
หมอวี แชร์อุทาหรณ์ เสี่ยงสโตรก-หัวใจวายไม่รู้ตัว พร้อมสูตรสู้กลับ

บทที่ 24 (จากหนังสือ ก่อนจะป่วย คัมภีร์เวชศาสตร์วิถีชีวิตเพื่อสุขภาพยั่งยืน)
ไขมันในเลือดสูงและหลอดเลือดแดงแข็ง - แก้ได้ก่อนหัวใจวาย
ผมอยากเริ่มด้วยการสารภาพเล็ก ๆ ครับ
ตลอดหลายสิบปีที่เรียนและทำงาน ผมดูผลเลือดคนไข้นับพันใบ แต่มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ผมไม่ค่อยอยากดูผลเลือดของตัวเองสักเท่าไหร่
วันที่ดูแล้วพบว่า LDL หรือไขมันเลวของผมสูงกว่าที่ควร นั่นคือวันที่ผมต้องนั่งอธิบายกับตัวเองในแบบที่เคยอธิบายให้คนไข้ฟังมาตลอด
ไขมันในเลือดไม่ใช่แค่ตัวเลขในผลแล็บ
เวลาหมอบอกว่าไขมันในเลือดสูง หลายคนก็พยักหน้า แล้วก็กลับบ้านไปใช้ชีวิตเหมือนเดิม เพราะไม่ได้รู้สึกอะไร ไม่ปวด ไม่เหนื่อย ไม่มีสัญญาณ แต่ในขณะที่คุณรู้สึกเป็นปกติอยู่นั้น ภายในหลอดเลือดมีกระบวนการหนึ่งกำลังเกิดขึ้นอย่างเงียบ ๆ และช้า ๆ เป็นกระบวนการที่ใช้เวลาเป็นสิบปี แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งจะแสดงผลอย่างกะทันหันและรุนแรง
กระบวนการนั้นเรียกว่า Atherosclerosis (หลอดเลือดแดงแข็ง - กระบวนการที่คราบไขมัน โปรตีน และแคลเซียมค่อย ๆ สะสมในผนังหลอดเลือดแดง ทำให้แข็งและแคบลงตามเวลา) และมันคือสาเหตุของโรคหัวใจวายและ Stroke ส่วนใหญ่ทั่วโลก
ทำความรู้จักไขมันในเลือด - ไม่ใช่ทุกตัวที่ต้องกลัว
ผลตรวจเลือดด้านไขมันมักมีตัวเลขหลายตัว และหลายคนสับสนว่าต้องสนใจอะไรบ้างครับ ขอแยกให้เห็นภาพง่าย ๆ
HDL Cholesterol หรือ High-Density Lipoprotein คือ "ไขมันดี" เพราะทำหน้าที่เก็บคอเลสเตอรอลส่วนเกินจากทั่วร่างกายกลับมาที่ตับ เหมือนรถขยะที่วิ่งเก็บสิ่งที่ไม่ต้องการออกจากหลอดเลือด ยิ่งสูงยิ่งดี
Triglycerides หรือไตรกลีเซอไรด์ คือไขมันอีกชนิดที่หลายคนมองข้าม แต่ระดับสูงสัมพันธ์กับความเสี่ยงโรคหัวใจและตับอ่อนอักเสบ และตัวนี้ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงอาหารได้เร็วที่สุด
Non-HDL Cholesterol คือ LDL บวกกับไขมันอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ HDL เช่น VLDL งานวิจัยล่าสุดบอกว่าตัวเลขนี้ทำนายความเสี่ยงโรคหัวใจได้แม่นยำกว่า LDL เดี่ยว ๆ
Atherosclerosis เกิดขึ้นได้อย่างไร - เรื่องราวนี้ใช้เวลาหลายสิบปี
