ผมเดินสำรวจบ้านเรือนในชุมชนแออัด เพื่อดูว่าจะมีทางปลูกผักตรงไหน และวิธีไหนได้บ้าง แต่ดูเหมือนว่าแทบจะไม่มีพื้นที่เหลือให้เพาะปลูกเลย เพราะบ้านแต่ละหลังถูกปลูกติดๆกัน โดยมีถนนซอยแคบๆหน้าบ้านไว้ใช้ร่วมกัน แสงสว่างพอลอดลงมาตามช่องว่างระหว่างชายคาบ้านได้บ้าง แต่ก็มืดและร้อนอับ ที่นี่เขาใช้แสงแดดไว้ตากผ้าบนราวเชื่อกที่ขึงพาดไว้ระหว่างชายคาบ้านเท่านั้น
"งั้นคงต้องซื้อผักกินกันต่อไป” ผมนึกในใจ " ไม่ได้สิ... ชาวบ้านในสลัมมีฐานะยากจน คงต้องใช้เงินเพื่อสิ่งจำเป็นอย่างอื่นมากกว่าเอาไปซื้อผักกิน
พอกลับบ้าน ผมก็นึกออกว่าเราเองยังไม่ปลูกผักเลย ทั้งๆที่มีที่ดินเหลืออยู่รอบๆบ้านตั้งเยอะ แล้วจะไปช่วยให้คนอื่นเขาปลูกผักไว้กิน ตัวเราควรหัดปลูกให้เป็นซะก่อนเถอะ...
ผมเป็นคนที่มีนิสัยขี้สงสัยเป็นทุนอยู่แล้ว เลยตัดสินใจไปขอความรู้เรื่องการปลูกผักกับจ่าพรชัย ที่ปลูกผักอยู่ในค่ายทหารหลังบ้าน ผมปั่นจักรยานผ่านสวนผักของจ่า เห็นใบเขียวขจีของผักกาด ผักคะน้า ผักบุ้ง กะเพรา และบรรดาสารพัดพืชผักสวนครัวถูกปลูกเป็นแปลงยาว เข้าแถวเรียงกันเป็นระเบียบเหมือนกองร้อยทหาร เย็นวันหนึ่งผมจอดรถจักรยาน แล้วเดินไปคุยกับแก
"จ่าครับ ทำไมผักของจ่าถึงได้งามอย่างงี้ ใช้ปุ๋ยอะไรใส่?"
ผมทักด้วยความชื่นชม แกหันมามองหน้าตาขึงขัง แล้ว่าผมเดินมาดูบางสิ่งกับแกราวกับจะพาไปดูที่ซ่อนตัวของข้าศึก!
“มาทางนี้... ทางนี้เลย... มาทำความรู้จักกับเจ้าแอฟริกัน ไนท์ คลอว์เลอร์... ไส้เดือนตัวเท่าลอดช่อง กินสะบัด..ถ่ายระเบิด! เราเลี้ยงมันเอามูลมาทำปุ๋ย!" จ่าพรชัยพูดจบก็เอามือจ้วงลงไปในบ่อดินที่เลี้ยงไส้เดือนยักษ์ เขาควักหน้าดินที่ปกคลุมไปด้วยมูลไส้เดือนขึ้นมาให้ผมลองจับดู
ผมผงะเล็กน้อยด้วยความที่ไม่คุ้นเคยกับมูลสัตว์มาก่อน จะคุ้นเคยก็มีแต่มูลนิธิเท่านั้นครับ จ่าสอนผมถึงวิธีการเพาะเลี้ยงไส้เดือน การทำน้ำหมักจุลินทรีย์ EM การปลูก ดูแล และการเก็บผัก
ผมใช้เวลาเรียนรู้การเพาะปลูกผืชผักสวนครับแบบพื้นฐาน อยู่หลายวัน แต่ก็ยังคิดไม่ออกว่าจะหาวิธีให้ชาวสลัมปลูกผักกินได้ยังไง
จนกระทั่งวันนึงผมไปปั่นจักรยานแถวๆชะอำ ผ่านไปเห็นผู้ชายคนนึงกำลังชักกรงนกขึ้นแขวนบนเสาที่ปักข้างบ้าน ผมจอดแล้วถามเขาว่า เวลาแข่งนกเขาชวา ทำไมต้องชักเอากรงนกขึ้นไปซะสูงลิบ!
"นกมันจะได้มองเห็นกันไง รับแดดรับลม แล้วจะได้ร้องเพราะๆ" เขาหันมาตอบผม
