ใส สว่าง สดใส แต่ยังชัด
ใช้ส่วนไหนของร่างกาย
* จะรู้สึกสั่นที่ **หน้า/โพรงจมูก/โหนกแก้ม/หน้าผาก**
* เหมือนเสียง "ออกไปข้างหน้า" มากกว่าอยู่ในอก
เสียงเป็นยังไง
* ใส สว่าง ฟังเป็นมิตร
* ยังชัด ไม่ได้ลมเยอะ
เหมาะกับ
* YouTuber สายเล่าเรื่องสนุก ๆ
* ไลฟ์สด พิธีกร คอนเทนต์ที่อยากให้ดูเป็นกันเอง
---
3) Aerial tone / Airy tone (เสียงลอย/เสียงลม) นุ่ม แต่บาง
อันนี้คนสับสนกับเสียงหัวบ่อยมาก
เพราะมันดู "เบา" เหมือนกัน แต่ต่างกันตรง "ลมรั่ว"
ใช้ส่วนไหนของร่างกาย
* จะรู้สึกว่าเสียงออกมาพร้อม "ลม" เยอะ
เหมือนพูดแล้วลมหายใจนำเสียง
เสียงเป็นยังไง
* ลอย เบา ฟู่ ๆ เหมือนกระซิบปนพูด
* ปลายคำหายง่าย
* คนฟังอาจรู้สึกว่า "ไม่มั่นใจ" ทั้งที่คุณไม่ได้ตั้งใจ
เหมาะกับ
* คุยเบา ๆ แบบไม่อยากกดดันคนฟัง
* คอนเทนต์ละมุน ๆ สายเล่าเบา ๆ
ระวัง
ถ้าใช้โทนนี้เป็นหลักนาน ๆ
เสียงจะ "ไม่ส่ง" และอาจเหนื่อยง่าย เพราะใช้ลมเยอะเกินไป
---
4) เสียง 2 (Falsetto / เสียงหลบ) เสียงสูงอีกโหมด
ใช้ส่วนไหนของร่างกาย
* เป็น "โหมดเสียงอีกแบบ" ของเส้นเสียง
มักรู้สึกอยู่ด้านบนและเสียงโดด
เสียงเป็นยังไง
* สูงขึ้นชัด เหมือนเปลี่ยนเป็นอีกเสียงหนึ่ง
* ฟังเป็นคาแรกเตอร์มากกว่าพูดจริงจัง
เหมาะกับ
* ทำเสียงตัวละคร เล่นมุก
* ร้องเพลงเสียงสูงบางช่วง
---
เช็กตัวเองใน 10 วินาที (ง่ายมาก)
พูดประโยคนี้ 1 รอบ แล้วสังเกต "สั่นตรงไหน"
"สวัสดีครับ วันนี้ผมจะเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง"
* สั่นที่อก = Chest tone เด่น
* สั่นที่หน้า/จมูก/โหนกแก้ม = Head tone เด่น
* ฟู่ ๆ ลมเยอะ ปลายหาย = Aerial tone เด่น
* เสียงโดดสูงเหมือนคนละคน = เสียง 2
---
ใช้เสียงแบบไหน "ไม่เจ็บคอ" ที่สุด
คำตอบคือ **เสียงแน่นพอดี + ไม่กดคอ + ไม่ปล่อยลมรั่ว**
จำง่าย ๆ แบบนี้
* กดคอให้ทุ้ม = ล้า/เจ็บคอ
* ลมรั่วเยอะ (aerial หนัก ๆ) = เหนื่อย/แห้งคอ/เสียงหาย
* แน่นพอดี ส่งเสียงไปข้างหน้า = พูดนานได้ ไม่เจ็บคอ
สัญญาณว่าใช้เสียงถูก
* พูดนานแล้วคอยังสบาย
* ไม่ต้องกระแอมบ่อย
* ปลายประโยคยังชัด ไม่ตก ไม่หาย
---
โทนเสียงที่เหมาะสุดสำหรับ YouTuber และ Podcast
เหมาะที่สุดคือ **Chest tone แบบพอดี + ความใสของ Head tone นิด ๆ**
เพราะอะไร
* ไมค์จะจับเสียงได้ "เต็ม" ฟังชัด ไม่บาง
* คนฟังจับคำง่าย (โดยเฉพาะฟังในรถ/ฟังตอนทำงาน)
* ดูมืออาชีพ น่าเชื่อถือ
* พูดนานได้ ไม่ล้า เหมาะกับคลิปยาวและพอดแคสต์
ไม่แนะนำให้ใช้เป็นหลัก
* Aerial tone หนัก ๆ เพราะไมค์จะได้ยิน "ลมฟู่" ชัดมาก
* เสียง 2 เพราะคุมยากและดูไม่จริงจัง
---
สรุปสั้น ๆ (จำประโยคเดียว)
อยากให้คนเอ็นดู = ใช้ Aerial tone แบบพอดี
อยากให้คนฟังเพลิน = ใช้ Head tone ที่ใสและชัด
อยากทำคาแรกเตอร์ = เล่นเสียง 2 ได้เลย



กระทู้ร้อนแรงที่สุดของวันนี้
























กระทู้ล่าสุด


รูปเด่นน่าดูที่สุดของวันนี้
















































Love illusion ความรักลวงตา เพลงที่เข้ากับสังคมonline
Love illusion Version 2คนฟังเยอะ จนต้องมี Version2กันทีเดียว
Smiling to your birthday เพลงเพราะๆ ไว้ส่งอวยพรวันเกิด หรือร้องแทน happybirthday