ลองนึกภาพท่อน้ำเก่าที่เริ่มมีตะกรันสะสมข้างในครับ แต่แทนที่จะเป็นตะกรัน สิ่งที่สะสมในหลอดเลือดของมนุษย์นั้นซับซ้อนกว่ามาก
เมื่อ LDL ในกระแสเลือดสูงและถูกออกซิไดซ์ (เพราะมีการอักเสบในร่างกาย) มันเริ่มแทรกซึมเข้าไปในชั้นผนังหลอดเลือด เซลล์ภูมิคุ้มกันที่เรียกว่า Macrophage วิ่งมากิน LDL ที่เสียเหล่านั้น กลายเป็นเซลล์ใหม่ไม่น่ารักที่เรียกว่า Foam Cell เจ้าเซลล์นี้แหละครับที่สะสมกันจนเกิดเป็น Fatty Streak หรือแถบไขมันบาง ๆ ในผนังหลอดเลือด
กระบวนการอักเสบที่ตามมาทำให้คราบหินปูน (Plaque) ขยายตัวขึ้นเรื่อย ๆ มีแคลเซียมมาเกาะ ผนังหลอดเลือดแข็งและแคบลง
แต่ที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่ Plaque ที่ใหญ่และแข็งครับ แต่คือ Plaque ที่ยังอ่อนและไม่เสถียร ซึ่งอาจแตกออกกะทันหันได้ เมื่อแตก ลิ่มเลือดจะก่อตัวทันที และถ้ากีดขวางหลอดเลือดที่เลี้ยงหัวใจก็คือหัวใจวาย ถ้ากีดขวางหลอดเลือดที่เลี้ยงสมองก็คือ Stroke
ค่าไขมันในเลือดที่ควรรู้
LDL ควรต่ำกว่า 130 mg/dL และถ้ามีปัจจัยเสี่ยงอื่นด้วยควรต่ำกว่า 100 mg/dL สำหรับผู้ที่มีโรคหัวใจอยู่แล้วหรือเคยเป็น Stroke แล้ว เป้าหมายคือต่ำกว่า 70 mg/dL หรือบางรายต่ำกว่า 55 mg/dL ตามแนวทาง ESC/EAS ล่าสุด¹
HDL ควรสูงกว่า 40 mg/dL ในผู้ชาย และสูงกว่า 50 mg/dL ในผู้หญิง
Triglycerides ควรต่ำกว่า 150 mg/dL
วิถีชีวิตเปลี่ยนไขมันได้มากแค่ไหน
หลายคนคิดว่าไขมันในเลือดสูงต้องพึ่งยาเท่านั้น แต่จริง ๆ แล้วการเปลี่ยนวิถีชีวิตมีผลมากกว่าที่คิดครับ
ลดการบริโภคไขมันอิ่มตัวและไขมันทรานส์ ลด LDL ได้ 10-20% ในบางราย
การออกกำลังกาย Aerobic สม่ำเสมอ เพิ่ม HDL ได้ 5-10% และลด Triglycerides ได้ 20-30%
การลดน้ำหนัก 5-10% ลด Triglycerides ได้ 20% และเพิ่ม HDL ได้พอสมควร
การลดน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตขัดสี ลด Triglycerides ได้มาก เพราะน้ำตาลส่วนเกินในตับถูกแปลงเป็น Triglycerides โดยตรง
การกินไฟเบอร์สูง โดยเฉพาะ Soluble Fiber จากข้าวโอ๊ต ถั่ว และแอปเปิล ลด LDL ได้ 5-10% ผ่านการดูดซับเกลือน้ำดีในลำไส้ก่อนที่มันจะถูกนำกลับมาใช้ซ้ำ²
กระบวนการอักเสบที่ตามมาทำให้คราบหินปูน (Plaque) ขยายตัวขึ้นเรื่อย ๆ มีแคลเซียมมาเกาะ ผนังหลอดเลือดแข็งและแคบลง
