โรคข้าวผัด อันตรายกว่าที่คิด! เวฟซ้ำก็เอาไม่อยู่


โรคข้าวผัด อันตรายกว่าที่คิด! เวฟซ้ำก็เอาไม่อยู่


กรมการแพทย์เตือน "โรคข้าวผัด" อันตรายกว่าที่คิด! เวฟซ้ำก็เอาไม่อยู่

คนชอบกินข้าวค้างต้องระวัง! กรมการแพทย์ออกโรงเตือนประชาชนเกี่ยวกับ "โรคข้าวผัด" (Fried Rice Syndrome) ภาวะอาหารเป็นพิษที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Bacillus cereus ซึ่งมักพบในอาหารประเภทแป้งที่ถูกวางทิ้งไว้นอกตู้เย็นนานเกินไป

นพ.สกานต์ บุนนาค รองอธิบดีกรมการแพทย์ ระบุว่า เชื้อชนิดนี้สามารถปนเปื้อนในอาหารในรูปของสปอร์ เมื่อรับประทานเข้าไปในปริมาณมากอาจทำให้เกิดอาการท้องเสีย ปวดท้อง คลื่นไส้ และอาเจียน โดยทั่วไปอาการมักดีขึ้นได้เองภายใน 2-3 วัน แต่ในกลุ่มเสี่ยงอย่างเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้

ที่น่ากังวลคือเชื้อนี้สามารถสร้าง สารพิษที่ทนความร้อน ทำให้การนำอาหารกลับมาอุ่นด้วยไมโครเวฟไม่ได้หมายความว่าจะกำจัดสารพิษได้ทั้งหมด ดังนั้นอาหารที่ถูกทิ้งไว้ผิดวิธี ต่อให้เอากลับมาเวฟร้อนๆ ก็ยังมีความเสี่ยง

อาหารที่มักเกี่ยวข้องไม่ได้มีแค่ข้าว แต่รวมถึง พาสต้า เส้นก๋วยเตี๋ยว มันบด และอาหารประเภทแป้งอื่นๆ โดยเฉพาะอาหารปรุงสุกที่ตั้งทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องเป็นเวลานาน เพราะเป็นช่วงที่แบคทีเรียสามารถเพิ่มจำนวนและสร้างสารพิษได้


อาการจากเชื้อ Bacillus cereus แบ่งได้หลักๆ 2 แบบ คือแบบท้องร่วง ซึ่งมักมีอาการปวดท้องและถ่ายเป็นน้ำภายในประมาณ 8-16 ชั่วโมง และแบบอาเจียน ซึ่งมักเกิดอาการคลื่นไส้และอาเจียนอย่างรวดเร็วภายใน 1-6 ชั่วโมงหลังรับประทานอาหารที่ปนเปื้อน

สำหรับวิธีป้องกัน กรมการแพทย์แนะนำให้ยึดหลัก "2 ชม./4 ชม." หากอาหารวางอยู่นอกตู้เย็นไม่นาน ควรรีบนำเข้าตู้เย็นและเก็บอย่างเหมาะสม ส่วนอาหารที่ถูกทิ้งไว้เกิน 4 ชั่วโมง ไม่ควรนำกลับมาเก็บหรือรับประทานอีก

อีกเรื่องที่หลายคนเข้าใจผิดคือ ไม่จำเป็นต้องรอให้อาหารเย็นสนิทก่อนนำเข้าตู้เย็น หากมีอาหารเหลือควรแบ่งใส่ภาชนะเป็นส่วนเล็กๆ แล้วแช่เย็น เพื่อให้ความเย็นเข้าถึงอาหารได้รวดเร็วขึ้น

สรุปง่ายๆ คือ อาหารปรุงสุกกินใหม่ดีที่สุด หากกินไม่หมดก็รีบเก็บเข้าตู้เย็น อย่าปล่อยทิ้งไว้บนโต๊ะนานๆ เพราะบางครั้ง "เวฟร้อน" ก็ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาสารพิษที่เกิดขึ้นแล้ว



โรคข้าวผัด อันตรายกว่าที่คิด! เวฟซ้ำก็เอาไม่อยู่

ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!
กระทู้เด็ดน่าแชร์