7 เคล็ดลับปรับปรุง ‘การหายใจ’ ให้ดีขึ้น
อย่าเพิ่งสงสัยนะคะว่าทำไมต้องปรับปรุงการหายใจด้วย... จริงอยู่ค่ะว่า เราทุกคนสามารถหายใจได้ตั้งแต่เกิดซึ่งเป็นการกระทำโดยอัตโนมัติของร่างกาย ตามสัญชาตญาณการมีชีวิตรอดของมนุษย์ แต่เมื่อเราเติบโตขึ้นและต้องพบเจอกับเรื่องราวมากมายในชีวิต ความเครียด ความกังวล ลักษณะท่าทาง โครงสร้างของร่างกาย รวมถึงปัจจัยแวดล้อมอื่น ๆ ที่เพิ่มเข้ามาในแต่ละวัน อาจส่งผลต่อ ‘คุณภาพการหายใจ' ของเราได้นั่นเอง
เมื่อการหายใจของคุณเป็นไปตามสัญชาตญาณ นั่นอาจหมายถึงคุณไม่เคยรู้จักหรือตระหนักรู้ถึงมันมาก่อนเลย ว่าการหายใจของคุณดีหรือมีคุณภาพแค่ไหน ดังนั้น ลองแบบนี้ค่ะ เริ่มต้นด้วยการเฝ้าสังเกตการหายใจของตัวเองสัก 48 ชั่วโมง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่เกิดความเครียดหรือวิตกกังวล สังเกตซิว่าคุณกำลังดิ้นรนหาอากาศหายใจทางปากหรือไม่ หายใจเร็วหรือผิดปกติรึเปล่า แล้วลมหายใจลึกหรือตื้น?
2. ปรับท่าทางการหายใจให้ถูกต้อง
ท่าทางที่ดีจะนำไปสู่การหายใจที่ดีขึ้นได้ค่ะ ลองตั้งใจเปลี่ยนท่าหายใจสักครู่สิคะ ซึ่งท่าทางที่ถูกต้องหมายถึงว่ากระบังลม (Diaphragm) อันเป็นกล้ามเนื้อระหว่างหน้าอกและหน้าท้องที่มีบทบาทสำคัญในการเคลื่อนย้ายอากาศเข้าและออกจากร่างกายของคุณไม่ได้ถูกกดไว้จนเหมือนหดตัว ดังนั้น ควรแน่ใจว่าหลังของคุณตั้งตรง อกผายไหล่ผึ่ง คางยกขึ้นเล็กน้อย กราม ไหล่ และคอผ่อนคลาย ไม่เกร็งจนเกินไปในขณะหายใจ
3. การถอนหายใจ...ไม่ใช่แค่ ‘ถอนหายใจ'
ถอนหายใจและหาวมากเกินไป เป็นอาการรับรู้ว่าร่างกายไม่สามารถรับอากาศได้เพียงพอ ที่เรียกว่า ‘ขาดอากาศ' (air hunger) หรือสัมผัสได้ถึงการหายใจแบบ ‘spaced out' อาจบ่งบอกถึงภาวะระบายลมหายใจเกิน (overbreathing หรือ hyperventilation) ซึ่งหากคุณหายใจแบบนี้เป็นปกติจนเป็นนิสัย แนะนำให้พบแพทย์ก่อนเป็นอันดับแรกเพื่อฝึกอบรมการหายใจนะคะ
4. หลีกเลี่ยงการหายใจเข้าลึกๆ
‘หายใจเข้าลึกๆ สิเพื่อสุขภาพที่ดี' กลายเป็นเรื่องเก่าไปแล้วค่ะ เพราะเมื่อเราเกิดความเครียดหรือวิตกกังวล ลมหายใจและอัตราการเต้นของหัวใจจะเพิ่มขึ้น การหายใจเข้าลึก ๆ ยิ่งนำไปสู่การได้รับออกซิเจนน้อยลง และอาจเพิ่มความวิตกกังวลและความตื่นตระหนกได้ด้วย แต่การหายใจช้าๆ นุ่มนวล และควบคุมลมหายใจได้ จะมีช่วยให้คุณสงบลงจากภาวะเครียดหรือวิตกกังวลได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ
5. ใช้จมูกหายใจ
แน่นอนค่ะว่าคุณใช้จมูกหายใจเป็นปกติอยู่แล้ว แต่คงไม่เถียงนะคะว่าขณะที่ทำงานหรือออกกำลังกายอย่างจริงจังคุณก็แอบหายใจทางปากด้วย ซึ่งขอแนะนำว่า ‘อย่าทำ' ในการหายใจตามปกติ จงฝึกหายใจเฉพาะทางจมูกเท่านั้นให้ติดเป็นนิสัย เพราะจมูกจะช่วยกรองมลพิษ สารก่อภูมิแพ้ และสารพิษ และแม้อากาศจะชื้นเราก็จะรู้สึกอุ่น แต่เมื่อหายใจทางปากปริมาตรของอากาศจะเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งสามารถนำไปสู่ภาวะระบายลมหายใจเกิน เพิ่มความวิตกกังวล แถมภายในปากจะแห้งเกินไป และอาจนำไปสู่ปัญหาทางทันตกรรมต่างๆ ด้วย
การนอนกรนอาจเกี่ยวข้องกับภาวะระบายลมหายใจเกิน ซึ่งสัมพันธ์กับปริมาณอากาศที่เพิ่มขึ้น ความปั่นป่วนและการสั่นสะเทือน อาจนำไปสู่การนอนหลับที่ไม่สดชื่น อ่อนเพลีย ตื่นขึ้นด้วยอาการปากแห้ง เจ็บคอ หรือปวดศีรษะ ดังนั้น เพื่อแก้ปัญหาการนอนกรน ให้คุณนอนตะแคงข้างเสมอ และหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารมื้อใหญ่ หรือดื่มแอลกอฮอล์ก่อนเวลานอนนะคะ
7. คลายเครียดบ้าง
เมื่อไรก็ตามที่ความเครียดและความกังวลคุกคามคุณ ขอให้ใช้เวลาในการพยายามคลายมันลงรวมถึงทำให้การหายใจของคุณสงบลงด้วย แนะนำค่ะว่าให้ทำกิจกรรมที่จะปลดปล่อยความคิดหรือความหมกมุ่นบางอย่างในชีวิต เช่น เดินเล่นในสวนสาธารณะหรือบริเวณที่เงียบสงบทุกวัน เพราะเมื่อสงบคุณจะพบเลยว่าการหายใจเป็นเรื่องง่าย ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการปรับปรุงการหายใจที่ดีขึ้น นอนหลับดี ตื่นมาก็สดชื่น อารมณ์ดี และมีสุขภาพที่ดีขึ้นด้วยค่ะ
เมื่อไรก็ตามที่ความเครียดและความกังวลคุกคามคุณ ขอให้ใช้เวลาในการพยายามคลายมันลงรวมถึงทำให้การหายใจของคุณสงบลงด้วย แนะนำค่ะว่าให้ทำกิจกรรมที่จะปลดปล่อยความคิดหรือความหมกมุ่นบางอย่างในชีวิต เช่น เดินเล่นในสวนสาธารณะหรือบริเวณที่เงียบสงบทุกวัน เพราะเมื่อสงบคุณจะพบเลยว่าการหายใจเป็นเรื่องง่าย ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการปรับปรุงการหายใจที่ดีขึ้น นอนหลับดี ตื่นมาก็สดชื่น อารมณ์ดี และมีสุขภาพที่ดีขึ้นด้วยค่ะ
" ประกาศ "
ร่วมแสดงความคิดเห็น