แต่ที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่ Plaque ที่ใหญ่และแข็งครับ แต่คือ Plaque ที่ยังอ่อนและไม่เสถียร ซึ่งอาจแตกออกกะทันหันได้ เมื่อแตก ลิ่มเลือดจะก่อตัวทันที และถ้ากีดขวางหลอดเลือดที่เลี้ยงหัวใจก็คือหัวใจวาย ถ้ากีดขวางหลอดเลือดที่เลี้ยงสมองก็คือ Stroke
ค่าไขมันในเลือดที่ควรรู้
ค่าเป้าหมายขึ้นอยู่กับว่าคุณมีความเสี่ยงโรคหัวใจสูงแค่ไหนครับ แต่โดยทั่วไปสำหรับคนที่ยังไม่มีโรคหัวใจ
LDL ควรต่ำกว่า 130 mg/dL และถ้ามีปัจจัยเสี่ยงอื่นด้วยควรต่ำกว่า 100 mg/dL สำหรับผู้ที่มีโรคหัวใจอยู่แล้วหรือเคยเป็น Stroke แล้ว เป้าหมายคือต่ำกว่า 70 mg/dL หรือบางรายต่ำกว่า 55 mg/dL ตามแนวทาง ESC/EAS ล่าสุด¹
HDL ควรสูงกว่า 40 mg/dL ในผู้ชาย และสูงกว่า 50 mg/dL ในผู้หญิง
Triglycerides ควรต่ำกว่า 150 mg/dL
วิถีชีวิตเปลี่ยนไขมันได้มากแค่ไหน
หลายคนคิดว่าไขมันในเลือดสูงต้องพึ่งยาเท่านั้น แต่จริง ๆ แล้วการเปลี่ยนวิถีชีวิตมีผลมากกว่าที่คิดครับ
ลดการบริโภคไขมันอิ่มตัวและไขมันทรานส์ ลด LDL ได้ 10-20% ในบางราย
การออกกำลังกาย Aerobic สม่ำเสมอ เพิ่ม HDL ได้ 5-10% และลด Triglycerides ได้ 20-30%
การลดน้ำหนัก 5-10% ลด Triglycerides ได้ 20% และเพิ่ม HDL ได้พอสมควร
การลดน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตขัดสี ลด Triglycerides ได้มาก เพราะน้ำตาลส่วนเกินในตับถูกแปลงเป็น Triglycerides โดยตรง
การกินไฟเบอร์สูง โดยเฉพาะ Soluble Fiber จากข้าวโอ๊ต ถั่ว และแอปเปิล ลด LDL ได้ 5-10% ผ่านการดูดซับเกลือน้ำดีในลำไส้ก่อนที่มันจะถูกนำกลับมาใช้ซ้ำ²
อาหารที่ส่งผลต่อไขมันในเลือด - ความจริงที่ซับซ้อนกว่าที่คิด
ในบทที่ 5 เราพูดถึงเรื่องไขมันกันไปแล้ว แต่ขอเพิ่มเติมในบริบทของไขมันในเลือดโดยเฉพาะครับไขมันอิ่มตัว (Saturated Fat) ในเนื้อแดง เนย ครีม และน้ำมันมะพร้าว เพิ่มทั้ง LDL และ HDL แต่เพิ่ม LDL มากกว่า ดังนั้นผลรวมไม่ดีสำหรับหัวใจ แต่ก็ไม่แย่ในระดับที่เคยคิดไว้ ถ้ากินในปริมาณพอสมควรและแหล่งอาหารดี
ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว (Monounsaturated Fat) ในน้ำมันมะกอก อะโวคาโด และถั่ว ลด LDL โดยไม่ลด HDL ซึ่งเป็นผลดีต่อหัวใจชัดเจน
ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน (Polyunsaturated Fat) โดยเฉพาะโอเมก้า-3 จากปลาทะเลน้ำลึก ลด Triglycerides ได้ดีมากและลดการอักเสบในหลอดเลือด
