ไขปริศนาคำสร้อย ทำไมต้อง ณ อยุธยา?


ไขปริศนาคำสร้อย ทำไมต้อง ณ อยุธยา?


ในอดีตคนไทยยุคโบราณไม่ได้มีนามสกุลใช้กัน การระบุตัวตนจะใช้เพียงชื่อสั้นๆ เช่น ยายฟัก ยายแฟง ตาดี ตาสี แต่เมื่อประชากรเพิ่มมากขึ้น การมีชื่อซ้ำกันจึงสร้างความสับสนอย่างมาก ชาวบ้านในยุคนั้นจึงแก้ปัญหาด้วยการเติมลักษณะเด่น ที่อยู่อาศัย หรือชื่อบุพการีต่อท้าย เช่น นายจันทร์หนวดเขี้ยว นายดำตัวใหญ่ หรือนางเขียวลูกตาปั้น

ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) ประเทศไทยเริ่มเข้าสู่ยุคใหม่และมีการจัดทำสถิติจดทะเบียนสัมโนประชากร ซึ่งการระบุตัวตนแบบเดิมสร้างความยุ่งยากอย่างมาก พระองค์จึงทรงโปรดเกล้าฯ ตราพระราชบัญญัติขนานนามสกุลขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2456 เพื่อให้คนไทยทุกคนมีนามสกุลประจำตระกูล ใช้สืบทอดจากพ่อสู่ลูก โดยมีหลักเกณฑ์ห้ามใช้คำหยาบคาย ห้ามตั้งซ้ำกับเจ้านายหรือราชทินนาม และห้ามซ้ำกับผู้อื่น นามสกุลแรกที่ได้รับการพระราชทานคือ "สุขุม" พระราชทานแก่เจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) นอกจากนี้ยังมีนามสกุลพระราชทานตามอาชีพ เช่น ตระกูลทหารจะมีคำว่า โยธิน ตระกูลหมอจะมีคำว่า เวช หรือตระกูลพ่อค้าจะมีคำว่า วณิช เป็นต้น

เมื่อประชาชนทั่วไปเริ่มตั้งนามสกุลกันอย่างแพร่หลาย จึงเกิดปัญหาใหม่คือความสับสนระหว่างนามสกุลของสามัญชนและนามสกุลของสายราชสกุล รัชกาลที่ 6 จึงทรงมีพระราชดำริให้หาคำสร้อยต่อท้ายเพื่อเป็นสัญลักษณ์ระบุสายเลือดเจ้านาย โดยในตอนแรกเริ่มนั้น พระองค์ทรงให้ใช้คำว่า "ณ กรุงเทพ" เพื่อสื่อถึงเมืองหลวง แต่ในเวลาต่อมาทรงเห็นว่าคำว่ากรุงเทพฯ อาจสร้างความสับสน เนื่องจากคำว่ากรุงเทพฯ สามารถหมายถึงกรุงเทพมหานครในปัจจุบัน หรือหมายถึงกรุงเทพมหานครบวรทวารวดีศรีอยุธยา ซึ่งก็คือกรุงศรีอยุธยาได้เช่นกัน ประกอบกับราชวงศ์จักรีมีบรรพบุรุษสืบเชื้อสายมาจากขุนนางเก่าแก่ที่เคยทำราชการอยู่ในกรุงศรีอยุธยา จึงทรงเปลี่ยนคำสร้อยเป็น "ณ อยุธยา" และประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2467 เป็นต้นมา

สำหรับเกณฑ์การใช้ "ณ อยุธยา" ในปัจจุบัน จะใช้เฉพาะผู้ที่สืบเชื้อสายมาจากเจ้านายในราชวงศ์จักรีทางฝั่งพ่อเท่านั้น (สืบสายโลหิตทางฝ่ายชาย) ส่วนผู้ที่มีลำดับชั้นยศสูงอย่าง เจ้าฟ้า หรือพระองค์ เจ้า จะไม่มีการใช้นามสกุล เนื่องจากทรงมีพระนามที่เด่นชัดอยู่แล้ว สำหรับชั้น หม่อมเจ้า หม่อมราชวงศ์ และหม่อมหลวง แม้จะใช้นามสกุลประจำราชสกุล แต่จะไม่มีคำว่า "ณ อยุธยา" ต่อท้าย เพราะคำว่า "หม่อม" ที่นำหน้าชื่อได้ระบุความเป็นราชนิกุลไว้แล้ว คำว่า "ณ อยุธยา" จึงจะเริ่มใช้กับผู้ที่เป็น นาย หรือ นางสาว ที่สืบสายเลือดทางฝ่ายชายเท่านั้น

