
ศิริราช คอนเฟิร์ม เปลี่ยนหุ่นให้เป๊ะ!ได้ ด้วย ไข่ไก่

"อ้วนลงพุง" ไม่ใช่เพียงทำให้รูปร่างดูไม่สวยงาม แต่อ้วนลงพุงยังเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่นำไปสู่กลุ่มโรคเรื้อรังไม่ติดต่อ
กลุ่มโรคเรื้อรังไม่ติดต่อ หรือ NCDs (Non-communicable diseases) ได้แก่ โรคอ้วนลงพุง โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดหัวใจและสมอง โรคความดันโลหิตสูง
โรคเหล่านี้ไม่ได้มีสาเหตุจากการติดเชื้อโรค แต่เป็นผลจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่เหมาะสม เช่น การดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ การขาดการออกกำลังกายที่เพียงพอ และที่สำคัญการกินอาหารอย่างไม่เหมาะสม ซึ่งรวมถึง ชนิด ปริมาณ และเวลาที่บริโภคที่ไม่เหมาะสม ส่งผลให้ความดันเลือดสูง น้ำตาลในเลือดสูง ไขมันในเลือดสูงขึ้น น้ำหนักตัวเกินจนกระทั่งอ้วน
การปรับเปลี่ยนการบริโภคและพฤติกรรมการใช้ชีวิต จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่สามารถช่วยลดปัญหาภาวะอ้วนได้

ผู้ป่วยรายนี้ใช้การรักษาด้วยวิธีควบคุมปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่เรียกว่า "คีโตเจนิค ไดเอต" (Ketogenic Diet) คือ ลดการบริโภคคาร์โบไฮเดรตให้น้อยลงกว่าร้อยละ 10-20 จากปริมาณที่บริโภคอยู่เดิม เช่น ลดปริมาณการกินแป้ง ผลไม้ นม ผักหัว ผักดอก แล้วเพิ่มเติมอาหารอื่น ๆ ที่เป็นพวกเนื้อสัตว์ นม ไข่ ผักใบให้มากขึ้น เพื่อให้ร่างกายอิ่มท้อง และอิ่มนาน
สำหรับผู้ป่วยรายนี้ให้รับประทานอาหารตามที่กล่าวข้างต้น เช่น ไก่ย่าง ไข่ดาว ไข่เจียว ไข่ต้ม กุ้ง หมู ปลา ซึ่งเป็นแหล่งโปรตีนที่หาซื้อง่ายและทำให้อิ่มท้อง ในช่วงแรกที่ลดน้ำหนัก ผู้ป่วยรายนี้กินไข่มากกว่าคนทั่วไปหลายเท่าตัว เพราะเตรียมง่าย หาง่ายที่สุด ร่วมกับกินอาหารอื่นๆ เช่น กาแฟดำ หมูปิ้ง ไก่ย่าง เป็นต้น
จากนั้นค่อยลดปริมาณลง ตามน้ำหนักตัวที่ลดลง และตามความต้องการของร่างกาย และตามคำแนะนำของแพทย์ทางด้านโภชนาการ และในระหว่างนั้นแพทย์ได้ติดตามการรักษาอย่างใกล้ชิด มีการตรวจร่างกาย ตรวจเลือดเป็นประจำทุก 1-2 เดือน หลังจากผู้ป่วยกินอาหารตามที่แพทย์แนะนำอย่างมีวินัย เป็นเวลาเกือบ 1 ปี ปัจจุบันน้ำหนักลดเหลือ 110 กิโลกรัม จากเดิม 192 กิโลกรัม สามารถลดไปได้ถึง 80 กิโลกรัม โดยที่ระดับไขมัน/คอเลสเตอรอล ระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเป็นปกติดี
น้ำหนักตัวที่หายไปจากการกินที่ถูกต้องของผู้ป่วยรายนี้ จึงช่วยคลายกังวลและข้อสงสัยให้กับคนทั่วไป เกี่ยวกับการบริโภคไข่ได้เป็นอย่างดี ถึงแม้การกินไข่ปริมาณมาก จะไม่ได้เหมาะกับทุกคน แต่แสดงให้เห็นว่าไข่แดงไม่ได้น่ากลัวเสมอไป หากได้รับการดูแลและติดตามโดยผู้เชี่ยวชาญ ร่วมกับการตรวจสุขภาพอย่างต่อเนื่อง
ที่สำคัญ "ไข่ไก่" ยังถือเป็นโปรตีนคุณภาพดี ย่อยง่าย เด็กกินได้ ผู้ใหญ่กินดี สามารถบริโภคได้ทุกวัน ทุกเพศ ทุกวัย มีไขมันต่ำ และอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุธรรมชาติต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโต เสริมสร้างส่วนที่สึกหรอ ช่วยสร้างเซลล์สมอง ฯลฯ แม้ว่าก่อนนี้จะมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับเรื่องคอเลสเตอรอลในไข่ไก่อยู่บ้าง
ข้อมูลปัจจุบันพบว่า โคเลสเตอรอลในอาหารสัมพันธ์กับโคเลสเตอรอลในเลือดน้อยมาก ดังนั้นในปี 2558 United States Department of Agriculture (USDA) จึงได้ยกเลิกข้อห้ามเกี่ยวกับปริมาณสูงสุดของการบริโภคโคเลสเตอรอล อย่างไรก็ตาม อาหารที่มีโคเลสเตอรอลมักมาคู่กับไขมันอิ่มตัว หรือมักประกอบอยู่ในอาหารที่ทอด ที่หวาน หรือเค็ม ดังนั้นผู้บริโภคยังจำเป็นต้องระมัดระวังสำหรับอาหารที่รับประทานด้วย

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาที่ปริมาณการบริโภคไข่ของคนไทยเมื่อปี 2561 จากข้อมูลกรมปศุสัตว์ จะพบว่าคนไทยบริโภคไข่ประมาณ 220 ฟอง/คน/ปี ซึ่งยังถือว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ อย่าง เม็กซิโก บริโภคไข่มากถึง 430 ฟอง/คน/ปี จีน บริโภคราว 370 ฟอง/คน/ปี ญี่ปุ่น บริโภคเกือบ 340 ฟอง/คน/ปี สหรัฐอเมริกา บริโภคราว 300 ฟอง/คน/ปี
ที่ผ่านมาคณะกรรมการนโยบายพัฒนาไก่ไข่และผลิตภัณฑ์ (Egg Board) จึงผลักดันโครงการรณรงค์ให้คนไทยบริโภคไข่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันการรณรงค์อยู่ภายใต้ยุทธศาสตร์ไก่ไข่ ฉบับที่ 3 (พ.ศ.2562-2566) กำหนดเป้าหมายเพิ่มการบริโภคไข่ของคนไทยเป็น 300 ฟอง/คน/ปี ในปี 2566
รู้ถึงคุณประโยชน์จากการบริโภคไข่ ที่ช่วยเสริมพลังกาย สมองฉับไว แถมยังช่วยลดน้ำหนักได้ อยากให้ลองกินกันดู สุขภาพดีเริ่มที่คุณครับ
อ.นพ.กรภัทร มยุระสาคร
หน่วยอณูเวชศาสตร์ สถานส่งเสริมการวิจัย
Faculty of Medicine Siriraj Hospital
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

เครดิต :
ข่าวดารา ข่าวในกระแส บน Facebook อัพเดตไว เร็วทันใจ คลิกที่นี่!!" ประกาศ "
ร่วมแสดงความคิดเห็น


กระทู้ร้อนแรงที่สุดของวันนี้
























กระทู้ล่าสุด


รูปเด่นน่าดูที่สุดของวันนี้















