ไขมันทรานส์ ทั้ง LDL ขึ้น ทั้ง HDL ลง และกระตุ้นการอักเสบ ไม่มีข้อยกเว้นครับ ต้องหลีกเลี่ยงทุกรูปแบบ
สิ่งที่คนไม่ค่อยรู้คือ น้ำตาลและแป้งขัดสีเพิ่ม Triglycerides มากกว่าไขมันหลายชนิด เพราะตับแปลงน้ำตาลส่วนเกินเป็น Triglycerides โดยตรง คนที่ Triglycerides สูงแต่กินอาหารไขมันต่ำมักพบว่าตัวเองกินน้ำตาลและข้าวขาวมากเกินไปโดยไม่รู้ตัว
กล่องความรู้: อาหารที่ช่วยปรับไขมันในเลือดได้จริง
ข้าวโอ๊ต กินวันละหนึ่งถ้วยเป็นเวลาหกสัปดาห์ ลด LDL ได้ประมาณ 5-7% ผ่าน Beta-glucan ซึ่งเป็นใยอาหารที่ละลายน้ำได้ Soluble Fiber ที่จับเกลือน้ำดีในลำไส้³
ถั่วทุกชนิด กินวันละหนึ่งกำมือ ลด LDL ได้ประมาณ 5% และลด Triglycerides ได้พอสมควร งานวิจัย meta-analysis ใน Archives of Internal Medicine ยืนยันผลนี้⁴
ปลาทะเลน้ำลึก กินสัปดาห์ละสองมื้อ ลด Triglycerides ได้ดีมาก โดยเฉพาะในคนที่ Triglycerides สูงมากอยู่แล้ว
น้ำมันมะกอก Extra Virgin แทนที่น้ำมันพืชทั่วไปหรือเนย ลด LDL ได้และเพิ่ม HDL ด้วย
Berberine (เบอร์เบอรีน - สารจากพืชหลายชนิด เช่น ว่านหางจระเข้และไม้สีเหลือง) มีงานวิจัยพบว่าลด LDL ได้ประมาณ 20-25% ผ่านกลไกคล้าย Statin แต่งานวิจัยส่วนใหญ่มาจากจีนและยังต้องการหลักฐานในประชากรอื่นเพิ่มเติม ถ้าสนใจควรปรึกษาแพทย์ก่อน
Statin - ยาที่ช่วยชีวิตได้จริงแต่ถูกเข้าใจผิดมาก
ยา Statin เป็นหนึ่งในยาที่มีงานวิจัยรองรับมากที่สุดในประวัติศาสตร์การแพทย์ครับ และเป็นยาที่ถูกปฏิเสธมากที่สุดเช่นกัน เพราะมีความเชื่อผิด ๆ แพร่หลายในโซเชียลมีเดียมากมาย
Statin ทำงานโดยยับยั้งเอนไซม์ที่ตับใช้ผลิตคอเลสเตอรอล ทำให้ตับดึง LDL จากกระแสเลือดมาใช้มากขึ้น ผลคือ LDL ในเลือดลดลง 30-50%⁵
นอกจากลด LDL แล้ว Statin ยังมีฤทธิ์ต้านการอักเสบในหลอดเลือดโดยตรง ซึ่งอาจเป็นส่วนหนึ่งที่อธิบายว่าทำไมมันถึงลดความเสี่ยงโรคหัวใจได้มากกว่าที่คาดจากการลด LDL เพียงอย่างเดียว
ผลข้างเคียงที่กังวลกันมากคือปวดกล้ามเนื้อ ซึ่งเกิดขึ้นจริงในบางคนและมีตั้งแต่เล็กน้อยไปจนถึงรุนแรง แต่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงจริง ๆ อย่าง Rhabdomyolysis นั้นพบน้อยมากประมาณ 1 ใน 10,000 คน⁵ ถ้ามีอาการปวดกล้ามเนื้อหลังเริ่มยา ให้แจ้งแพทย์ทันทีเพราะอาจปรับเปลี่ยนชนิดหรือขนาดยาได้