กรณีของการแต่งงาน หากหญิงสามัญชนแต่งงานเข้าสู่ราชสกุล จะมีสิทธิ์ใช้นามสกุลและต่อท้ายด้วย "ณ อยุธยา" ได้ แต่จะได้คำนำหน้าเป็น "หม่อม" ก็ต่อเมื่อแต่งงานกับเจ้านายชั้นเจ้าฟ้า พระองค์เจ้า หรือหม่อมเจ้าเท่านั้น หากแต่งงานกับหม่อมราชวงศ์หรือหม่อมหลวงจะยังคงใช้คำนำหน้าว่า นาง หรือ นางสาว ตามปกติ ส่วนกรณีลูกบุญธรรม แม้จะได้รับพระบรมราชานุญาตให้ใช้นามสกุลพระราชทาน แต่จะไม่มีสิทธิ์ใช้คำว่า "ณ อยุธยา" ต่อท้าย เนื่องจากไม่ได้เป็นการสืบเชื้อสายทางสายเลือดโดยตรง ซึ่งกรณีตัวอย่างของศิลปินชื่อดังอย่าง ฮิวโก้-จุลจักร จักรพงษ์ ที่ไม่มีคำว่า ณ อยุธยา ต่อท้าย เนื่องจากเป็นการสืบสายเลือดทางฝั่งแม่คือ หม่อมราชวงศ์นริศรา จักรพงษ์ นั่นเอง

นอกจากคำว่า ณ อยุธยา แล้ว ยังมีนามสกุลที่ขึ้นต้นด้วยคำว่า "ณ" ตามด้วยชื่อเมืองหรือจังหวัดต่างๆ ซึ่งถือเป็นนามสกุลพระราชทานพิเศษเช่นกัน โดยผู้ที่มีสิทธิ์ใช้ต้องเป็นผู้ที่สืบเชื้อสายมาจากเจ้าเมืองเก่าแก่ในพื้นที่นั้นๆ ที่ทำคุณประโยชน์และอยู่อาศัยมาอย่างยาวนาน ซึ่ง รัชกาลที่ 6 ทรงมีกฎเหล็กห้ามประชาชนทั่วไปนำชื่อเมืองหรือจังหวัดไปตั้งเป็นนามสกุลเองโดยเด็ดขาด ตัวอย่างนามสกุล ณ ตามภูมิภาค ได้แก่

ภาคเหนือ:
สืบเชื้อสายจากเจ้าผู้ครองนครล้านนา เช่น ณ เชียงใหม่, ณ ลำพูน, ณ ลำปาง, ณ น่าน

ภาคอีสาน:
สืบเชื้อสายจากเจ้าเมืองที่ตั้งรกรากมานาน เช่น ณ หนองคาย, ณ มหาสารคาม, ณ ร้อยเอ็ด, ณ กาฬสินธุ์, ณ อุบล, ณ สกลนคร รวมถึงนามสกุลที่พระราชทานในสมัยรัชกาลที่ 9 อย่าง ณ ราชสีมา

ภาคใต้:
มีทั้งสายเจ้าเมืองและสายคหบดีชาวจีนที่ทำประโยชน์แก่แผ่นดิน เช่น ณ นคร, ณ พัทลุง, ณ ถลาง, ณ ตะกั่วทุ่ง, ณ ภูเก็ต, ณ ระนอง, ณ สงขลา

ภาคกลาง:
สืบเชื้อสายจากขุนนางผู้ใหญ่หรือตระกูลที่เกี่ยวพันกับราชวงศ์ เช่น ณ บางช้าง (เกี่ยวพันกับสมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี) และ ณ ป้อมเพชร (ตระกูลเก่าแก่แห่งอยุธยา แต่เนื่องจาก ณ อยุธยา ถูกใช้สำหรับราชสกุลไปแล้ว จึงใช้ ณ ป้อมเพชร แทน)

ต่างแดนและกรณีพิเศษ:
นามสกุลที่แสดงภูมิลำเนาเดิมนอกประเทศ เช่น ณ เชียงตุง, ณ จำปาศักดิ์, ณ เวียงจันทน์ และนามสกุลพิเศษคือ "ณ พิษณุโลก" ซึ่งพระราชทานให้ หม่อมแคทเธอรีน หม่อมชาวรัสเซียในสมเด็จเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ (กรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ) เพียงผู้เดียวเท่านั้น

แม้ว่าในปัจจุบัน พระราชบัญญัตินามสกุล พ.ศ. 2505 ที่ใช้แทนกฎหมายเดิม จะไม่ได้มีข้อห้ามชัดเจนเกี่ยวกับการนำคำว่า "ณ" ตามด้วยชื่อสถานที่มาตั้งเป็นนามสกุล แต่ด้วยธรรมเนียมปฏิบัติ นายทะเบียนท้องที่มักไม่อนุญาตให้ประชาชนทั่วไปตั้งนามสกุลในลักษณะนี้ เนื่องจากเป็นรูปแบบนามสกุลพระราชทานเฉพาะกลุ่ม และกฎหมายยังคงมีข้อบังคับห้ามตั้งนามสกุลซ้ำกับนามสกุลพระราชทานอยู่นั่นเอง



ไขปริศนาคำสร้อย ทำไมต้อง ณ อยุธยา?

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์