
รู้หรือไม่! “บุหรี่ไฟฟ้า” ไม่ได้อันตรายน้อยกว่า “บุหรี่ธรรมดา” อย่างที่คิด
หน้าแรกTeeNee อาหารสมอง อาหารสมอง รู้หรือไม่! “บุหรี่ไฟฟ้า” ไม่ได้อันตรายน้อยกว่า “บุหรี่ธรรมดา” อย่างที่คิด

เปิดผลวิจัยใหม่ ยันบุหรี่ไฟฟ้าทำให้หลอดเลือดแดงแข็งตัว 34%-58% อันตรายเสี่ยงเกิดโรคหัวใจไม่ต่างจากบุหรี่ธรรมดา แถมพบนิโคตินในเลือดสูง ตัวการติดง่าย-เลิกยาก นักกม. แจง รัฐบาลไทยห้ามบุหรี่ไฟฟ้าไม่ละเมิดสิทธิ์ของผู้บริโภค รัฐมีสิทธิ์กำหนดเงื่อนไขควบคุมสินค้าอันตรายต่อสุขภาพ
พบว่า เซลล์เยื่อบุหลอดเลือดแดงของหนูทดลองที่ได้รับไอระเหยของบุหรี่ไฟฟ้าทั้งสองแบบ และควันจากบุหรี่ธรรมดาถูกทำลายในระดับพอๆ กันที่ 34%-58% และพบว่าระดับนิโคตินในเลือดของหนูที่ได้รับไอระเหยจากบุหรี่ไฟฟ้าแบบ Pod สูงกว่าบุหรี่ประเภทอื่นๆ ประมาณ 5-8 เท่า ขณะที่ระดับนิโคตินในเลือดที่สูงมากของหนูที่ได้รับไอระเหยบุหรี่ไฟฟ้าชนิดที่บรรจุน้ำยาพร้อมใช้ ตามหลักวิชาการแล้วจะทำให้เกิดการเสพติดง่ายและเลิกยาก ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงที่จะเลิกสูบบุหรี่ไฟฟ้าไม่ได้ จึงอยากจะเตือนวัยรุ่นว่าไม่ควรที่จะทดลองสูบบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อหลีกเลี่ยงที่จะเกิดการเสพติดขึ้น

"การที่มีเครือข่ายสนับสนุนการใช้บุหรี่ไฟฟ้าและนักการเมืองบางคนออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกกฎหมายห้ามขายบุหรี่ไฟฟ้า โดยมักจะกล่าวว่าบุหรี่ไฟฟ้าเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าบุหรี่ธรรมดานั้น เป็นคำกล่าวที่ไม่สอดคล้องกับหลักฐานที่มีเพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน ที่พบว่าบุหรี่ไฟฟ้ามีอันตรายต่อร่างกายโดยเฉพาะระบบหัวใจและหลอดเลือด และระบบทางเดินหายใจ ไม่แตกต่างจากบุหรี่ธรรมดา" ดร.พญ.เริงฤดี กล่าว

ขอชี้แจงว่า "สิทธิของผู้บริโภค" มีขึ้นเพื่อกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างผู้บริโภคกับผู้ประกอบการ โดยมีเป้าหมายคุ้มครองประชาชนผู้บริโภคเป็นหลัก เช่น รับรองการรวมตัวจัดตั้งองค์กรคุ้มครองผู้บริโภค โดยรัฐให้การสนับสนุนทางงบประมาณ "เสรีภาพในการประกอบอาชีพ แม้เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการได้รับการรับรองภายใต้ระบบตลาดแข่งขันเสรี แต่รัฐสามารถจำกัดหรือกำหนดเงื่อนไขการใช้เสรีภาพของผู้ประกอบการได้ หากเป็นไปเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคหรือเพื่อจัดระเบียบการประกอบอาชีพ
“สิทธิของผู้บริโภคและเสรีภาพในการประกอบอาชีพจึง “ไม่ใช่สิทธิและเสรีภาพโดยเด็ดขาด” ที่ผู้บริโภคหรือผู้ประกอบการจะสามารถ “ทำอะไรก็ได้” อย่างไม่มีขอบเขต รัฐยังคงมีหน้าที่วางเงื่อนไขและกำหนดกรอบการใช้สิทธิของผู้บริโภคและเสรีภาพในการประกอบอาชีพเพื่อให้การใช้สิทธิและเสรีภาพของปัจเจกชนสมดุลกับประโยชน์สาธารณะ โดยรัฐต้องไม่เลือกปฏิบัติและมาตรการต้องได้สัดส่วน” รศ.ดร.เอื้ออารีย์ กล่าว
ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวว่า แม้ฝ่ายที่พยายามจะผลักดันให้เลิกห้ามบุหรี่ไฟฟ้าอ้างว่าเพื่อผู้ที่สูบบุหรี่อยู่แล้วจะได้หันมาสูบบุหรี่ไฟฟ้า หรือใช้บุหรี่ไฟฟ้าในการเลิกสูบบุหรี่ธรรมดา แต่นโยบายการห้ามมิให้นำเข้าหรือจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้านั้น มีขึ้นเพื่อคุ้มครองสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะเด็ก เยาวชน และผู้ใหญ่ที่ไม่สูบบุหรี่ เพื่อไม่ให้เข้ามาเสพติดบุหรี่ไฟฟ้า และปัจจุบันยังไม่มีงานวิจัยที่น่าเชื่อถือ รวมทั้งยังไม่มีการยืนยันจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ว่าบุหรี่ไฟฟ้าช่วยให้เลิกบุหรี่ธรรมดาในการใช้ตามปกติ นอกจากนี้หากผู้ประสงค์จะเลิกบุหรี่ซิกาแรต แม้ไม่สามารถหาบุหรี่ไฟฟ้ามาทดแทนตามที่ธุรกิจบุหรี่ไฟฟ้ากล่าวอ้าง แต่สามารถเข้ารับการรักษาเพื่อเลิกบุหรี่จากมาตรการที่รัฐจัดให้ได้
ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลกได้กำหนดให้การห้ามขายบุหรี่ไฟฟ้า เป็นทางเลือกหนึ่งในการควบคุมผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้า และประเทศไทยเป็น 1 ใน 40 ประเทศทั่วโลกที่ห้ามขายบุหรี่ไฟฟ้าในขณะนี้ ซึ่งประเทศที่ห้ามขายบุหรี่ไฟฟ้า คำนึงถึงผลกระทบต่อทั้งผู้ที่สูบบุหรี่อยู่แล้ว และโดยเฉพาะในเด็กและเยาวชนที่ไม่สูบบุหรี่ด้วย ซึ่งเมื่อชั่งน้ำหนักภาพรวมแล้ว ผลเสียของบุหรี่ไฟฟ้ามีมากกว่าผลดี

" ประกาศ "
ร่วมแสดงความคิดเห็น



กระทู้ร้อนแรงที่สุดของวันนี้
























กระทู้ล่าสุด


รูปเด่นน่าดูที่สุดของวันนี้
















