ผลข้างเคียงที่กังวลกันมากคือปวดกล้ามเนื้อ ซึ่งเกิดขึ้นจริงในบางคนและมีตั้งแต่เล็กน้อยไปจนถึงรุนแรง แต่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงจริง ๆ อย่าง Rhabdomyolysis นั้นพบน้อยมากประมาณ 1 ใน 10,000 คน⁵ ถ้ามีอาการปวดกล้ามเนื้อหลังเริ่มยา ให้แจ้งแพทย์ทันทีเพราะอาจปรับเปลี่ยนชนิดหรือขนาดยาได้
สำหรับคำถามว่าต้องกินยาไหม คำตอบขึ้นอยู่กับ "ความเสี่ยงโดยรวม" ไม่ใช่แค่ตัวเลข LDL เพียงอย่างเดียวครับ คนที่ LDL สูงแต่ไม่มีปัจจัยเสี่ยงอื่นเลยอาจไม่จำเป็นต้องกินยา แต่คนที่ LDL ปานกลางแต่สูบบุหรี่ เป็นเบาหวาน และมีความดันสูงพร้อมกัน อาจได้ประโยชน์จากยามาก แพทย์จะใช้เครื่องมือที่เรียกว่า ASCVD Risk Score ในการคำนวณความเสี่ยงสิบปีก่อนตัดสินใจ
ผมต้องพูดถึงสิ่งนี้เพราะมันสำคัญมากครับ
LDL สูงเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะทำให้เกิด Atherosclerosis ถ้าไม่มีการอักเสบ ในผนังหลอดเลือดร่วมด้วย นั่นคือเหตุผลที่คนบางคน LDL สูงมาก แต่ไม่เป็นโรคหัวใจ ขณะที่คนบางคน LDL ปกติแต่กลับเป็นโรคหัวใจ
หลักฐานนี้มาจากงานวิจัย JUPITER Trial ที่ตีพิมพ์ใน New England Journal of Medicine ปี 2008 ซึ่งพบว่าการรักษาด้วย Statin ในคนที่ LDL ปกติแต่ hsCRP สูง ลดความเสี่ยงโรคหัวใจได้อย่างมีนัยสำคัญ⁶
ความสัมพันธ์นี้บอกว่า การดูแลทั้งสองด้านพร้อมกันคือทั้งลดไขมันและลดการอักเสบผ่านวิถีชีวิตคือยุทธศาสตร์ที่ดีที่สุด
สิ่งที่ผมทำหลังรู้ว่าไขมันตัวเองสูง
หลังจากผมพบว่า LDL ของตัวเองสูงกว่าที่ควรครับ สิ่งที่ผมทำไม่ได้เป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่มาก
ผมเพิ่มปลาทะเลเช่น แซลมอน (ปกติผมไม่ชอบกินปลาเพราะกินทีไรเจอก้างปลาทุกที) สัปดาห์ละสามมื้อแทนที่จะเป็นหนึ่งมื้อ เปลี่ยนน้ำมันที่ใช้ทำอาหารที่บ้านมาเป็นน้ำมันรำข้าว เพิ่มข้าวโอ๊ตในอาหารเช้าสองถึงสามวันต่อสัปดาห์ และเพิ่มการวิ่งจากสามวันเป็นห้าวันต่อสัปดาห์
สามเดือนต่อมา LDL ลดลง 18% และ Triglycerides ลดลง 30% โดยไม่ต้องพึ่งยา
ผมเล่าเรื่องนี้ไม่ใช่เพื่อบอกว่าทุกคนทำได้เหมือนกัน เพราะบางคนมีปัจจัยทางพันธุกรรมที่ทำให้ต้องพึ่งยา แต่เพื่อบอกว่า วิถีชีวิตมีผลจริงครับ และมันเป็นจุดเริ่มต้นที่ทุกคนทำได้ก่อนที่จะตัดสินใจว่าต้องการยาหรือไม่
