อร่อยแต่ต้องระวัง! 4 กลุ่มเสี่ยงไม่ควรกินเเก้วมังกร


อร่อยแต่ต้องระวัง! 4 กลุ่มเสี่ยงไม่ควรกินเเก้วมังกร

อากาศร้อนแบบนี้ หลายคนชอบกิน "แก้วมังกร" เพราะเป็นผลไม้ที่ให้ความสดชื่นและช่วยเติมน้ำให้ร่างกาย แต่ "นักโภชนาการ เกา หมิ่นหมิ่น" ออกมาเตือนว่า มี 4 กลุ่มคนที่ควรกินแก้วมังกรในปริมาณจำกัด เพราะอาจเสี่ยงต่ออาการท้องเสีย ท้องอืด หรือระดับโพแทสเซียมในเลือดสูงได้

เกา หมิ่นหมิ่น โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กว่า แก้วมังกรเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์มาก เพราะมีทั้งน้ำสูง ใยอาหาร และสารพฤกษเคมี จัดเป็นผลไม้ที่ช่วยทั้งเติมน้ำ ต้านอนุมูลอิสระ และกระตุ้นระบบเผาผลาญ อีกทั้งเมล็ดสีดำเล็กๆ ในเนื้อแก้วมังกรยังมีวิตามินอี ซึ่งช่วยต้านอนุมูลอิสระได้ดีอีกด้วย

4 ประโยชน์เด่นของแก้วมังกร

-ช่วยให้ขับถ่ายดีขึ้น
อุดมด้วยใยอาหารและโอลิโกแซ็กคาไรด์ ช่วยทำให้อุจจาระนุ่ม และกระตุ้นการทำงานของลำไส้

-ต้านอนุมูลอิสระ
มีทั้งแอนโทไซยานิน เบตาเลน และวิตามินซี ช่วยลดความเสียหายจากอนุมูลอิสระ ทำให้ผิวพรรณดูสดใส

-เติมน้ำให้ร่างกาย
มีปริมาณน้ำมากกว่า 80% เหมาะสำหรับอากาศร้อน หรือหลังออกกำลังกาย

-ช่วยลดบวมน้ำ
อุดมด้วยโพแทสเซียม ช่วยปรับสมดุลน้ำในร่างกาย และลดอาการบวม

อย่างไรก็ตาม มี 4 กลุ่มคนที่ควรระวังการกินแก้วมังกร

-ผู้ที่มีระบบทางเดินอาหารบอบบาง
เพราะมีน้ำและใยอาหารสูง อาจกระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้มากเกินไป จนเกิดอาการท้องเสียหรือท้องอืด

-ผู้ป่วยโรคไต
แก้วมังกรมีโพแทสเซียมค่อนข้างสูง อาจทำให้ระดับโพแทสเซียมในเลือดเพิ่มขึ้น

-ผู้ป่วยเบาหวาน
แม้จะเป็นผลไม้ดัชนีน้ำตาลปานกลาง (GI ปานกลาง) แต่ก็ควรควบคุมปริมาณการรับประทาน

-ผู้ที่มีปัญหาท้องอืดง่าย
ใยอาหารในปริมาณมากอาจทำให้เกิดแก๊สในลำไส้และรู้สึกไม่สบายท้อง

สำหรับคำถามที่หลายคนสงสัยว่า แก้วมังกรเนื้อขาวหรือเนื้อแดงมีประโยชน์มากกว่ากัน?

นักโภชนาการระบุว่า ทั้งสองชนิดมีคุณค่าทางโภชนาการใกล้เคียงกัน ต่างกันเพียงสารพฤกษเคมีบางชนิด โดยเนื้อขาวจะมีรสหวานเบาๆ ส่วนเนื้อแดงมีกลิ่นหอมเด่นกว่า และมีสารแอนโทไซยานินมากกว่า



เครดิตแหล่งข้อมูล : health.setn.com


เครดิต :
เครดิต : ที่นี่ดอทคอม ทันทุกเรื่องฮิต


ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์