สรุปบทที่ 24
ไขมันในเลือดสูงเป็นสาเหตุสำคัญของ Atherosclerosis ซึ่งนำไปสู่โรคหัวใจและ Stroke แต่ไม่ใช่แค่ LDL ที่ต้องสนใจ HDL Triglycerides และการอักเสบล้วนสำคัญ วิถีชีวิตเปลี่ยนไขมันในเลือดได้จริงโดยเฉพาะการกินปลา ถั่ว ใยอาหาร ลดน้ำตาลและแป้งขัดสี และออกกำลังกาย Statin เป็นยาที่มีหลักฐานแข็งแกร่งและช่วยชีวิตได้จริงสำหรับผู้ที่ความเสี่ยงโรคหัวใจสูง การดูแลทั้งไขมันและการอักเสบพร้อมกันคือยุทธศาสตร์ที่ดีที่สุด
หนึ่ง - ถ้ายังไม่รู้ค่าไขมันในเลือดของตัวเอง ให้ขอตรวจ Lipid Profile รวมถึง Non-HDL ในการตรวจสุขภาพครั้งหน้า ถ้าอายุมากกว่า 40 ปีหรือมีปัจจัยเสี่ยง ควรตรวจทุกปี
สอง - มื้อเช้าวันพรุ่งนี้ ลองเปลี่ยนจากข้าวต้มหรือขนมปังมาเป็นข้าวโอ๊ตใส่ถั่ว ผลไม้ และเมล็ดเจีย แค่นี้ก็เริ่มเพิ่ม Soluble Fiber ที่ช่วยลด LDL แล้ว
สาม - เพิ่มปลาทะเลน้ำลึกอีกหนึ่งมื้อในสัปดาห์นี้ ปลาทูต้มมะดันหรือปลาแซลมอนย่างต่างก็ดีมากสำหรับ Triglycerides และการอักเสบ
ไขมันในเลือดสูงเป็นสาเหตุสำคัญของ Atherosclerosis ซึ่งนำไปสู่โรคหัวใจและ Stroke แต่ไม่ใช่แค่ LDL ที่ต้องสนใจ HDL Triglycerides และการอักเสบล้วนสำคัญ วิถีชีวิตเปลี่ยนไขมันในเลือดได้จริงโดยเฉพาะการกินปลา ถั่ว ใยอาหาร ลดน้ำตาลและแป้งขัดสี และออกกำลังกาย Statin เป็นยาที่มีหลักฐานแข็งแกร่งและช่วยชีวิตได้จริงสำหรับผู้ที่ความเสี่ยงโรคหัวใจสูง การดูแลทั้งไขมันและการอักเสบพร้อมกันคือยุทธศาสตร์ที่ดีที่สุด
ทำได้เลยวันนี้
หนึ่ง - ถ้ายังไม่รู้ค่าไขมันในเลือดของตัวเอง ให้ขอตรวจ Lipid Profile รวมถึง Non-HDL ในการตรวจสุขภาพครั้งหน้า ถ้าอายุมากกว่า 40 ปีหรือมีปัจจัยเสี่ยง ควรตรวจทุกปี
สอง - มื้อเช้าวันพรุ่งนี้ ลองเปลี่ยนจากข้าวต้มหรือขนมปังมาเป็นข้าวโอ๊ตใส่ถั่ว ผลไม้ และเมล็ดเจีย แค่นี้ก็เริ่มเพิ่ม Soluble Fiber ที่ช่วยลด LDL แล้ว
สาม - เพิ่มปลาทะเลน้ำลึกอีกหนึ่งมื้อในสัปดาห์นี้ ปลาทูต้มมะดันหรือปลาแซลมอนย่างต่างก็ดีมากสำหรับ Triglycerides และการอักเสบ
เครดิต :
ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!

กระทู้ร้อนแรงที่สุดของวันนี้
























กระทู้ล่าสุด


รูปเด่นน่าดูที่สุดของวันนี้















































